จะรีบาวด์หรือลงต่อ

จะรีบาวด์หรือลงต่อ
18 กรกฎาคม 2562 | โดย บล.เคที ซีมิโก้
1,817

Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 3%

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ปิดลดลงและแย่กว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค โดยดัชนีตลาดฯปิดที่ระดับ 1718.85 จุด –9.13 จุด หรือ -0.53% ด้วยวอลุ่มซื้อขาย 6.2 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มปิโตรฯ -1.75% เกษตร-0.96% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -0.88%

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

เราคงมุมมอง Slightly Negative และคาดดัชนีฯ อยู่ระหว่างการเลือกว่าจะเป็นการรีบาวด์หรือลงต่อ โดยมีแนวรับ 1713 จุด เป็นจุดตัดสิน แบ่งเป็น

       1) หากดัชนีฯ ปิดหลุดต่ำกว่า 1713 จุดลงมา จะเป็นสัญญาณขายจากรูปแบบ Double Top โดยมีแนวรับเป้าหมายที่ 1683 จุด และแนวรับแรกที่ 1700 จุด

       2) หากสามารถปิดยืนเหนือ 1713 จุดขึ้นไป และเกิดรีบาวด์แบบ V-Shape ก็จะกลายเป็นสัญญาณซื้อ รูปแบบ Triple Bottom โดยมีแนวต้านเป้าหมายที่ 1748 จุดอีกครั้ง ส่วนแนวต้านแรกอยู่ที่ 1727 / 1735 จุด

ประเด็นที่ต้องจับตาวันนี้: ผลประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 6% และ 1.75% ตามลำดับ Earnings: Morgan Stanley, IBM, UNH ธนาคารไทย: BBL SCB TCAP

ประเด็นสำคัญวันนี

สหรัฐฯ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงต่อ: DJ -115.78 จุด หรือ -0.42% Nasdaq -37.59 จุด หรือ -0.49% จากการร่วงของหุ้นกลุ่มขนส่ง -3.6% (หุ้น CSX -10.3% รายงานกำไรแย่กว่าคาด เพราะการขนส่งทางรถไฟปีนี้ ลดลงอย่างมีนัย จากผลกระทบสงครามการค้า) และรายงาน Fed Beige Book ระบุภาคธุรกิจจำนวนหนึ่งมีการย้ายสายการผลิตไปยังประเทศอื่น เพราะกังวลเรื่องสงครามการค้า

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: WTI -84 เซนต์ หรือ -1.5% ปิดที่ USD56.78/บาร์เรล หลัง EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบสัปดาห์ก่อนลดน้อยกว่าคาดที่ 3.1 ล้านบาร์เรล (Vs คาดลด 4.2 ล้านบาร์เรล) แต่ทองคำ+USD12.10 หรือ +0.8% ปิดที่ USD1423.30/ออนซ์ จากการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะวิตก Trade war และค่าระวางเรือขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 เพิ่มขึ้น 53 จุด +2.64% ปิดที่ 2064 จุดสูงสุดรอบ 6 ปี

สหรัฐฯ: ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือน มิ.ย. ต่ำกว่าคาด -0.9%MoM เป็น 1.253 ล้านยูนิต (Vs คาด 1.261 ล้านยูนิต) และการอนุญาตก่อสร้างบ้าน ต่ำสุดตั้งแต่เดือน พ.ค. 2017 โดยดิ่งลง 6.1% MoM เป็น 1.22 ล้านยูนิต

ไทย: มาตรการป้องกันการเก็งกำไรของธปท.: หุ้นกลุ่ม Property Fund, Infrastructure Fund อาทิ DIF JASIF IMPACT ฯลฯ มีแรงขายเพิ่มขึ้นมาก เพราะวิตกนักลงทุนต่างชาติอาจขายทำกำไรหลังจากต้องลดยอดคงค้างเหลือ 200 จาก 300 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.

ไทย: กองทุน LTF: สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมชงกองทุน LTF ใหม่ที่เน้นการลงทุนในกลุ่มหุ้นยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐาน ให้รมว.คลังคนใหม่ต้นเดือน ส.ค. ก่อนที่จะใช้ได้ต้นปี 2020

กลยุทธ์

        Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 3%

หุ้นแนะนำ เก็งกำไรระยะสั้น (Trading Buy ทางเทคนิค)

        หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: SAWAD BJC AMATA

        หุ้นโมเมนตัมบวก: ASAP EPG SAMTEL PRM ลบ: IMPACT TRC GPSC DOD SUPER CKP

        Derivatives: แนะสะสม Short S50U19 เมื่อดีดตัว เป้าทำกำไร 1133 / 1125 จุด และ Stop order 1148 จุด

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: