บีโอไอนำผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเจาะตลาดยุโรป ปลื้มยอดเจรจาจับคู่ธุรกิจ 260 ล.

บีโอไอนำผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเจาะตลาดยุโรป ปลื้มยอดเจรจาจับคู่ธุรกิจ 260 ล.
11 มิถุนายน 2562
1,337

บีโอไอนำผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเจาะตลาดยุโรป พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ ประสบความสำเร็จ ยอดจับคู่ธุรกิจ รวม 40 คู่ มูลค่าการซื้อขายกว่า 260 ล้านบาท

นายพัลลภ บุญศิริ ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18 25 พฤษภาคม 2562 บีโอไอได้จัดกิจกรรมนำคณะผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเดินทางไปร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้า Global Automotive Components & Suppliers Expo 2019 ณ เมืองสตุทท์การ์ท สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมกิจกรรมเยี่ยมชมโรงงาน บริษัท เดมเลอร์ เอจี ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ เมอร์เซเดส เบนซ์

งาน Global Automotive Components & Suppliers Expo 2019 เป็นงานแสดงเทคโนโลยียานยนต์และชิ้นส่วน จากค่ายผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน มีผู้เข้าร่วมชมงาน ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ที่ต้องการหาพันธมิตรซึ่งเป็นบริษัทรับช่วงการผลิต โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมชมงาน จำนวนทั้งสิ้น 36,177 คน ผู้ร่วมออกบูธ 1,152 บริษัท มีพาวิลเลี่ยนจากกลุ่มประเทศยุโรป เช่น อิตาลี โปรตุเกส จากเอเชีย เช่น ไทย จีน เกาหลีใต้ เป็นต้น

สำหรับผลการนำคณะผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าร่วมงานครั้งนี้ มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ 40 คู่ คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกว่า 260 ล้านบาท ขณะที่บูธของบีโอไอได้รับความสนใจมีผู้เข้ามาติดต่อขอรับข้อมูล เพื่อหาผู้ผลิตชิ้นส่วน รวมทั้งหาผู้แทนจำหน่าย และข้อมูลด้านการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย

นอกจากนี้ บีโอไอยังได้นำคณะผู้ผลิตชิ้นส่วนจากประเทศไทย เยี่ยมชมโรงงาน บริษัท เดมเลอร์ เอจี ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ เมอร์เซเดส เบนซ์ ที่เมืองซิงเดลฟิงเกน สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเข้าชมการผลิตและประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ ซึ่งปัจจุบัน บริษัท บริษัท เดมเลอร์ เอจี แบ่งการดำเนินธุรกิจเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ธุรกิจผลิตรถยนต์ ธุรกิจผลิตรถบรรทุก และธุรกิจบริการด้านการเงิน (สินเชื่อเช่าซื้อและให้บริการเช่ารถยนต์)

"การเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ครั้งนี้ ทำให้เราทราบทิศทาง แนวโน้มของอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก ซึ่งจากการหารือร่วมกัน ทำให้ทราบว่าภายในปี 2573 บริษัทจะไม่ผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นให้บริการด้านเทคโนโลยี การใช้ระบบอินเทอร์เน็ต 5จี ในการเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการใช้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไร้คนขับ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่" นายพัลลภกล่าว



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง