"ริกะ อิชิเกะ"กับแรงผลักดันสู่ชัยศึกONE: KINGDOM OF HEROES

25 กันยายน 2561
2,776

สำหรับ ริกะ "Tindydoll" อิชิเกะ เธออาจเป็นนักกีฬาศิลปะป้องกันตัวหญิงที่ชาวไทยนิยมชมชอบมากที่สุดในยุคปัจจุบัน

แต่ใครจะรู้ว่าในอดีต เธอเป็นคนนึงที่เคยมีประสบการณ์โดนเกลียดและถูกรังแกอย่างรุนแรงจากคนในโรงเรียนมาแล้ว โดยในช่วงวัยเด็กของริกะ เธอมักได้รับเลือกเป็นตัวแทนกิจกรรมต่างๆบ่อยครั้ง เพราะรูปลักษณ์ที่น่ารักสะดุดตา ด้วยความเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น มาพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ ดวงตาที่เป็นมิตร และตัวเล็กน่าทะนุถนอม

"ตอนที่ริกะอยู่มัธยมต้น ริกะเคยถูกพวกรุ่นพี่รังแก ด้วยเหตุผลแค่เพราะเป็นลูกครึ่ง" เธอเล่า "ตอนแรกพวกเขาแค่แหย่ด้วยคำพูด เช่น ล้อเลียนชื่อของริกะ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีทำร้ายร่างกาย ริกะเคยโดนผลักจากด้านหลังและดึงผมด้วย"

แต่เหตุการณ์เหล่านี้คุณครูของเธอกลับเหมือนไม่รู้ไม่เห็นกับการถูกกระทำ นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจลงเรียนในวิชาศิลปะป้องกันตัว เพื่อหวังให้มีทักษะพอปกป้องตัวเองได้บ้าง หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน

ริกะเริ่มฝึกศิลปะการป้องกันตัวตอนอายุ 9 ขวบ ด้วยการเล่น ไอคิโด, คาราเต้ และ เทควันโด

"ริกะเริ่มฝึกศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่ยังเด็ก" เธอเล่าต่อ "มันเป็นการท้าทายตัวเอง ริกะเรียนคาราเต้, เทควันโด และ ไอคิโด ไปพร้อมๆกัน ริกะไม่ได้เรียนเพื่อจะนำไปทำร้ายคนอื่น หวังแค่ใช้เพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น"

ในขณะที่มุ่งหน้าบนเส้นทางศิลปะป้องกันตัว เธอก็มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงความขัดแย้งต่างๆได้เป็นอย่างดี

"ริกะไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นแค่ร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของจิตใจด้วย" เธอกล่าว "ริกะรู้สึกนิ่งและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น"

แม้ว่าจุดประสงค์ตอนเริ่ม เธอจะเรียนเพื่อใช้ป้องกันตัวเท่านั้น แต่ก็กลายเป็นจุดที่ทำให้เธอพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

"คุณเปลี่ยนแปลงคนอื่นไม่ได้ คุณจึงต้องทำให้ตัวเองแกร่งขึ้นเอง การเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวสามารถปกป้องตัวเองจากการทำร้ายร่างกายและทางเพศ ซึ่งนั่นส่งผลให้จิตใจคุณแกร่งตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อเจอกับการรังแกทางวาจา หรือในโลกโซเชียล" เธอกล่าว

เมื่ออายุได้ 20 ปี ริกะก็ได้เรียนรู้ศาสตร์ป้องกันตัวใหม่ๆเพิ่มเข้ามา เช่น มวยไทย และ บราซิเลียน ยูยิตสู ด้วยความหลงใหลในศิลปะป้องกันตัวที่มากขึ้น ในที่สุดเธอก็เปลี่ยนจากฐานะผู้เรียน กลายมาเป็นนักกีฬาอาชีพแบบเต็มตัว

ริกะเริ่มอาชีพในปี 2017 ก่อนทำผลงานชนะ 3 จาก 5 ไฟต์ที่ลงแข่งขันใน ONE Championship โดยสาวสวยชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิดวัย 29 ปี เตรียมกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งต่อหน้าเพื่อนร่วมชาติในศึก ONE: KINGDOM OF HEROES วันที่ 6 ตุลาคมนี้ หลังร้างสังเวียนไปนานเกือบเจ็ดเดือน

ไฟต์นี้ริกะจะได้ดวลกับ โบเซน่า อันโตนิย่าร์ (Bozhena Antoniyar) จากเมียนมาร์ ดีกรีแชมป์มวยแห่งชาติสองสมัย และตอนนี้คือดาวรุ่งที่น่าจับตามองคนนึงของวงการศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสานในรุ่นอะตอมเวต

หลังจากไฟต์ล่าสุดที่แพ้คะแนน แองเจลี่ ซาบานัล (Angelie Sabanal) คู่แข่งชาวฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การคว้าชัยในไฟต์ที่กำลังจะเกิดนี้คือสิ่งเดียวที่จะทำให้ริกะลืมความปวดได้

"ริกะฝึกหนักและทุ่มเทมาก ทั้งในชีวิตและอาชีพนักกีฬา การจะประสบความสำเร็จได้ คุณต้องซ้อมหนักขึ้นในทุกๆวัน ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องเล็งเห็นความสำคัญของทุกคนและทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ"

เมื่อต้องขึ้นสังเวียนพร้อมถุงมือสี่ออนซ์ ริกะถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในศึก ONE Championship

"ศิลปะการป้องกันตัวในประเทศไทยเริ่มได้รับความนิยม ริกะภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนี้ สำหรับตัวริกะเองถือว่ามาไกลมาก ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ริกะจะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้ครอบครัวและแฟนๆของริกะภูมิใจต่อไป" เธอกล่าว

"ริกะหลงใหลในศิลปะป้องกันตัว รู้สึกมีความสุขจริงๆเวลาได้แบ่งปันและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆกับคนอื่น ริกะได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่สนับสนุนริกะในการฝึกซ้อม ทำให้ริกะแข็งแรงขึ้น ซึ่งริกะพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันที่จะมาถึงนี้" เธอกล่าวอย่างมั่นใจ

"ริกะรู้ว่าตัวเองต้องฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะอีกเยอะ แต่ริกะยินดีที่ได้เข้ายิมในทุกๆวันและรู้สึกว่าพัฒนาขึ้นอย่างมากในฐานะนักกีฬา อดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าริกะทำอะไรได้บ้าง" เธอกล่าวต่อ

ริกะยืนยันว่าไฟต์ที่หกในอาชีพของเธอจะทำให้แฟนๆได้ตระหนักถึงความสำคัญและความหมายที่ถูกต้องของศิลปะป้องกันตัว ที่สามารถช่วยปลดปล่อยศักยภาพที่ดีที่สุดของแต่ละคนออกมาได้

"ศิลปะป้องกันตัวไม่เกี่ยวกับการต่อสู้ ไม่ว่าจะทั้งชายหรือหญิง ริกะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงความคิดสำหรับทุกคนที่ไม่เข้าใจถึงความงดงามของกีฬาประเภทนี้" เธอทิ้งท้าย

ท่านสามารถชมการถ่ายทอดสดได้ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 และเวิร์คพ้อยท์ทีวี ช่อง  23 ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป 
สำรองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ www.onefc.com และ www.thaiticketmajor.com 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง