ครูบุรีรัมย์ร้องปิดหนี้ 8 แสนบาท แต่หนี้ยังอยู่ครบ จี้ธนาคารรับผิดชอบ
นางศรุดา ประทุมภาพ ครู คศ.1 และนางนิตยา สาธร ครู คศ.1 โรงเรียนไพศาลพิทยาคม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานใบแจ้งหนี้ของธนาคารแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนธานี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่ถูกธนาคารยัดหนี้ให้คนละ 500,000 และ 800,000 บาท เนื่องจากธนาคารซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของทางธนาคาร ไม่นำเงินที่ครูกู้เพิ่มไปตัดหนี้เก่าตามระบบ ทำให้ครูหลายคนต้องเป็นหนี้ 2 สัญญาคือสัญญาเก่าและใหม่ ทั้งที่ตามระเบียบเงินในสัญญาใหม่จะต้องถูกตัดไปชำระสัญญาเก่า ผู้กู้จะได้รับเงินโอนเข้าเพียงส่วนต่างที่กู้เพิ่มเท่านั้น ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะถูกธนาคารหักเงินในบัญชีเงินเดือนจนเงินเดือนไม่พอหัก จึงอยากให้ทางธนาคารออกมาชี้แจงและรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดขึ้น เพราะมีครูหลายแห่ง ก็ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันแต่พอจะไปแจ้งความก็ถูกธนาคารร้องขอไว้ บอกจะหาทา งแก้ไขให้แต่ผ่านมาหลายเดือนกลับไม่ดำเนินการใด ๆจึงได้ออกมาร้องขอความเป็นธรร
นางศรุตา กล่าวว่า ได้กู้เงินครั้งแรกกับทางธนาคาร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 จำนวน 300,000 บาท ถูกหักเงินเดือนๆละ 2,700 บาท ต่อมาเดือนมิถุนายน 2558 ทำเรื่องเพิ่มวงเงินเป็น 800,000 บาท หักหนี้เก่า 300,000 บาท ได้เงินเข้าบัญชี 500,000 บาท ซึ่งจะต้องจ่ายรายเดือนๆละ 7,100 บาท โดยธนาคารได้หักเงินในบัญชีเรื่อยมาตามปกติ ได้กู้เงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นสังกัดจำนวน 1,400,000 บาท โดยนำเช็คไปเบิกเงินสดที่ธนาคารกรุงไทยสาขาประโคนชัย 800,000 บาท ไปที่ธนาคาร สาขาธานีบุรีรัมย์ เพื่อเอาไปตัดหนี้หรือปิดบัญชีเงินกู้ทั้งหมดที่มีอยู่ เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็ขอใบเสร็จรับเงินจากเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันการชำระหนี้ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มี เพราะเป็นการจ่ายในระบบจะตัดอัตโนมัติ แต่รับรองจ่ายให้แล้ว ปรากฏว่าเดือนต่อมา ได้มีใบแจ้งหนี้จากธนาคารกรุงไทย ว่ายอดหนี้ยังมีเท่าเดิม เมื่อสอบถามธนาคารอ้างว่าระบบผิดพลาด และขอร้องไม่ให้ไปแจ้งความจึงรับปาก แต่ต่อมายังมีใบแจ้งหนี้ส่งมาถึงบ้านทุกเดือนเช่นเดิม สิ่งที่ผิดปกติคือใบแจ้งหนี้ที่ส่งมาถึงบ้านได้ระบุการชำระเงินเดือนละ 7,100 บาทตามสัญญาเก่า แต่เลขบัญชีผู้ชำระไม่ใช่ของตนเอง และไม่เคยถูกหักเงินจำนวนตามใบเสร็จที่ส่งมา คาดว่ามีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ชำระให้ เพราะเกรงจะมีความผิด
“กังวลใจมาก เพราะหากปล่อยไว้ระยะยาว คนที่แอบไปชำระเงินให้ หยุดการจ่าย บัญชีหนี้ก็จะตกมาเป็นของตนโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอยากจะให้ธนาคารออกมารับผิดชอบกับกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งคืนสถานะให้ตนเองโดยเร็ว คาดว่าผู้กระทำการน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร และพยายามหาแนวทางประคองสถานการณ์ไว้ แต่เชื่อว่าจะได้ไม่นาน เพราะยังมีครูอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกยัดหนี้ให้โดยไม่รู้ตัว บางรายเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกยัดหนี้ให้เช่นเดียวกัน”นางศรุตา กล่าว




