ไปไหนไม่ไกล

ไปไหนไม่ไกล
21 มกราคม 2562 | โดย บล.โกลเบล็ก
3,852

SET Index ศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังมีข่าวว่าสหรัฐฯเตรียมผ่อนคลายภาษีนำเข้าจากจีน

ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องช่วยหนุนหุ้นกลุ่ม ENERG อาทิ PTT PTTEP และ PTTGC อย่างไรก็ตาม กลุ่มแบงค์ยังเผชิญแรงขายออกมา หลังจากประกาศผลประกอบการงวด 4Q61 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้  ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,583.77 จุด (+3.47 จุด) Volume 4.8 หมื่นลบ. จาก Foreign Net +2,902.08 ลบ. TFEX Net -9,925 สัญญา และ ตลาดตราสารหนี้ -2,141 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 336.25 จุด รับความหวังสงครามการค้าใกล้ปิดฉาก

+น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.73 หลังโอเปกลดการผลิต, คลายกังวลการค้าสหรัฐ-จีน

+เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมพุ่ง 1.1% มากสุดรอบ 10 เดือนในธ.ค.

+ประธานเฟดนิวยอร์กชี้ความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐส่งผลเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย

+จีนเผยเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดพันธบัตรในประเทศสูงถึง 1 แสนล้านดอลล์ในปี 61

- จีนเผย GDP ไตรมาส 4/61 ขยายตัว 6.4% ดีกว่าคาดที่ 6.3% ตลอดปี 61 ขยายตัว 6.6% แต่ต่ำกว่าปี 60 ที่ขยายตัว 6.9%

+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะซื้อ MTD 3.4b พันล้านบาท ค่าเงินบาท 31.74 บาท/US

** วันนี้จับตากระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า

คาดดัชนี SET วันนี้มีปัจจัยบวกจากทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศและราคาน้ำมันที่ปิดพุ่งขึ้น   โดยมีปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวจากปีที่ผ่านมา  คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,575-1,595 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

  • ขยายเวลา VOA AOT CENTEL ERW
  • EU ปลดไทยออกจากธงเหลืองด้านประมง TU CFRESH ASIAN
  • High Div : KAMART SIRI SNC ORI DIF BTSGIF SC MC AIT QH KKP TKS
  • CPALL MAKRO BJC ช็อปตรุษจีน
  • หุ้น Theme EEC play : AMATA, WHA, EASTW, ATP30, ORI
  • IAA เปิดเผยหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำ BBL BEM CPALL STEC WHA

หุ้นแนะนำพิเศษ

CPN Analyst Meeting ราคาปิด 77.00 บาท  Bloomberg Consensus 87.37 บาท

ผู้บริหารแถลงแผนธุรกิจปี 2562 ตามแนวคิด “Center of Life”เป็นสถานที่ที่คนเข้ามาใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆ บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัลไอซิตี้ที่มาเลเซียใน 1Q62 และสาขาสุวรรณภูมิใน 3Q62 ส่วนสาขาอยุธยาเลื่อนไปเปิด 1Q63 ซึ่งไม่มีนัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในปีนี้  ผู้บริหารเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างศึกษาเปิดสาขาต่างประเทศแห่งที่ 2 ที่เวียดนาม  เป้ารายได้รวมปีนี้เติบโต 12%  รวมผลของการควบรวมกับ GLAND 2% เฉพาะธุรกิจค้าปลีกให้เช่าตั้งเป้ายอดขายเติบโตเฉลี่ย (SSSG)3-4% สำหรับโครงการอสังหาฯ ที่จะโอนปีนี้มีแผนรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 37% ส่วนสินทรัพย์ที่เป็นของ GLAND อยู่ระหว่างทบทวนแผนเดิม โครงการที่พัฒนาร่วมกับ DTC มีรูปแบบผสมทั้ง โรงแรม ที่พักอาศัย ร้านค้าปลีกให้เช่า และอาคารสำนักงานให้เช่าจะเปิดดำเนินการในอีก 4 ปีข้างหน้า งบลงทุน 1.9 หมื่นลบ.สำหรับเปิดศูนย์ใหม่และปรับปรุงศูนย์เก่า ได้แก่พัทยา ภูเก็ต  และลาดพร้าว

ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อศักยภาพในการเติบโตของรายได้ในอนาคตจากกลยุทธ์เชิงรุกด้วย M&A  คาดแนวโน้มกำไร 4Q61 เพิ่มขึ้น QoQ และ YoY จากการเปิดสาขาภูเก็ต 2 และสาขาเซ็นเวิลด์ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จและได้มีการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่า ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 เฉลี่ย 11,820 ลบ. +19% จากกำไรปกติปี 60 จำนวน 9,893 ลบ.ซึ่งไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นค่าสินไหมทดแทนกรณีไฟไหม้จำนวน 3.5 พันลบ.

ส่องหุ้น

ETE                         แนวรับ 1.09-1.05 บาท            แนวต้าน 1.16 , 1.18-1.19 บาท

 

  • ITEL Analyst Meeting (ราคาปิด 3.38 Bloomberg Consensus 50)
  • กำไรสุทธิงวด 9M61 อยู่ที่ 99 ลบ. +40%YoY จากรายได้รวมจากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นราว 103% สู่ 1,282 ลบ. แบ่งเป็น 1) รายได้จากธุรกิจData Service 465 ลบ. +24%YoY 2)รายได้จากธุรกิจ Installation 737 ลบ. +284%YoY 3)รายได้จากธุรกิจData Center 49 ลบ. +7%YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 9M60 ที่ 26% เหลือ 23% เนื่องจากแต่ละธุรกิจของบริษัทมีการแข่งขันกันสูงขึ้น  ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 9M60 ที่ 11% เหลือ 8%  โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์กำไรสุทธิปี 61 ไว้ที่ 92 ลบ. -10%YoY ซึ่งบริษัทสามารถทำได้มากกว่าคาดแล้ว ทำให้เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกกับผลการดำเนินงานในอนาคตของบริษัท
  • ผบห.ตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโตราว 16% แบ่งได้เป็น 1)ธุรกิจ Data Service ตั้งเป้าเติบโตราว 50% โดยมีแผนขยายไปยังกลุ่มลูกค้าที่ธุรกิจมีการขยายสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศเช่น กลุ่มร้านอาหาร โดยปัจจุบันบริษัทมี backlog ในมือราว 612 ลบ. 2) ธุรกิจ Installation มีแนวโน้มหดตัว โดยปัจจุบันมี backlog ในมือราว 708 ลบ. 3)ธุรกิจ Data Center มีแนวโน้มทรงตัว โดยปัจจุบันมี backlog ในมือราว 105 ลบ.โดยในอนาคตบริษัทมีแนวโน้ม SG&A/Revenue ลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายของพนักงานเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเติบโตของรายได้

หุ้นมีข่าว   

   + ประเด็นบวกกลุ่มก่อสร้าง กสทช. คาดเปิดประมูลคลื่น 700 MHz ได้ในธ.ค.62 ก่อนเปิดใช้ปี 63

   + AOT เล็งเสนอ TOR ประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิเข้าบอร์ดภายใน 1-2 เดือนนี้

   + BTS รอเสียบเจรจาชิงงานไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน 2.24 แสนล้านบาท หลัง CP ส่อเค้าไปต่อไม่ไหว เหตุดั๊มพ์ราคาต่ำมาก ความเสี่ยงโครงการสูง แถม “ร.ฟ.ท.” ยันไม่ช่วยเหลือเกินเงื่อนไขประมูล (ที่มา ข่าวหุ้น)

   + SISB ปลดล็อกรับข่าวดีสองเด้ง “จุติ ไกรฤกษ์” ไม่ยื่นอุทธรณ์คดีฟ้องร้อง-หุ้นหลุดเกณฑ์ “แคชบาลานซ์” วันแรก (ที่มา ข่าวหุ้น)

    รฟท.รับข้อเสนอซอง 4 ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน"กลุ่มซีพี"เพียง 3 ประเด็น จาก 11 ประเด็น คาดไม่ทันเซ็นสัญญา 31 ม.ค.นี้

    ก.ล.ต.ลงโทษ"หมอปราเสริฐ-ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ"พร้อมพวกสร้างราคาหุ้น BA สั่งปรับ 500 ลบ.ห้ามเป็นผู้บริหาร บจ.

    KBANK Analyst Meeting ราคาปิด 183 บาท Bloomberg Consensus 226.22 บาท

รายงานกำไร 4Q61 เท่ากับ 7 พันลบ. +25%YoY -28%QoQ โดยมีรายได้ดอกเบี้ย เท่ากับ 2.5 หมื่นลบ. +6%YoY +1.9%QoQ ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเท่ากับ 1.3 หมื่นลบ. -15.1%YoY -3.9%QoQ จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง เนื่องจากการให้บริการฟรีกับธุรกรรมที่ผ่านช่องทางดิจิทัล  ภาพรวมปี 2561 มีกำไรสุทธิ 3.8 หมื่นลบ. +12%YoY ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของคชจ.ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (Credit cost อยู่ที่ 175 bps ลดลงจากปี 60 ซึ่งอยู่ที่ 239 bps) ประกอบกับรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 4.7%YoY โดย NIM ทั้งปีอยู่ที่ระดับ 3.39% อยู่ในกรอบเป้าหมาย 3.2-3.4% แต่ลดลงจาก 3.44% ในปี 60 ขณะที่มีปัจจัยกดดันจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลงถึง 9.2% สูงกว่ากรอบเป้าหมายที่คาดว่าจะลดลงสูงสุด 8% ขณะที่คชจ.ในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ Cost to Income Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 44% จาก  42% ในปี 60 

แนวโน้มปี 62 ธนาคารคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจจะได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและรัฐจะเติบโต 4-5% และ 5-8% ตามลำดับ สอดคล้องกับเป้าปี 62 โดยคาด Loan growth จะอยู่ที่ราว 5-7% ขณะที่ NIM คาดว่าจะอยู่ราว 3.3-3.5% จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วน %NPL คาดว่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ระดับราว 3.3-3.7% เนื่องจากการนำ NPL บางส่วนที่คาดว่าจะขายกลับมาบริหารเอง พร้อมกับคชจ.สำรองที่คาดว่าจะลดลง โดยตั้งเป้า Credit Cost ราว 165 bps จากปี 61 อยู่ที่ระดับ 175 bps อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ค่าธรรมเนียม และเบี้ยรับประกันภัย) ราว -5 ถึง -7% จากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้ช่องทางดิจิทัล โดย Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 62 ราว 41,896.32 ลบ. +8.94%YoY ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวจากการเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการหนี้ที่ทำได้ดี



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง