‘เดโมแครต’ปลื้มนิวซีแลนด์ห้ามขายปืน

‘เดโมแครต’ปลื้มนิวซีแลนด์ห้ามขายปืน
21 มีนาคม 2562
2,436

นักการเมืองชั้นนำสหรัฐรับลูก นิวซีแลนด์สั่งห้ามจำหน่ายอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ หลังเกิดเหตุสังหารหมู่ที่ไครส์ตเชิร์ช เรียกร้องให้ควบคุมอาวุธปืนในประเทศของตนด้วย

หลังจากนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์ แถลงสั่งห้ามจำหน่ายปืนไรเฟิลจู่โจมปืนกึ่งอัตโนมัติ และอาวุธปืนทุกชนิดที่สามารถบรรจุกระสุนได้จำนวนมากในคราวเดียว คำสั่งมีผลบังคับใช้ทันที หลังเกิดเหตุชายออสเตรเลียกราดยิงในมัสยิด 2 แห่งที่เมืองไครส์ตเชิร์ชเมื่อสัปดาห์ก่อน คร่าชีวิตประชาชน 50 คน

กลุ่มผู้สนับสนุนให้ควบคุมปืนทั้งในสหรัฐและทั่วโลก ต่างชื่นชมกับความเคลื่อนไหวของรัฐบาลแคนเบอร์รา หลายคนใช้โซเชียลมีเดียประณามกลุ่มสนับสนุนอาวุธปืน

“การหยุดความรุนแรงจากอาวุธปืนแท้จริงต้องเป็นแบบนี้ เราต้องทำตามนิวซีแลนด์ จัดการกับเอ็นอาร์เอ (สมาคมไรเฟิลแห่งชาติ) ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกอาวุธจู่โจมทุกชนิดในสหรัฐ” นายเบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐและตัวเก็งเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตทวีตข้อความ

นางสาวอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ คอร์เตส ส.ส.คนดังจากพรรคเดียวกัน เปรียบเทียบการกระทำกับนายกฯ นิวซีแลนด์กับเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมแซนดี้ฮุก รัฐคอนเนตทิคัต เมื่อปี 2555 คร่าชีวิตนักเรียน 20 คน เจ้าหน้าที่โรงเรียน 6 คนว่า เหตุเกิดขึ้นมาตั้ง 6 ปีแล้ว ส.ว.ยังไม่เคยลงมติตรวจสอบภูมิหลังคนซื้อปืนทุกคน

“เกิดเหตุไครส์ตเชิร์ชได้ไม่กี่วัน นิวซีแลนด์กวาดอาวุธสงครามออกจากตลาดทันที ภาวะผู้นำต้องเป็นแบบนี้”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ทวีตข้อความตอบโต้ประเด็นร้อน แต่นางสาวดานา โลเอช โฆษกเอ็นอาร์เอ ตอบทวีตนายแซนเดอร์สว่าสหรัฐไม่ใช่นิวซีแลนด์

ขณะนี้รัฐบาลแคนเบอร์รากำลังแก้ไข พรบ.อาวุธปืน นายกฯ อาร์เดิร์นประเมินว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 เม.ย.ระหว่างนี้รัฐบาลจึงออกมาตรการชั่วคราวขอซื้ออาวุธปืนจากประชาชน ซึ่งต้องใช้งบประมาณราว 69-139 ล้านดอลลาร์

นายไมเคิล บุช ผู้บัญชาการตำรวจนิวซีแลนด์ เผยว่า ผู้ใช้อาวุธปืนในประเทศมีราว 2.5 แสนคน แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขจำนวนปืนกึ่งอัตโนมัติที่ประชาชนครอบครอง

ด้านพรรคอนุรักษนิยมประเมินว่า นิวซีแลนด์มีปืนราว 1.5 ล้านกระบอก หรือ 3 กระบอกต่อประชาชน 10 คน ต่ำกว่าในสหรัฐมาก ที่นั่นประชาชน 1 คนมีปืนมากกว่า 1 กระบอก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: