สนช.รับหลักการร่างพรบ.กำลังพลสำรอง

สนช.รับหลักการร่างพรบ.กำลังพลสำรอง
17 กรกฎาคม 2558
6,182

ประชุมสนช.รับหลักการร่างพ.ร.บ.กำลังพลสำรองหรือ คกส. มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกฯมอบหมาย เป็นประธาน

มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติกำลังพลสำรองพ.ศ. ... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ซึ่งพล.อ อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงหลักการและเหตุผล ว่า ภารกิจด้านการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคง การพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และการพัฒนาประเทศ ถือเป็นภารกิจหลักของกระทรวงกลาโหม การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวจำเป็นต้องกำลังพลที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงไม่สามารถดำรงสถานภาพกำลังรบไว้ในคราวเดียวกันเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้การหมุนเวียนกำลัง ซึ่งการจัดระบบให้กำลังสำรองที่เข้มแข็งจะเป็นส่วนเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมมีประสิทธิภาพมากขึ้นจึงสมควรให้มีระบบกำลังพลสำรอง จึงได้เสนอกฎหมายเพื่อกำหนดประเภทบุคคลที่จะเป็นกำลังพลสำรอง รวมถึงกำหนดหน้าที่สิทธิในการเข้ารับราชการทหารให้เกิดความชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกำลังพลสำรอง หรือ คกส. มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกฯมอบหมาย เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน และมีกรรมการ 20 คน พร้อมกำหนดวิธีรับบุคคลเข้าเป็นกำลังพลสำรองโดยวิธีรับสมัคร หรือคัดเลือกจากนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หรือที่ประเภท 2

ทั้งนี้ การเรียกกำลังพลสำรองและการระดมพล สามารถเรียกได้เฉพาะกรณีจำเป็นที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญหรือการแก้ไข ปัญหาจากภัยพิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อมิให้สร้างภาระแก่บุคคลเพิ่มขึ้น จึงเชื่อมั่นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะยกระดับกิจการพลสำรองเป็นงานระดับชาติที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และทำให้กระทรวงกลาโหมมีความพร้อมด้านบุคลากรมากยิ่งขึ้นต่อการสนับสนุนป้องกันเพื่อประโยชน์ประชาชน โดยมีกฎหมายใช้กับกำลังพลสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนให้มีการผลักดันกำลังพลสำรองชายและหญิงเข้ามารับใช้ประเทศ อาทิ พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร สนช. ระบุว่า ปัจจุบันมีบัญชีกำลังพลสำรองจำนวนกว่า 10 ล้านคนที่ต้องการทำหน้าที่เพื่อประเทศ ซึ่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะทำให้กำลังพลสำรองจะได้ทราบแนวทางปฏิบัติต่อไป อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตถึงการรับบุคคลจากจะมีวิธีการคัด เลือกอย่างไรซึ่งจะขัดแย้งกับนิยามกำลังพลสำรองหรือไม่ และเมื่อเป็นกำลังพลสำรองจะได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหารหรือไม่

ขณะที่ พล.ร.อ. วัลลภ เกิดผล สนช. ระบุ ปกติแล้วระยะเวลาการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามกฏหมายต่างๆจะมีระยะเวลามากกว่า 2 ปี แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ กลับกำหนดเพียง 2 ปี นอกจากนี้ได้มีการกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินเดือนให้กับลูกจ้างที่ถูกเรียกไปเป็นกำลังพลสำรอง แต่ก็ควรให้สิทธิประโยชน์นายจ้างด้วย เพราะหากมีการเรียกกำลังพลสำรองเป็นเวลานาน จะมีการดูแลสิทธิประโยชน์นายจ้างที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างที่เป็น กำลังพลสำรองอย่างไร รวมถึงนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ตั้งข้อสังเกตว่า การคัดเลือกจากทหารกองหนุน หรือทหารกองเกิน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นนักศึกษาวิชาการทหาร หรือรักษาดินแดน( รด.) ที่มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย บุคคลเพศที่สาม จะได้รับการยกเว้นจากการเป็นกำลังพลสำรองหรือไม่ และคนที่เป็นกำลังพลสำรองตามร่างพ.ร.บ.นี้ ไม่ต้องเกณฑ์ทหารหรือไม่ 

ด้าน พล.อ.อุดมเดช ชี้ แจงว่า ตามบทบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร ไม่ได้กำหนดข้อยกเว้นบุคคลเพศที่สาม ไม่ต้องถูกเรียกเป็นกำลังพลสำรอง รวมทั้งก็ไม่มีการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร แต่หากอยู่ในความเหมาะสมและสถานการณ์ความจำเป็นก็สามารถถูกเรียกเป็นกำลังพล สำรองได้เช่นกัน ส่วนกรณีกำหนดสิทธิประโยชน์แก่นายจ้างนั้น ยืนยันว่าได้วางมาตรการทุกอย่างเพื่อไม่ให้นายจ้างและกำลังพลสำรองเสียสิทธิ ประโยชน์ จึงไม่น่าจะเป็นปัญหา ขณะที่การเรียกกำลังพลไม่ได้ใช้ระยะเวลานาน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ทั้งนี้จะมีโอกาสถูกเรียกเพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนกำลังพลสำรองทั้งหมดโดยจะไปประจำตามกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ส่วนการฝึกกำลังพลก็จะใช้ระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้นเพื่อให้ครอบคลุมการฝึก 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติกำลังพลสำรองพ.ศ. ... ด้วยคะแนน 189 งดออกเสียง 4 พร้อมกับให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจำนวน 19 คน

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง