จับตาสหรัฐ-อิหร่าน

จับตาสหรัฐ-อิหร่าน
24 มิถุนายน 2562 | โดย บล.โกลเบล็ก
3,289

SET Index เมื่อวันศุกร์ปรับตัวลงเล็กน้อย โดยมีปัจจัยกดดันจากยอดการส่งออกเดือน พ.ค. ที่หดตัวถึง 5.8%

ขณะที่หุ้นกลุ่ม Big cap. ที่กดดันตลาด ได้แก่ BBL CPF และ IVL ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,717.14 จุด (-0.68 จุด) Volume 8.1 หมื่นลบ. จาก Foreign +4,589.09 ลบ. TFEX Net -9,865 สัญญา ตลาดตราสารหนี้ +9,117 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+ราคาน้ำมัน WTI ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง $0.36 ดอลลาร์ +0.6% ปิด $57.43 ต่อบาร์เรล จากสถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน หลังโดรนสหรัฐถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

+สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.5% สู่ระดับ 5.34 ล้านยูนิตในเดือนพ.ค. สูงกว่าคาด และเพิ่มขึ้นจากระดับ 5.21 ล้านยูนิตในเดือนเม.ย. โดยมีแรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

+Fund Flow ต่างชาติมีสถานะซื้อ YTD 2.57 หมื่นลบ. ค่าเงินบาท 30.78 บาท/US

-ดาวโจนส์ปิดลดลงเล็กน้อย 34.04 จุด -0.13% หลังเปิดเผยดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงในเดือนมิ.ย. แต่ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนพ.ค. อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมอาทิตย์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2.1%

-ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 50.6 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 40 เดือน หลังจากแตะระดับ 50.9 ในเดือนพ.ค. ท่ามกลางความกังวลสงครามการค้า และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

-ปธน.ทรัมป์เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว

- มูลค่าส่งออกเดือนพ.ค.หดตัว 5.79%ลดลงมากสุดในรอบ 34 เดือน 5 เดือนแรกปี 62 ส่งออกหดตัว 2.70%

*จับตาสหรัฐเปิดเผยดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนพ.ค. และดัชนีการผลิตเดือนมิ.ย การเมืองมีประเด็นตรวจสอบ 21 ส.ว. ถือหุ้นสื่อ

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน หนุนราคาน้ำมันบวกแรงส่งผลบวกเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน แต่มีประเด็นที่นักลงทุนรอฟังผลการประชุม G20 และผลการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,707-1,730 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

TFFIF, EGATIF, COM7 จะเข้าคำนวณดัชนี FTSE SET Mid Cap Index มีผล 24 มิ.ย.

หุ้น Defensive : กลุ่มค้าปลีก (CPALL MAKRO) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, SPA) กลุ่มโรงพยาบาล (BCH)

หุ้นน่าลงทุน Theme EEC play : AMATA, WHA, WHAUP, WHART, EASTW, ATP30, ORI

หุ้นเข้าใหม่ SET50 : SAWAD, OSP หุ้นเข้าใหม่ SET100 : JAS, JMT, OSP  SETHD : BEAUTY, INTUCH, JMT, KCE มีผล 2H62

หุ้นรายงานพิเศษ

TFG Analyst Meeting (ราคาปิด 4.02  “มุมมองบวก” ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 3.95) สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 บริษัทได้รับประโยชน์จากการที่

  • ราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 1 เนื่องจากในประเทศอาทิ จีน เวียดนาม มีการระบาดของโรค African Swine Fever(ASF) ทำให้อุปทานเนื้อหมูในตลาดโลกลดลง โดยคาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในส่วนของเนื้อหมูปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 1Q62 ที่ 24%
  • คาดว่าราคาเนื้อไก่จะได้รับประโยชน์จากอุปทานเนื้อหมูที่ลดลง เนื่องจากปริมาณเนื้อหมูอาจไม่เพียงพอกับความต้องการในตลาดโลกโดยเฉพาะจีน ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่แทน คาดจะส่งผลให้ราคาขาย และกำไรขั้นต้นจากการขายเนื้อไก่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากใน 1Q62 ที่ 4% อีกเช่นกัน
  • บริษัทมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากราคาถั่วเหลืองที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้า ทำให้ประเทศจีนมีการนำเข้าถั่วเหลืองจากอเมริกาลดลง ส่งผลต่อเนื่องให้มีอุปทานในตลาดมากขึ้น และทำให้ราคาถั่วเหลืองปรับตัวลดลง
  • คาดบริษัทจะสามารถสร้าง Synergy ได้ดีจากธุรกิจ ฟูด เบลสซิ่ง ที่ซื้อกิจการมาช่วงไตรมาส 2 โดยบริษัทมีธุรกิจผลิตซอสและเครื่องดื่มสมุนไพร คาดว่า TFG จะได้รับประโยชน์จากการที่มีต้นทุนซอสเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสำเร็จรูปลดลง อีกทั้งบริษัท ฟูด เบลสซิ่ง จะสามารถใช้กำลังการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพ จากเดิมที่ใช้ได้เพียง 40%
  • จากเหตุผลที่กล่าวในข้างต้น เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ TFG ในช่วงที่เหลือของปี โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์กำไรสุทธิปี 62 ที่ 1,195 ลบ. +85%YoY

ส่องหุ้น

           SPA               แนวรับ 12.70 บาท                แนวต้าน 13.00 , 13.30 บาท

           AU                แนวรับ 12.00-11.90 บาท       แนวต้าน 12.60-13.00 บาท

           THCOM          แนวรับ 6.05 บาท                  แนวต้าน 6.25-6.35 , 6.50 บาท

หุ้นมีข่าว   

·         SGP – Analyst Meeting ราคาปิด 10.4 บาท “มุมมองบวก”

อัพเดทพันธมิตรใหม่ : กลุ่ม Mitsuuroko Group Holding Co., Ltd. เข้าถือหุ้น SGP ราว 8.71% โดยแบ่งซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อ 18 มิ.ย. โดย Mitsuuroko เป็นผู้ประกอบกิจการจัดหารพลังงาน ผลิตภัณฑ์ทางปิโตรเลียม และ LPG ในประเทศญี่ปุ่น มีกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน และมีกลุ่มลูกค้าองค์กรอีกมากกว่า 1,800 บริษัท จุดประสงค์ของกลุ่ม Mitsuuroko คือ ต้องการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจ LPG ในประเทศญี่ปุ่นถึงจุดอิ่มตัว นอกจากนี้ หลังจากเป็นพันธมิตรกันแล้ว จะใช้จุดแข็งจากทั้งสองฝ่ายในการร่วมกันพัฒนาธุรกิจขั้นปลายน้ำ (Downstream) โดยกลุ่ม SGP มีจุดแข็งด้านการขายสินค้าแบบ Wholesale และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ขณะที่กลุ่ม Mitsuuroko มีจุดแข็งด้านการขายสินค้าแบบ Retail และการผลิตสินค้าแบบขั้นปลาย

ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อการร่วมเป็น Synergic Partner ครั้งนี้ หากสินค้าที่ร่วมกันพัฒนาประสบความสำเร็จ คาดว่ากลุ่ม Mitsuuroko จะเป็นผู้เริ่มรับซื้อเป็นเจ้าแรก ซึ่งเราคาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้ามากขึ้นในช่วง 2H62 ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 62 ราว 2.7 พันลบ. +137%YoY (โตจากฐานต่ำ)

·         TMB (ราคาปิด 2 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 2.26) นัดประชุมผู้ถือหุ้นสมัยวิสามัญเดือนก.ค.นี้ ขอมติออกหุ้นเพิ่มทุนวงเงิน 1 แสนล้านบาทให้ผู้ถือหุ้นเดิมหลังการตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) เสร็จภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมขออนุมัติรมว.คลังคนใหม่ใช้เงินปันผลวายุภักษ์กว่า 1 หมื่นล้านบาทซื้อหุ้นเพิ่มทุนรักษาสัดส่วนถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 20% การเพิ่มทุนรอบแรกระดมเงิน 4 – 4.5 หมื่นล้านบาทจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมคาดราคาอยู่ระหว่าง 1.80 – 2.10 บาทต่อหุ้น อัตรา 15 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ รอบ 2 ขายเฉพาะเจาะจงให้ TCAP และผู้ถือหุ้นายใหม่ระดมเงิน 5 – 5.5 หมื่นล้านบาท ราคาจอง 2.30-2.50 บาท หลังควบรวมเสร็จสิ้นจะเปลี่ยนชื่อธนาคารใหม่ มีทรัพย์สินรวม 1.9 ล้านล้านบาท มีลูกค้ารวมกว่า 10 ล้านคน เป็นธนาคารอันดับ 6 ของธนาคารพาณิชย์ไทย (ที่มา ข่าวหุ้น)

·         VGI (ราคาปิด 9.05 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 9.33) ก้าวเข้าสู่ "Marketing Solution" เน้นผนึกพันธมิตรแตกไลน์ธุรกิจสร้าง New S-Curve ตั้งบริษัทร่วมทุนเน้นถือหุ้นไม่เกิน 50% ล่าสุดร่วมทุนกับสหลอว์สันพัฒนา 8 กลยุทธ์ดำเนินธุรกิจ O2O ผ่านร้าน Lawson ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เริ่มจากในสถานีรถไฟฟ้า BTS 30 สถานี ควบคู่พัฒนาระบบชำระเงินและเก็บข้อมูลผ่านบัตรแรบบิท (ที่มา : ทันหุ้น)

·         WICE(ราคาปิด 3.28 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 5.18) ก้าว ผลงานไตรมาส 2/2562 โตขึ้น คาดทั้งปีคงเป้ารายได้โต 30% แตะ 2.2 พันล้านบาท มองอุตสาหกรรมขนส่งเติบโตแรง โดยเฉพาะ Cross Border ที่เติบโตแรง คาดปีนี้ทำรายได้กว่า 300 ล้านบาท พร้อมเจรจาพันธมิตรขยายตลาดเวียดนาม-มาเลเซีย ดันยอดพร้อมคุยพันธมิตรไทยทำซัพพลายเชน แมเนจเมนต์ คาดชัดเจนปีนี้ (ที่มา : ทันหุ้น)

·         RJH (ราคาปิด 24.50 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 29.67) ก้าวเผยอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโรงพยาบาลใหม่ขนาด 120 เตียง ประเมินมูลค่าเม็ดเงินลงทุนราว 500 ล้านบาท คาดสรุปภายในปีนี้ พร้อมทั้งเดินหน้าปรับปรุงโรงพยาบาลเดิม ด้านแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 3/2562 มั่นใจเติบโตดีเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซัน มั่นใจรายได้เติบโตตามเป้า 10-15% (ที่มา : ทันหุ้น)

·         IRPC (ราคาปิด 5.15 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 5.95)  ยกเลิกซื้อหุ้นเพิ่มทุน"2D Materials"ในสิงคโปร์ หลังไม่สามารถตกลงเงื่อนไขบางประการได้ (ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

·         WORK (ราคาปิด 24.7 0 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 23.77) ส่งบ.ย่อยลงทุน 40 ลบ. เข้าถือหุ้น 30% ในธุรกิจ Payment Gateway ธุรกิจรับชำระเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ (ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

·         S ยืนยันส่ง SHR เข้า SET ช่วง Q3/62 นำเงินขยายโรงแรมให้เข้าเป้า 1 หมื่นห้องพักใน 5 ปี จากปัจจุบัน 4,500 ห้อง (ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

·         PTT(ราคาปิด 49.00 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 53.52)  อัดงบ 3 พันลบ.ผลักดัน EECi เห็นผลใน 10 ปี พร้อมเปิด TOR เอกชนเช่าพื้นที่ทำ Community Zone ใน Q3/62 (ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์)


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: