การเงิน

GRAMMY - ถือ

ตระกูลสิริวัฒนภักดีเข้าถือหุ้นใน GMM Channel Trading

ประเด็นการลงทุน

หลังจากที่มีการปรับโครงสร้าง The ONE enterprise ก็ถึงคิวของ GMM Channel Trading เรามองว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะเป็นผลบวกต่อกำไรของ GRAMMY ในระยะสั้น เนื่องจากขาดทุนที่รับรู้มาจาก GMM Channel Trading ระหว่างปี 2560-2561 จะลดลง และในเชิงธุรกิจ GMM25 จะเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ในแง่ของมูลค่า ส่วนแบ่งกำไรในอนาคตจะลดลงหลังจากที่ GMM Channel Trading พลิกกลับมามีกำไร ซึ่งจะกระทบต่อราคาเป้าหมายของเราเช่นกัน จาก 11.3 บาท มาอยู่ที่ 9.7 บาทอย่างไรก็
ตาม เรายังไม่รวมผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการมีผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาคิดในประมาณการของเรา เนื่องจากเรายังไม่สามารถประเมินในเชิงของมูลค่าได้ในขณะนี้

ตระกูลสิริวัฒนภักดีเข้าซื้อหุ้น GMM Channel Trading

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ประกาศเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 12 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท โดย GRAMMY จะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 1.99 ล้านหุ้น และบริษัท อเดลฟอส จำกัด (มีนายฐาปน สิริวัฒนภักดีและนาย ปณต สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่) จะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในจำนวนที่เหลือ 9.99 ล้านหุ้น (มูลค่า 1 พันล้านบาท) โดยบริษัทจะมีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น GMM Channel Trading และบริษัทอื่นในเครือ (ตามรูป1 และ 2) หลังจากปรับโครงสร้างสำเร็จ GMM Channel Trading จะประกอบด้วย 1) GMM Channel (GMM25), 2) GMM TV (ผลิตรายการ), 3) GMM Media, 4) A-Time Media, และ 5) A-Time Traveler หลังจากที่ดีลนี้สำเร็จ GRAMMY และ Adelfos จะถือหุ้น GMM Channel Trading ฝ่ายละ 50%

ใส่เกราะให้ช่อง GMM25

เราเชื่อว่าเงินที่ได้จากเพิ่มทุน GMM Channel Trading จะใช้สำหรับชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลและลงทุนในด้านคอนเทนต์โปรดักชั่น การมีพันธมิตรที่พร้อมด้วยเงินทุนและเป็นผู้ใช้โฆษณาลำดับต้นๆ (Thai Beverage ติดอันดับ 7 ของผู้ใช้โฆษณามากที่สุด โดยจ่ายเม็ดเงินโฆษณาแล้วกว่า 820 ล้านบาทนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน) จะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนและหนุนความมั่นใจในการทำธุรกิจในอนาคตเพื่อยืนหยัดเหนือคู่แข่งได้ ในการแข่งขันนี้ผู้ประกอบการที่จะยืนหยัดอยู่ได้คือผู้ที่มีคอนเท้นต์และเงินทุนที่แข็งแกร่ง

ส่งผลบวกต่อกำไร GRAMMY ในระยะสั้น

หลังจากเสร็จสิ้นการเพิ่มทุนของ GMM Channel Trading GRAMMY จะบันทึกการลงทุนใน GMM Channel Trading ในงบการเงินของบริษัทโดยใช้วิธี equity method (เปลี่ยนจากวิธี consolidation method) เพื่อสะท้อนการรับรู้ขาดทุนจาก GMM Channel Trading Co Ltd ที่จะลดลงเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักของเราขึ้น 20% มาอยู่ที่ 126 ล้านบาทสำหรับปี 2560 และขึ้น 2% มาอยู่ที่ 317 ล้านบาทสำหรับปี 2561 เราคาด GMM Channel Trading จะสามารถรายงานผลประกอบการพลิกเป็นกำไรได้ในปี 2561 ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2561 ลง 5% มาอยู่ที่ 393 ล้านบาท (ปรับลดกำไรในระยะยาวลง 15-20%) เนื่องจากคาดส่วนแบ่งกำไรจะลดลง เราปรับลดราคาเป้าหมายของเราลง 14% มาอยู่ที่ 9.7 บาท (ประเมินด้วยวิธี SOTP) เพื่อสะท้อนสัดส่วนการถือหุ้นใน GMM Channel Trading ของ GRAMMY ที่ลดลง