กรมอนามัย คาด ปี64 ผู้สูงอายุเพิ่ม 5.6 ล้านคน

กรมอนามัย คาด ปี64 ผู้สูงอายุเพิ่ม 5.6 ล้านคน
13 พฤศจิกายน 2561
1,720

กรมอนามัย คาด ปี64 ผู้สูงอายุเพิ่ม 5.6 ล้านคน เตรียมแผนงานส่งเสริมสุขภาพสูงอายุระยะยาว

วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2561) แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ ในระดับ cluster กลุ่มผู้สูงอายุส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และระดับจังหวัด ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี ว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนถึงร้อยละ 17.52 ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปีประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร ทั้งประเทศ ซึ่งผู้สูงอายุที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป มีจำนวน 4.6 ล้านคน หรือร้อยละ 42.9 ของประชากรสูงอายุทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5.6 ล้านคนในปีพ.ศ. 2564 ซึ่งจากการเพิ่มจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมโดยรวม เพราะจากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยปี 2553-2583 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า ในปี 2583 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สูงถึง 20.5 ล้านคนหรือ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด แต่จะมีประชากรวัยแรงงานเพียง 35.18 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ที่มีประชากรวัยแรงงานจำนวน 42.74 ล้านคน หรือลดลง 7.6 ล้านคน ทำให้โครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ


แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า จากการลดลงของจำนวนและสัดส่วนของประชากรวัยแรงงานและการเพิ่มของจำนวนประชากรผู้สูงอายุสะท้อนให้เห็นถึงการจัดระบบบริการด้านสุขภาพ ให้กับประชากรที่อยู่ในวัยผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงต้องเผชิญกับปัญหาสภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และระบบการดูแลที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงความมั่นคงทางด้านรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากพื้นฐานครอบครัวที่ที่มีฐานะยากจน ส่วนหนึ่งยังมีปัญหาเรื่องรายได้ การขาดผู้ดูแลในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการวางแผนรองรับกับสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ "ภายในทศวรรษต่อไป คนไทยทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดผลกระทบระดับชาติ 20 ปีไว้ คือ 1.อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดไม่น้อยกว่า 85 ปี และ 2.อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 75 ปี ส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุโดยผลักดันความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานนำแนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุไปใช้กับแรงงานในสถานประกอบการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย (ระบบSelf-Assessment และให้ความรู้ผ่าน Digital platform) และพัฒนาความร่วมมือ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย เช่น ชุมชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ สถานประกอบการ ขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายระดับเขตร่วมกับสถานประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชน พัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายในสถานประกอบการ


"ทั้งนี้ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในผู้สูงอายุ โดยการยืดเวลาของการเข้าสู่ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังหรือการเข้าสู่ภาวะทุพพลภาพออกไปที่เน้นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง รวมถึงการเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาดังกล่าว กรมอนามัย จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุในระดับ cluster กลุ่มผู้สูงอายุส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และระดับจังหวัดในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และชี้แจงนโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว 2 แผนงาน ได้แก่ 1.แผนบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยมีกิจกรรมประกอบด้วยแนวทางการดำเนินงาน โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อม และโครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ และ2.แผนบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบด้วย โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน และโครงการบูรณาการการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ.2558-2565 แก่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ โดยมี ผู้บริหาร ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ ภาคีเครือข่ายการดำเนินงาน cluster กลุ่มผู้สูงอายุ ระดับส่วนกลาง ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ จำนวน 250 คน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง