ธปท.ลั่น 'แอลทีวี'ไม่กระทบบ้านหลังแรก ยันสินเชื่อยังโต15%

ธปท.ลั่น 'แอลทีวี'ไม่กระทบบ้านหลังแรก ยันสินเชื่อยังโต15%
10 กรกฎาคม 2562
2,980

แบงก์ชาติ" ลั่นมาตรการแอลทีวี ไม่กระทบบ้านหลังแรก ระบุสินเชื่อที่อยู่อาศัย 5 เดือนแรกยังโต 15% ย้ำฟองสบู่ในภาคอสังหาฯ เกิดแน่นอนหากไม่ออกมาตรการควบคุม

    นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในงานสัมนา วิชาการประจำปี 2562 "โลกเปลี่ยน หมู่เฮาปรับ รุกรับให้ทัน" ที่จัดขึ้นโดยธปท. สำนักงานภาคเหนือที่จัดขึ้นเมื่อ 8 ก.ค.ว่า เหตุผลของการออกมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์หรือแอลทีวี เนื่องจากธปท.เห็นความเสี่ยงหลายด้านในช่วง 12-18 เดือนที่ผ่านมา ทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
   อีกทั้ง ยังพบว่ามีสัญญาณของการซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ที่ 3 และ 4 เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งที่หลักแรกยังผ่อนไม่หมด รวมถึงการแข่งขันของแบงก์ที่เพิ่มขึ้น โดยการลดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อลดลง ทำให้เกิดสินเชื่อเงินทอนเกิดขึ้น สัญญาณเหล่านี้รุนแรงมากขึ้น จึงเป็นต้นเหตุให้ธปท.ออกมาตราการดูแลสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์
    อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการที่ผ่านมา เชื่อว่า เป็นมาตรการที่ค่อนข้างเบา หากเทียบกับประเทศอื่นๆ และเชื่อว่าไม่กระทบต่อผู้ซื้อบ้านหลักแรก เพราะเจตนาของธปท.ไม่ต้องการให้คนที่ต้องการซื้อบ้านหลักแรกได้รับผลกระทบ
   และหากดูสินเชื่อช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งประเทศ ยังขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ดังนั้นตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่ได้ลดลง ในขณะที่  ดีมานด์การซื้อคอนโด ที่เป็นสัญญาที่ 2 และสัญญาที่ 3 ขึ้นไปยอดขายลดลดซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
   ส่วนข้อมูลสินเชื่อที่ลดลงเฉพาะเดือนเม.ย.-พ.ค. พบว่ามาจากการเร่งกู้ก่อนมาตรการธปท.มีผล ทำให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวสินเชื่อบ้านมีการชะลอตัวลง นอกจากนี้ขณะนี้ยังเร็วเกินไป ที่จะประเมินมาตรการดังกล่าว เพราะเพิ่งมีผลเพียง 2 เท่าเดือนนั้น แต่อย่างไรก็ตามพบว่า ดีมานด์การซื้อคอนโด ที่เป็นสัญญาที่ 2 และสัญญาที่ 3 ขึ้นไปยอดขายลดลดซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
    อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน หากธปท.ไม่ทำอะไร และปล่อยไว้แบบนี้ เรื่อยๆ สักวันหนึ่งฟองสบู่จะแตก และถ้าฟองสบู่แตกจะ กระทบทุกคน ไม่ว่าจะกู้อสังหาฯหรือไม่กู้ก็ตาม  และจะสร้างผลข้างเคียงอีกมาก เพราะ อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เป็นสินทรัพย์ที่เรามี เป็นเงินออมก้อนสำคัญ

   "อย่าคิดว่าราคาตก ไม่ได้ ฮ่องกงเป็นเกาะที่มีพื้นที่จำกัด ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังลดลง20% ในปีเดียว เพราะฉะนั้นในกรณี ของไทย ถ้ามีดีมานด์เทียมเยอะ ๆ และปล่อยให้เกิดเป็นฟองสบู่ขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ ในอนาคตได้"



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง