ผบ.ตร.ย้ำไม่ให้ม็อบนกหวีดบุกเข้ามาในสตช.

ม็อบนกหวีดประชิดสตช. ขณะที่ตำรวจตรึงกำลังป้องสถานที่เข้ม "พล.ต.อ.อดุลย์"ยันไม่ยอมให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาในสตช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรักษาความปลอดภัยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปอย่างเข้มข้น มีการระดมกำลังตำรวจมากกว่า 10 กองร้อยยืนแนวกั้นรอบรั้ว สตช. และบริเวณหน้าประตู้ทางเข้าออก โดยประตูทางเข้าออกหลัก 2 ด้าน ทั้งฝั่งถนนพระราม 1 และถนนอังรีดูนังต์ ยังคงปิดกั้นด้วยแท่งแบริเออร์ และแนวรั้วลวดหนามหลายชั้น ขณะที่บริเวณสกายวอล์คหน้า สตช.ถูกปิดไม่ให้ผ่านเข้าออก โดยเปิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าออก.ทางประตูด้านหลังเชื่อมต่อโรงพยาบาลตำรวจเพียงทางเดียวเท่านั้น
ขณะที่เวลา 10.00 น.กลุ่มผู้ชุมุนมเริ่มทยอยเดินทางมายังหน้า สตช. เป่านกหวีดและตะโกนด่าทอตำรวจ กระทั่งเวลา 10.50 น. นายพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียง นำขบวนผู้ชุมนุมเข้าประชิดประตู สตช.ฝั่งถนนพระราม 1 โดยผู้ชุมนุม บางส่วนมีการพยายามผลักดันประตู ทางแกนนำต้องคอยห้ามปราม ทั้งนี้แกนนำปราศรัยโดยเรียกร้องให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะผู้นำตำรวจ ออกมายืนเคียงข้างประชาชน ไม่ทำร้ายประชาชน หากผบ.ตร.ไม่ออกมายืนยันว่าจะอยู่เคียงประชาชน ผู้ชุมนุมก็จะปักหลักเรียกร้องหน้า สตช.เพื่อแสดงพลัง ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ชุมนุมไม่ต้องการบุกยึด หรือก่อความรุนแรงเพียงต้องการแสดงพลังให้เห็นถึงความรักชาติเท่านั้น โดยผู้ชุมนุมเป่านกหวีด ตะโกนไล่ “ออกไป ออกไป ขี้ข้า ขี้ข้า”ตลอดเวลา ทั้งนี้ผู้ชุมนุมหน้าบริเวณหน้า สตช.มีจำนวนประมาณ 2,500 คน
ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะออกมาดูสถานการณ์ ที่บริเวณหน้าอาคาร 1 สตช. ว่า ยืนยันไม่ยอมให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาใน สตช.แน่นอน เนื่องจากที่นี่ต้องรักษากฎหมายและกติกา ตำรวจพยายามยึดหลักเจรจา และหากมีความพยายามบุกเข้ามาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน สำหรับเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.ด้านความมั่นคง เข้าไปบริหารจัดการนำผู้ชุมุนมกลับ และคลี่คลายให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิจารณ์ว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นที่ ม.รามคำแหง เหตุใดตำรวจไม่เข้าระงับสถานการณ์ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตำรวจพยายามเข้าไป บางส่วน แต่หากส่งกำลังเข้าไปในช่วงสถานการณ์กำลังชุลมุน จะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย จึงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและเข้าไปในตอนเช้า และสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ ในส่วนของคดีก็มอบหมาย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.ปป.เข้าไปดูแลแล้ว







