ต้านสัมปทานผูกขาดกัญชา​ หนุนสิทธิชุมชนปลูกเพื่อใช้เอง​

ต้านสัมปทานผูกขาดกัญชา​ หนุนสิทธิชุมชนปลูกเพื่อใช้เอง​
10 มิถุนายน 2562
3,205

เครือข่าย 12 องค์กร หนุนเดินหน้าปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์รักษาผู้ป่วย ขณะนี้เดินทางถึงจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว โดยมีประชาชนจำนวนมากร่วมให้กำลังใจ

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หลังผ่านการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี เราต้องเดินหน้าหาทางออก และทวงสัญญากับพรรคการเมืองที่ใช้กัญชามาเป็นนโยบายหลักในการหาเสียง ตนเห็นงานวิจัยกัญชาที่คืบหน้าแต่ไม่สามารถนำมาผลิตหรือนำมาให้ประชาชนใช้ได้ นี่คือความเจ็บปวดที่สุด ถ้าอีก 10 ปี ต้องมารอผลวิจัยในมนุษย์ เราจะแพ้ต่างชาติ ดังนั้นตนจึงขอเสนอทางออกของกฎหมายที่สามารถทำได้เลยดังนี้ 1. ขอให้กัญชา และกระท่อม หลุดมาจากกฎหมายยาเสพติด 2.ขอให้น้ำมันกัญชาไทยที่ไม่แยกสารสกัด ใช้เป็นยาแผนโบราณทั้งหมด และ3.ผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ คลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลรัฐ และเอกชน มีสิทธิปลูกกัญชา พร้อมให้ใบอนุญาตวัดปลูกเพื่อการแพทย์ได้ นอกจากนี้ต้องอนุญาตให้เกษตรกรปลูกเพื่อส่งออก ถ้ากฎหมายเอื้อตามข้อเสนอไทยจะมีความมั่นคงทางด้านอาหารและยา

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคของเรามีนโยบายอย่างชัดเจน ในเรื่องกัญชา ซึ่งเกิดจากความตั้งใจจริง วันนี้ตนได้เห็นพลังจากประชาชนที่ออกมาเดินเพื่อผู้ป่วยและผลักดันให้กัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติด ตนอยากให้ประชาชนเชื่อว่าพรรคจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้ เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือปลดล็อคกัญชาให้ผู้ป่วยเข้าถึงในการรักษา พร้อมต่อต้านสัมปทานผูกขาดกัญชา เราพร้อมที่จะรับข้อเสนอและร่วมดำเนินการ

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร (อาจารย์ยักษ์) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของการเดินเพื่อผู้ป่วย ไม่ใช่เพียงการปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติด แต่เป็นการเข้าถึงการใช้ยาของประชาชน คนที่รู้เรื่องกัญชาดีที่สุดคือชาวบ้าน แต่ผู้มีอำนาจควบคุมเป็นหน่วยงานของภาครัฐ ดังนั้นการยื่นแก้ไขกฎหมายเราต้องศึกษากฎหมายให้ลึกซึ้ง มิเช่นนั้นกฎหมายที่ประชาชนร่วมกันร่าง จะถูกผู้มีอำนาจกดเอาไว้ ประชาชนจะไม่ได้ผลประโยชน์ ดังนั้น เรื่องนโยบาย กฎหมายและตัวอย่างความสำเร็จเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศนำกัญชามาผลิตเพื่อซื้อขายมากมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดสิทธิบัตร แต่จะทำอย่างไรให้ รัฐบาลแก้ไขกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับให้กัญชาเป็นยาเสพติด พร้อมให้สิทธิชุมชนในการปลูกเพื่อการใช้เอง แต่ถ้าปลูกเพื่อการค้าต้องจดทะเบียน.


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: