'พ.ต.อ.ณรัชต์' พร้อมมาดามแป้ง เข้ารับตำแหน่งอธิบดีราชทัณฑ์

'พ.ต.อ.ณรัชต์' พร้อมมาดามแป้ง เข้ารับตำแหน่งอธิบดีราชทัณฑ์
2 ตุลาคม 2560
110,921

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ พร้อมมาดามแป้ง "นวลพรรณ ล่ำซำ" เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนที่ 35 แล้ว

พ.ต.อ.ณรัชต์ เป็นคนกรุงเทพฯ และยังเป็นบุตรชายคนเดียวของ พล.ต.ต.นิทัศน์-รศ.อมรรัตน์ เศวตนันทน์ บ้านนี้เรียกว่าเป็นคนสีกากีมาสามรุ่น โดยนอกจากบิดาแล้ว รุ่นปู่ก็คือ พล.ต.ต.จรุง เศวตนันทน์

เรียนจบปริญญาตรี ในปี 2526 สาขารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 จากนั้นไปรับราชการตำรวจ เป็นรองสารวัตรสอบสวน สน.ลุมพินี ทำงานอยู่ได้ประมาณปีครึ่ง ช่วงปี 2530 ก็จบปริญญาโท M.P.A. สาขาบริหารรัฐกิจ ที่มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตต เมืองแฟรงก์เฟิร์ต รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา

ปี 2551 หลักสูตรนักบริหารระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน รุ่นที่ 60 (นบส.60) ปี 2552 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.8) รุ่นเดียวกับ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

ปี 2553 หลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับอัยการพิเศษฝ่าย สำนักอัยการสูงสุด รุ่นที่ 2, ปี 2554 หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง วิทยาลัยการยุติธรรม (บ.ย.ส.15) และ ช่วงปี 2555 หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (วปอ.54)

เส้นทางการทำงานหลังเรียนจบกลับมารับราชการตำรวจที่กรมตำรวจ โดยเป็นนายเวรของ พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน

จากนั้นไปเป็นสารวัตรป้องกันปราบปรามที่ สน.ลุมพินี ช่วงท้ายของการเป็นตำรวจ เขาเป็นรองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันและปราบปราม ดูแลสายตรวจ ที่ สภ.เมืองชลบุรี ตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้กำกับการ ฝ่ายองค์การตำรวจสากล หรืออินเตอร์โปล กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับเส้นทางในดีเอสไอ เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2546–30 เมษายน 2550 เป็นผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

จากนั้นช่วง 1 พฤษภาคม 2550–30 กันยายน 2550 เป็นผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ช่วง 1 ตุลาคม 2550–30 กันยายน 2551 เป็นผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ต่อมาช่วง 1 ตุลาคม 2551–23 มกราคม 2555 เป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, 24 มกราคม 2555–30 กันยายน 2555 เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และตามด้วยอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม กระทั่งปี 2558 ขึ้นนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมคุมประพฤติ และนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์อย่างเป็นทางการ

สำหรับชีวิตส่วนตัว ดูจะเป็นไฮไลท์ที่สังคมให้ความสนใจมากที่สุดในสองสามปีมานี้ เพราะหลังจากหย่าขาดกับอดีตภรรยา เขาก็มาใช้ชีวิตคู่กับ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ สาวรุ่นน้องที่สาธิตปทุมวัน อายุห่างกัน 6 ปี ผู้เป็นกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย และผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงไทย โดยความรักเกิดขึ้นในชั้นเรียนหลักสูตร วตท.รุ่น 8 ดูใจกันจนมีพิธีวิวาห์อย่างเรียบง่ายไปเมื่อเช้าวันที่ 19 มกราคม 2557

(ภาพจาก facebook.com/ประชาสัมพันธ์-กรมราชทัณฑ์)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง