ปรุงรสไปกับศิลปะชวนหิว

ปรุงรสไปกับศิลปะชวนหิว
2 มิถุนายน 2562 | โดย ปิ่นอนงค์ ปานชื่น
9,981

เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร (Before Dinner) เป็นการจับคู่ระหว่างภาพวาดสีไม้ที่เห็นแล้วหิว กับภาพเขียนสีน้ำมันที่ชวนให้ผู้ชมมาปรุงรสได้ตามชอบ กล่าวได้ว่าเป็นนิทรรศการที่นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับศิลปะได้อย่างมีอรรถรส

เพียงขวัญ คำหรุ่น หนึ่งในทีม ARTTHEORY 13 ภัณฑารักษ์ กล่าวถึงการจับคู่ระหว่าง วันวิสาข์ ไชยมาส กับ ชวัส จำปาแสน ในนิทรรศการ เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร (Before Dinner) ว่าเป็นการนำเสนอความเหมือนควบคู่ไปพร้อมกับความต่าง

“ความเหมือน คือเรียนจบภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร แล้วเปิดโรงเรียนสอนศิลปะเหมือนกัน

ในขณะที่เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่างกัน โดยสิ้นเชิง ฝ้าย(วันวิสาข์ ไชยมาส) เน้นการใช้สีไม้ ส่วนพี่อะไหล่ (ชวัส จำปาแสน) เป็นสีน้ำมัน เป็นความแตกต่างที่ลงตัว” ผู้คัดสรรศิลปินบอกกับเรา

“ปกติฝ้ายวาดรูปอาหารอยู่แล้วโดยใช้สีไม้เป็นหลัก เหตุที่เลือกใช้สีไม้เพราะว่าเราศึกษาพฤติกรรมของคนไทยพบว่ามีคนใช้สีไม้เยอะ แต่ได้รับความนิยมน้อยลงเมื่อโตขึ้น เราอยากนำเสนอให้เห็นว่าสีไม้สามารถนำเสนอในรูปแบบงานศิลปะได้ เราอยากให้รู้ว่าสิ่งของรอบตัวแม้แต่ดินสอแท่งเดียวก็สามารถสร้างงานศิลปะได้ วาดรูปได้ อยากให้มองว่าศิลปะเป็นเรื่องง่ายๆ

ทำให้หยิบเทคนิคสีไม้มาเพื่อยืนยันให้คนเห็นว่าสีไม้ก็วาดรูปได้ แล้วตัวของอาหารเป็นสิ่งที่เราชอบเราสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มวัตถุดิบของอาหาร เรามองว่าแต่ละชนิดมีรายละเอียดและเท็กซ์เจอร์ต่างกัน เช่น ขนมปังก็มีผิวของขนมปัง แยมก็มีน้ำที่มีความใส เรารู้สึกสนุกที่ได้วาดรูปสิ่งเหล่านี้ โจทย์ของเราคือ เราต้องการวาดรูปสีไม้ให้คนรู้สึกหิว”

วันวิสาข์ กล่าวถึงเหตุผลในการเลือกใช้สีไม้มาถ่ายทอดความรู้สึกในการวาดรูปอาหารที่ตนชื่นชอบ

“ในเมื่อเราต้องการใช้สีไม้เพื่อยืนยันว่ามันใช้งานได้ เท่าเทียมกับสีอื่นๆ เราต้องพยายามศึกษาแล้วดึงความพิเศษออกมาให้ได้มากที่สุด โดยที่ให้คนเห็นเคลือบแคลงว่าเราใช้เทคนิคอะไร แว่บแรกคนอาจคิดว่าสีน้ำมัน หรือ สีชอล์กเหรอ อยากให้รู้สึกอย่างนั้นแต่พอไปดูใกล้ๆ มันก็คือสีไม้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นฉันก็วาดได้นะ อยากให้รู้สึกแบบนั้น”

ดูเหมือนว่า ภาพอาหารจะเป็นงานที่ศิลปินคนหนึ่งชื่นชอบและคุ้นเคย แต่ศิลปินอีกคนหนึ่งกลับไม่เคยสนใจทั้งๆที่ครอบครัวประกอบธุรกิจร้านอาหารมาโดยตลอด

ชวัส เล่าว่า “ปกติผมวาดภาพพอร์ตเทรต (portrait) สนใจเรื่องสังคม วิธีคิด ช่วงที่ทีมงานติดต่อมาผมกำลังต้องการจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีคิด อยากลองอะไรใหม่ๆพอดี ทีมภัณฑารักษ์มาช่วยตั้งโจทย์ให้ แล้วเราก็ทำด้วยความสนุก รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลยครับ ปกติผมวาดสีน้ำมันบนเฟรมผ้าใบ ด้วยคอนเซ็ปต์งานทำให้เทคนิคเปลี่ยนไปด้วยกลายมาเป็นวาดสีน้ำมันลงบนเฟรมเหล็กแทน

ผมมานั่งคิดถึงชีวิตของตัวเอง เราเติบโตมาจากครอบครัวทำร้านอาหาร ผมก็อยู่ตรงนั้นมาตลอดทั้งชีวิต ครอบครัวเรามีข้อบังคับว่าทุกเย็นต้องกินข้าวด้วยกัน ตอนแรกเปิดภัตตาคาร เศรษฐกิจตกก็ไปขายก๋วยเตี๋ยว ช่วงซบเซาสุดๆผมไปกับพ่อสองคนขับรถตู้ไปขายก๋วยเตี๋ยวกันตามงานวัด พี่กับน้องก็ช่วยแม่ดูแลร้านที่เปิดอยู่ไป ชีวิตผูกพันกับอาหารแต่ไม่เคยสนใจหยิบเรื่องนี้มานำเสนอเลย จนลืมไปว่ามันมีสตอรี่เข้มข้น ซึ่งมันก็ติดตัวมาโดยที่เราไม่รู้ตัว

ผมเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ การกินข้าวร่วมกันเหมือนเป็นการบอกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เรารักกัน ที่โรงเรียนผมมักจัดปาร์ตี้แล้วทำสตูว์ไก่ หมู เนื้อ บ้าง สตูว์ในช่วงหลังผมให้นักเรียนช่วยกันทำผมคอยบอกสูตร ใครอยากหั่นหอม หั่นเนื้อ ยกมืออาสา แม้ว่าทุกคนไม่ใช่เชฟแต่ทำให้อาหารมื้อนั้นมีสตอรี่ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ทำให้มันอร่อยขึ้น ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ ผมเลยนำสตูว์ที่ทำกับนักเรียนมานำเสนอในนิทรรศการศิลปะครั้งนี้ เป็นอินเตอร์แอคทีฟเพ้นติ้ง คนดูมีส่วนร่วมกับการปรุง"

ชวัสลงมือวาดภาพเหมือนบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างชาติต่างภาษา อาทิเช่น จอห์น เลนนอน บัวขาว บัญชาเมฆ ด้วยสีน้ำมันลงบนเฟรมที่ทำด้วยแผ่นเหล็ก จากนั้นวาดภาพส่วนประกอบต่างๆในการทำอาหารบนแผ่นแม่เหล็ก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมเลือกนำไปติดบนภาพเหมือนบุคคลได้ตามชอบ

“ผมอยากให้คนดูมีส่วนกับงานมากกว่าจะตั้งเป้าให้ขายรูปได้ ผมรู้สึกว่าภาพพังไม่เป็นไร ตอนนี้มันเริ่มลอกๆ ผมรู้สึกดีที่มีคนมาตอบโต้กับงาน ทำให้มีภาพจำได้มากกว่ายืนดูงานเฉยๆ”

เช่นเดียวกับวันวิสาข์ หลังจากกระตุ้นให้ผู้ชมภาพวาดสีไม้รูปขนมหวาน เบอร์เกอร์ และกาแฟลาเต้ฟองนุ่มๆจนหิวแล้ว เธอยังชวนให้หิวกันต่อด้วยงานระบายสีไม้ตามภาพวาดของกินน่ารักๆ พร้อมตรายางรูปอาหารให้ปั๊มลงบนผืนผ้าที่เตรียมไว้ให้

“อยากให้รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำตอนเด็กๆสามารถนำมาแสดงนิทรรศการได้นะ”

เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหารไม่ได้มีแต่ภาพวาดสีไม้ที่เห็นทีไรก็หิวขึ้นมาทันใด กับความสนุกในการคัดเลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหารว่าน่าจะเหมาะกับใคร เรายังได้เห็นผลงานของภัณฑารักษ์ผู้อยู่เบื้องหลังนิทรรศการนี้ในมุมหนึ่งของห้องนิทรรศการ นำเสนอบทความว่าด้วยเรื่องอาหารควบคู่ไปกับผลงานศิลปะตามความถนัดของแต่ละคน

เรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่เต็มไปด้วยอาหารหลากรสที่นำมาแลกเปลี่ยนกันบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำ มื้อสำคัญที่สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่กันพร้อมหน้า มื้อพิเศษกับคนพิเศษ รวมไปถึงมื้อรวมมิตรที่เพื่อนฝูงจะได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระบายความทุกข์ และแบ่งปันความสุข รอยยิ้ม ไปด้วยกัน

มื้อค่ำนี้หากคุณยังไม่มีนัดกับใคร เราอยากชวนคุณไปดินเนอร์กับพวกเขา ไปช่วยกันปรุงรสชาติให้กับภาพวาดที่ชวนหิวด้วยกัน

หมายเหตุ : นิทรรศการ เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร (Before Dinner) จัดแสดงที่ ร้าน Dialogue Coffee and Gallery (ถนนพระสุเมรุ) ถึงวันที่ 8 มิถุนายน เข้าชมได้ทุกวัน 11.00-20.00 น.

 เรื่อง : ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์

 

 

 

 

 

 



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง