ที่แท้ 'เทพ โซโล' เป็นคนพิจิตร หัวหน้าแก๊ง 'มันทุกเม็ด'

ที่แท้ 'เทพ โซโล' เป็นคนพิจิตร หัวหน้าแก๊ง 'มันทุกเม็ด'
22 มกราคม 2562
8,420

ขอหมายจับ “เทพ โซโล”  รู้ตัวแล้ว ที่แท้หนุ่มพิจิตร หัวหน้าแก๊ง “มันทุกเม็ด” ชงข้อหาจ้างฆ่า ซ่องโจร เผยกบดานกองกำลังประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมสั่ง ตม.ดัก ประสานเพื่อนบ้านจับ!

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสาระสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.)  และรักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และ รอง ผอ.ศปอส.ตร. แถลงผลการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด “เทพบุตรโซโล” ว่า จากการสืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบแล้วว่า ผู้ที่ใช้เฟชบุ๊ก ชื่อ “เทพบุตรโซโล” ที่ก่อเหตุ บงการทำร้ายร่างกาย ผู้ที่หักหลังการค้ายาเสพติดจนเสียชีวิต เหตุเกิดท้องที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น คือ นายปัณณวิชญ์ ประทุม อายุ 30 ปี ชาว จ.พิจิตร โดยพบว่านายปัณณวิชญ์  มีอีกชื่อว่า “โก๋แก่” เป็นหัวหน้าขบวนการมันทุกเม็ด ขบวนการค้ายาเสพติดที่ ศอปส.ตร.เคยขยายผลยึดทรัพย์ร้านยางรถยนต์ที่เปิด เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ในพื้นที่ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา

 

โดยขณะนี้ผู้ต้องหารายดังกล่าว อยู่ระหว่างการหลบหนีกับกลุ่มกองกำลังในประเทศเพื่อนบ้าน ฝั่งชายแดน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยในแก๊งมันทุกเม็ด นายปัณณวิชญ์ ใช้ชื่อว่า โก๋แก่ เป็นระดับสั่งการหายาเสพติดจากฝั่งเพื่อนบ้าน แล้วปล่อยต่อโดยหาสมาชิกจากเยาวชนที่หลงเชื่อ ผ่านทางออนไลน์ เบื้องต้น สืบทราบว่า มีเครือข่ายที่ขายยาเสพติดให้ประมาณ 10 คน จับได้บางส่วนเหลือ 4-5 คน แต่แตกกระเจิงไปแล้ว

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายปัณณวิชญ์ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมใช้จ้างวานฆ่าผู้อื่น อั้งยี่ ซ่องโจร จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับค้างเก่าอยู่มากกว่า 2 หมายจับในหลายท้องที่เกี่ยวกับคดียาเสพติด จากการสืบสวนทราบว่า นายปัณณวิชญ์ มักจะเดินทางเข้าออกไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นประจำ โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ อาศัยช่องว่างแนวชายแดน ติดต่อกับกลุ่มค้ายาในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังไม่ทราบว่ากลุ่มไหน โดยทาง สตม.ยังไม่ พบข้อมูลการเข้าออกผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมืองแต่อย่างใด แต่สืบทราบว่าใช้วิธีข้ามไปมา ผ่านชายแดนมาเป็นเวลามากกว่า 1 ปีแล้ว

  

“บางครั้งก็สั่งการค้ายา และทำร้ายร่างกาย ตอนอยู่ฝั่งไทย บางครั้งก็ทำในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของนายปัณณวิชญ์ และพรรคพวกเป็นพิเศษ โดยเฉพาะด่านชายแดนแม่สายเชียงแสน และหนองคาย หากพบก็ต้องจับให้ได้ ในเบื้องต้น ได้ออกหมายจับนายปัณณวิชญ์ เพียงคนเดียว ส่วนพวกที่อยู่ในแก๊งมันทุกเม็ดคือ นายสุวิต นายชาติชาย และนายเจริญวุฒิ สมาชิกในแก๊งอีก 3 คน ทางเจ้าหน้าที่ฯ จะเร่งขยายผลต่อไป”รองผอ.ศปอส.ตร. กล่าว  

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า แม้กลุ่มผู้ต้องหาจะหลบหนีต่างประเทศ แต่ยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ในการติดตามจับกุมคนร้าย แม้ว่าอยู่ที่ไหนกับใคร เราก็สามารถตามจับกุมได้ โดยปีนี้ตำรวจไทยเป็นประธานอาเซียน จะใช้ข้อได้เปรียบในการประสานงานตรงนี้ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้

 

 

รองผอ.ศปอส.ตร. กล่าวอีกว่า นอกจากเทพบุตรโซโล ว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายเยาวชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นจนเสียชีวิตแล้ว ยังพบว่า เคยก่อเหตุลักษณะเช่นนี้ในพื้นที่อื่น ทั้งในพื้นที่ ภาค 4 ภาค 6 เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งในพื้นที่เพชรบูรณ์ กลุ่มเครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด เครือข่ายของนายปัณณวิชญ์แต่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “มัจจุราช เพชรบูรณ์” โดยพบว่า เหตุลักษณะเดียวกันคือว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่น ไปทำร้ายร่างกายผู้ที่หักหลังในขบวนการค้ายาของแก๊งมันทุกเม็ดโดยให้ถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน ให้ผู้สั่งการ ก็รณีนี้จับกุมผู้ต้องหา 4ราย คือ นายวิชัย เชียงบุญมี หรือนัย อายุ 30ปี  นายธวัชชัย เมธากุล หรือรัน อายุ 24ปี นายกิตติพงษ์ น้อยกลม หรือเจน อายุ 25ปี และนายณัฐวุฒิ บุญทอง หรือต้น อายุ 24ปี มีผู้เสียหายที่ปรากฏในคลิปอายุ 21 ปีมาชี้ตัวยืนยันผู้ต้องหาด้วย กลุ่มที่รับงานจากแก๊งมันทุกเม็ดในการทำร้ายร่างกาย กระทืบ ผู้ที่หักหลัง มีสัญลักษณ์รอยสักที่ขมับ ต้นคอ ลายสักคำว่ามันทุกเม็ดไว้ด้วย

“การสืบสวนสอบสวนขยายผลแก๊งนี้ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ยืนยันว่าแก๊งนี้ไม่ใช่แก๊งใหญ่ ไม่ใช่แก๊งมาเฟีย หรืออาชญากรอะไรเป็นแก๊งค้ายาเสพติดที่พยามใช้ช่องทางทางโซเชียลมีเดียในการหาลูกค้า และมาก่อเหตุรุนแรงทำร้ายร่างกาย ว่ามีเงินหมุนเวียนประมาณ 100 ล้านบาทแต่เงินพวกนี้เป็นเงินร้อน ได้มาก็หายไป ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกกลัว ตำรวจติดตามจับกุมอยู่”พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว

 



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง