background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม 2569

Login
Login

'ฮ่องกง' โอกาสทอง 'อาฟเตอร์ ยู'

'ฮ่องกง' โอกาสทอง 'อาฟเตอร์ ยู'

ไม่ควรละเลยโอกาสใหม่ในต่างแดน 'แม่ทัพ ต.สุวรรณ' นายใหญ่ 'อาฟเตอร์ยู' ยืนยัน ล่าสุดจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในเกาะฮ่องกง จับมือพาร์เนอร์ขยายแฟรนไซส์นอกบ้านเป็นแห่งแรก ดีเดย์ครึ่งปีหลังชัวร์ !! ก่อนขยับตัวสู่มาเลเซีย สิงคโปร์ มาเป็นสเต็ปต่อไป

ก่อนถึงจุดที่จะต้องถามตัวเองว่า 'เราจะขยายสาขาไปพื้นที่ไหนดี...?' วันนี้สิ่งที่ บมจ.อาฟเตอร์ยู หรือ AU ผู้ประกอบการธุรกิจร้านของหวานภายใต้แบรนด์ของ 'อาฟเตอร์ ยู' จำต้องเร่งปรับตัวหากต้องการสร้างอัตราการเติบโตในอนาคต จากแผนยุทธศาสตร์ใน 3 ปีข้างหน้า (2562-2564) ด้วยการสร้างการเติบโต 'นอกบ้าน & ธุรกิจใหม่' คือ 'ธงผืนใหญ่' !! 

'แม่ทัพ ต.สุวรรณ' กรรมการผู้จัดการ บมจ.อาฟเตอร์ยู หรือ AU เล่าให้ฟังว่า แม้โอกาสการขยายตัวของแบรนด์อาฟเตอร์ ยู ในประเทศช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ยังมีอยู่ค่อนข้างมาก แต่ไม่ควรหลงลืมที่จะออกไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในต่างประเทศด้วย หากมองสเต็ปต่อไปนั้น บริษัทคงพึ่งพิงการเติบโตในบ้านอย่างเดียวไม่ได้แล้ว...!! สะท้อนผ่านภาวการณ์แข่งขันในตลาดเมืองไทยที่ยอมรับว่า 'ดุเดือดมาก' มีทั้งผู้ประกอบการแบรนด์ไทยและต่างชาติที่เข้ามาแย้งเม็ดเงินก้อนเดียวกันหมด 

'เรายอมรับว่าปัจจุบันตลาดมีการแข่งขันรุนแรงมาก ทุกคนต่างเข้ามาแย้งเค้กก้อนเดียวกัน แต่อาฟเตอร์ยูมั่นใจในสินค้าและบริการที่ดีเยี่ยมของเราที่รักษาและดูแลมาตรฐานเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของบริษัท ทุกวันนี้เราก็ต้องขยันกันมากขึ้น'

สะท้อนผ่านตัวเลขผลประกอบการปี 2561 ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยมี 'กำไรสุทธิ' จำนวน 147.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 128.90 ล้านบาท และมี 'รายได้' จำนวน 880.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 735.38 ล้านบาท 

ปัจจุบัน 'อาฟเตอร์ ยู' มีธุรกิจ 2 ส่วน คือ 'ธุรกิจร้านขนมหวาน' ภายใต้แบรนด์ 'อาฟเตอร์ ยู' และร้านน้ำแข็งไส 'เมโกริ' และ 'ธุรกิจรับบริการจัดงานนอกสถานที่รวมถึงการรับจ้างผลิตสินค้า' ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท หรือที่เรียกกันว่า 'OEM' ให้กับร้านอาหาร หรือแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

สำหรับ 'จุดหมายแรก' ในการเติบโตนอกบ้านคือ 'ฮ่องกง' โดยบริษัทจะขยายสาขาแบรนด์อาฟเตอร์ ยู ในรูปแบบแฟรนไซส์ให้กับพาร์เนอร์ลงทุน ซึ่งล่าสุดได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ After You Hong Kong Limited ที่เขตบริหารพิเศษ ฮ่องกงแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อรองรับการดำเนินงานหรือการทำสัญญารองรับธุรกิจแฟรนไชส์แล้ว 

ทั้งนี้ คาดว่าจะเซ็นสัญญาทางธุรกิจร่วมกันได้ และจะเห็นร้านอาฟเตอร์ ยู สาขาแรกในฮ่องกงได้ภายในครึ่งปีหลังของปี 2562 ซึ่งเบื้องต้นคาดหวังจะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 6 สาขา และตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4-5 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจากราคาขายสูง และจำนวนลูกค้าหนาแน่น โดยบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จากการขายเข้ามาตามสัญญาแฟรนไชส์ 

เขา บอกต่อว่า ฮ่องกงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายแบรนด์ในต่างประเทศ เนื่องจากพาร์เนอร์ที่บริษัทเลือกมามีศักยภาพที่สามารถจะนำพาแบรนด์อาฟเตอร์ ยู ขยายเข้าไปในประเทศจีนต่อไปได้ ซึ่งตรงนั้นเป็นมุมมองที่บริษัทมองเห็น แม้ว่าโมเดลธุรกิจแบบแฟรนไชส์จะสร้างรายได้ให้บริษัทไม่หวือหวาเท่ากับการลงทุนเองในประเทศ แต่จะเป็นช่องทางในการขยายแบรนด์ออกไปในต่างประเทศที่มีมาก หากฮ่องกงประสบความสำเร็จประเทศอื่นๆ ก็จะตามมาต่อไป 

'ฮ่องกงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายสาขาในต่างประเทศที่ดี แม้เป็นเมืองไม่ใหญ่มาก แต่มองว่าฮ่องกงจะเป็นไฮไลท์ที่ดีในการขยายสาขาผ่านแฟรนไชส์ และเชื่อว่าจะสร้างยอดขายได้ดี เพราะว่ามีชาวจีนเดินทางเข้าออกจำนวนมาก'

นอกจากฮ่องกงแล้ว ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์เนอร์ที่สนใจเป็นลูกค้าแฟรนไชส์หลายราย ทั้งในประเทศ มาเลเซีย สิงค์โปร ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย หรือแม้แต่สหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมามีมาพูดคุยด้วยหลายรายแล้ว แต่ในปีนี้จะเน้นการขยายตลาดในฮ่องกงก่อน และหากเป็นไปได้ในปีนี้อาจจะเห็นการขยายสาขาไปในประเทศอื่นอีก 1 แห่ง 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป จะเห็นบริษัทมีการ 'เคลื่อนไหว' (Active) ในการเร่งขยายสาขาต่างประเทศมากยิ่งขึ้น สะท้อนภาพจากที่ผ่านมาบริษัทลงทุนขยายโรงงาน ในการก่อสร้าง 'ห้องเย็นเก็บสินค้า' บนพื้นที่โรงงานเดิม ใช้เงินลงทุนราว 90 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศและต่างจังหวัด โดยเฉพาะในสาขาต่างประเทศที่คาดว่าฃวัสดุดิบต่างๆ สัดส่วนเกือบ 60-70% จะต้องมาจากประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าโรงงานจะเสร็จในเดือนเม.ย.นี้ ประกอบกับปัจจุบันบริษัทมีฝ่ายต่างประเทศขึ้นแล้วเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   

สำหรับ 'โมเดลธุรกิจใหม่' (Business Model) นั้น โดยบริษัทก็ยังมองในธุรกิจอาหารและขนมหวาน ซึ่งก็อยู่ในแผนธุรกิจปีนี้ด้วย รวมทั้ง 'การซื้อกิจการ' ปัจจุบันสนใจอยู่ 2-3 แบรนด์ในต่างประเทศ แต่ติดต่อไปยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าเขายังเงียบอยู่ 'เรากำลังสนใจแบรนด์แฮมเบอร์เกอร์อยู่แบรนด์หนึ่ง'

สำหรับการเติบโต 'ในบ้าน' เขา บอกต่อว่า ปี 2561 บริษัทเปิดสาขาทั้งหมด  6 แห่ง และถือเป็นปีแรกที่บริษัทโฟกัสเปิดสาขาในต่างจังหวัดโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ อย่าง เชียงใหม่ , อุดรธานี , พัทยา จังหวัด ชลบุรี เป็นต้น ซึ่งในปี 2562 บริษัทมีเป้าหมายขยายสาขาอีก 10 แห่ง จากปีก่อนที่มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 31 สาขา  

โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดสาขาใหม่แล้ว 4 สาขา ประกอบด้วย สาขาห้างไอคอนสยาม , 1o1 the third place , ห้างเซ็นทรัลป่าตอง จังหวัดภูเก็ต และ ห้างเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ส่วนอีก 6 สาขา คาดว่าจะเปิดได้หมดในไตรมาส 3 ซึ่งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ คือ สุขุมวิท 11 , หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอยู่ระหว่างการดำเนินการเปิดสาขาอีกคือ อุดรธานี , กรุงเทพฯ , เชียงใหม่ และพัทยา หรือ ภูเก็ต 

'ปีนี้เรามีปรับแผนลงทุนเล็กน้อย จากเดิมที่บริษัทเปิดสาขาเฉลี่ยทุกไตรมาส แต่พบว่าสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงไตรมาส 4 ของปี จะไม่ส่งผลถึงตัวเลขยอดขายในปีนั้นๆ ดังนั้น เราจึงขยับการเปิดสาขาให้หมดภายในไตรมาส 3 และไตรมาสสุดท้ายของปีจะเป็นช่วงที่เราตั้งใจเก็บเกี่ยวยอดขายตอนรับเทศกาลปีใหม่' 

สำหรับปีนี้บริษัทวางงบลงทุนไว้ราว 100-200 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนที่ใช้ในการขยายสาขาใหม่จำนวน 70-80 ล้านบาท และขยายพื้นที่โรงงานของบริษัท และเพิ่มการผลิตในไลน์ขนมปัง รองรับการสต็อกสินค้าและการส่งออก จำนวนอีก 100 ล้านบาท

ส่วนการร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้าหลากหลายแบรนด์ที่ต้องการให้บริษัทเข้าไปซัพพอร์ตด้านขนมหวาน ยังมีการเติบโตต่อเนื่องขณะเดียวกัน การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในปีนี้ก็ยังมีแผนออกเพิ่มเติมอีกกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงหน้าร้อนนี้จะมีขนมเกี่ยวกับผลไม้ออกมาสู่ตลาด 

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีการออกผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่อ 'ขนมปังเนยโสด' และ 'ขนมปังนมโสด' ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า โดยในปีนี้ก็ยังมองการขายในรูปแบบซื้อกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง  

'ปีนี้เราตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 880.73 ล้านบาท ตามการขยายสาขาร้านอาฟเตอร์ ยู เพิ่มอีกจำนวน 10 สาขา' 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มาจาก Co-Branding , แฟรนไชส์ , Take a way และเดลิเวอรี่ จะขยับเพิ่มขึ้นมา จากปัจจุบันบริษัทยังมีรายได้หลักมาจากสาขาประมาณ 95%

ท้ายสุด 'แม่ทัพ' ทิ้งท้ายไว้ว่า ยอมรับว่าตอนนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนจากปีก่อนที่ลูกค้าเริ่มกลับมาช่วงก่อนปีใหม่ ซึ่งบริษัทก็ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่จากความแข็งแรงของแบรนด์อาฟเตอร์ ยู ทำให้ไตรมาส 4 ยอดขายเติบโตขึ้น และเชื่อว่าปีนี้เราจะผลักดันยอดขายให้เติบโตไปได้ต่อเนื่อง  

โบรกฯขยายสาขาผลักดันธุรกิจโต 

บริษัทหลักทรัพย์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมองต่อ หุ้น อาฟเตอร์ยู หรือ AU ในแง่ของการเติบโตทั้งรายได้และกำไรสุทธิในระดับใกล้เคียงปี 2561 ที่ double digit growth ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา โดย key growth driver จะมาจากการขยายสาขาในอัตราเร่งและ SSSG ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์เนยโสด-นมโสดหน้าร้าน      

โดย อาฟเตอร์ ยู ยังคงเป้าการขยายสาขาสำหรับปี 2562 ไว้ที่ 10 สาขาทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ จากปัจจุบันมี 32 สาขาใน 2561 ทั้งนี้บริษัทคาดว่าน่าจะสามารถเปิดสาขาทั้งหมดได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2562 โดย YTD เปิดไปแล้วถึง 4 สาขาได้แก่ Icon Siam, 101 The Third Place, Central ป่าตอง และ The Market  ราชประสงค์ และกำลังจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาที่ สุขุมวิท 11 และ หาดใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2562 นี้

นอกจากนี้ยังมีสาขาในแผน (ยังไม่ secured) อีกคือที่ อุดรธานี , กรุงเทพฯ , เชียงใหม่ และพัทยาหรือภูเก็ต  ดังนั้น ยังคงแนะนำ 'ซื้อหุ้น AU' โดยให้ราคาเป้าหมาย 10 บาทต่อหุ้น