"สวนสดชื่น"รสชาติความสุข ของคนทำกาแฟ

19 กันยายน 2556 | โดย จีราวัฒน์ คงแก้ว
6,441

“สวนสดชื่น”คือกาแฟโรบัสต้าปลอดสารในเมืองเล็กๆ ของจ.ระนอง พร้อมส่งกาแฟคุณภาพไปเสิร์ฟความสุขให้ผู้บริโภคและส่งเสริมเกษตรกรสู่วิถีเกษตรอินทรีย์

“วันนี้บ้านสวนเเดดยิ้มซะปากกว้างเลยครับ ยิ้มเหมือนคนหนุ่มสาวกำลังอินเลิฟ ยิ้มอย่างนี้ ก็ได้เวลาคัดเเละตากกาเเฟของผมพอดี ..ยิ้มนานๆ นะจ๊ะเเดดจ๋า”

ถ้อยความสละสลวย ที่เจ้าของเว็บเพจ “สวนสดชื่น เสน่ห์กาแฟโรบัสต้า” มิ่งขวัญ จันดาเพ็ง ใช้สื่อสารกับมิตรรักคอกาแฟของเขา สลับกับภาพของสวนกาแฟชุ่มฉ่ำ ในเมืองแห่งฝนแปดแดดสี่ ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง ชวนให้คนเมืองที่ยังคร่ำเคร่งกับงานและชีวิต รู้สึกได้ถึงอาการของความ “อิจฉา”

“มิ่งขวัญ” คือชื่อของ อดีตคนทำงานในแวดวงวรรณกรรม แห่ง สนพ.มูลนิธิโกมลคีมทอง งานที่เขาบอกว่า “ให้ความสุข” ได้อย่างเต็มปาก และยังคงสุขใจเมื่อได้นึกถึงในวันนี้

“ผมก็เป็นคนเมืองมาก่อน พอมีลูกก็อยากจะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อให้ลูกได้อยู่กับธรรมชาติ”

เขาบอกถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “คนเมือง” ตัดสินใจทิ้งงานอันเป็นที่รัก ไปเป็น เกษตรกรตัวเล็กๆ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

สวนเล็กๆ ที่โอบล้อมไปด้วยหุบเขา ที่อยู่ของผลไม้นานาชนิด รวมถึงพระเอกอย่าง “กาแฟโรบัสต้า” คือมรดกที่พ่อกับแม่มอบไว้ให้ แม้ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในงานเกษตรเท่ากับพ่อและแม่ แต่มิ่งขวัญ ก็มีจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่ขอทำเกษตรเคมีแบบเก่า แต่จะเปลี่ยนให้สวนของเขา ชุ่มฉ่ำ และสดชื่น ด้วยวิถีแห่ง “เกษตรอินทรีย์”

“ผมอยากให้ลูก ได้อยู่กับสวนที่ดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เลยพยายามปรับจากเคมีมาเป็นอินทรีย์” นั่นคือจุดยืนตั้งแต่ต้น

การได้กลับไปเป็นเกษตรกร ไม่เพียงทำให้เขาได้รู้จักโลกของเกษตรอินทรีย์ ทว่ายังได้รับทราบถึงปัญหาของชาวสวนกาแฟโรบัสต้าทางภาคใต้ ที่ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางมาช้านาน จากคุณภาพและกระบวนการผลิตที่อาจยังไม่ได้มาตรฐาน และกาแฟยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ “อาราบิก้า” ที่มีชื่อเสียงจากทางภาคเหนือ

“ทั้งที่กาแฟโรบัสต้าดีๆ ยังเป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถขายแพงได้ เพียงแต่ชาวบ้านไม่มีความรู้เท่านั้น”

เขาสะท้อนความคิด ก่อนบอกแนวทางที่พยายามชักชวนให้ชาวบ้านรู้จักการปลูกกาแฟในระบบอินทรีย์ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และมี “มูลค่า” ขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการลดต้นทุนในกระบวนการผลิตให้กับชาวบ้านได้อีกด้วย

“แรกๆ ผมไปชักชวนให้ชาวบ้านทำ ก็ไม่มีใครทำนะ หนึ่งอาจด้วยกระบวนการผลิตที่มันจะซับซ้อนขึ้น ต้องลงทุนในวิธีการที่ยุ่งยากขึ้น เขาก็ไม่อยากทำ แต่ผมก็พยายามบอกชาวบ้านว่า ถ้าทำแบบผม เราเป็นคนกำหนดราคาเอง ไม่ต้องกังวลกับพ่อค้าคนกลางเลย แต่ก็ยังยากมากที่จะทำให้เขาเข้าใจในตอนนั้น”

แม้จะเจอกับงานที่ยาก แต่ก็ไม่ได้บั่นทอนความตั้งใจของเขา มิ่งขวัญเลยใช้วิธีลองทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่เรียกได้ว่า ยกงานผลิตกาแฟออกมาทำที่ข้างทาง เพื่อให้ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาได้มองเห็น เมล็ดกาแฟที่ได้ก็หาทางทำการตลาดเอง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยเริ่มจากให้เพื่อนที่เป็น บาริสต้าจากร้าน coffeemania ร้านดังแห่ง จ.ภูเก็ต ชวนทดสอบคุณภาพกาแฟให้ จนได้เสียงตอบรับว่ากาแฟจากสวนของเขาเป็นโรบัสต้าไทยที่ดีมาก นั่นเองที่ยิ่งสร้างความมั่นใจ ในการเดินหน้าความตั้งใจนี้

จากนั้นก็พยายามสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า “สวนสดชื่น” ซึ่งมาจากชื่อของคุณแม่สุดที่รัก

“ผมรู้สึกว่าด้วยบุคลิกของแม่ผม ท่านเป็นคนที่เฮฮา สนุกสนาน และคนที่ดื่มกาแฟก็ต้องสดชื่น ถ้าคุณเศร้าหมองดื่มกาแฟของเรา มันจะสดชื่นขึ้น ซึ่งกาแฟอาจจะเหมือนๆ กัน แต่ให้คุณนึกถึงบรรยากาศสวนของผม นึกถึงอารมณ์ของแม่ผม มันเป็นอะไรที่มากกว่ากาแฟนะ”

จากนั้นก็พยายามหาช่องทางขาย โดยอาศัยเครือข่ายของเพื่อนฝูงที่รู้จักกันมาประมาณ “ดีแล้วบอกต่อ” มีเปิดเว็บเพจในเฟชบุ้คใช้ชื่อ “สวนสดชื่น เสน่ห์กาแฟโรบัสต้า” ซึ่งลูกค้าที่สนใจก็สามารถโทรสั่งซื้อได้ ส่วนหนึ่งฝากขายที่ร้านกรีน รวมถึงไปออกงานแสดงสินค้าเพื่อสุขภาพ ตามแต่โอกาสจะอำนวย

เช่นเดียวกับที่งานมหกรรมสมุนแห่งชาติครั้งที่ 10 สวนสดชื่นก็มาออกบูธเล็กๆ ของพวกเขาที่นี่ พร้อมๆ กับเครื่องชงกาแฟหนึ่งตัว เพื่อให้คนผ่านไปมาได้ลองลิ้ม เผื่อมีใครสนใจก็จะได้หอบหิ้วกาแฟสวนสดชื่นกลับบ้านไปด้วย

“ลูกค้าชอบถามว่า ทำไมถึงขายกาเเฟเอสเพรสโซเเก้วละ 20 บาท ผมก็ตอบตรงๆ ว่าอยากให้ของดีๆ เเละราคาไม่เเพงมีอยู่จริง อยากให้ทุกๆ คนเข้าถึงกาเเฟในราคายิ้มได้ อย่างน้อยๆ ก็หนึ่งเมนู บางคนขอเติมนมเพิ่ม ผมก็จัดให้ เเละเต็มใจอย่างเป็นที่สุด โดยไม่คิดราคาเพิ่ม”

เขาบอกจุดยืนในการค้า เช่นเดียวกับการกล้าปฏิเสธเงินล้าน จากลูกค้ารายใหญ่ที่เข้ามารับซื้อ เพราะจุดยืนก็คือ ขอเติบโตไปแบบเล็กๆ ตามแต่กำลังเล็กๆ ที่มี เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านได้เห็น และธุรกิจยังตอบโจทย์ชีวิตได้เหมือนที่ตั้งใจไว้

“ผมไม่ได้หวังที่จะต้องเติบโตมากมาย อยากโตในสิ่งที่เราเป็น ในสเกลที่เราควบคุมได้เท่านั้น ผมคิดว่าถ้าทำแบบนี้ ผมยังมีเวลาอยู่กับลูก มีเวลาเล่นกีต้าร์ให้เขาฟัง มีเวลาอ่านหนังสือ ไปโน่นมานี่..ผมให้ความสำคัญกับตรงนี้”

นั่นคือความตั้งใจของเขา เช่นเดียวกับเป้าหมายในอนาคต ที่เขาบอกว่า อยากทำให้ ชุมชนของเขากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนรักธรรมชาติ เป็นเวทีให้เด็กๆ ได้ไปเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ เพื่อนฝูงได้ไปเที่ยวพักผ่อน ทำให้ชุมชนเล็กๆ ในเมืองฝนแปดแดดสี่ได้เป็นที่รู้จักของผู้คนให้มากกว่านี้

ส่วนแนวทางทำธุรกิจให้ยั่งยืน เขาบอกว่า “คุณภาพ” เป็นหัวใจ ที่จะทำให้สินค้าดีๆ ถูกกระแสบอกต่อนำพวกเขาไปสู่ผู้บริโภค โดยไม่ต้องโหมโฆษณาในสื่อกระแสหลัก แม้ไปได้ช้าหน่อยและอาจต้องใช้เวลามากหน่อย แต่ก็จะมั่นคงและยั่งยืนได้ในอนาคต

ถามถึงแนวโน้มของเกษตรอินทรีย์ เขายอมรับว่ามันเป็นแค่กระแสหนึ่งเท่านั้น และไม่เห็นด้วยกับการที่จะเอาคำว่าอินทรีย์มาเป็นกลยุทธ์ในการตลาด ดึงดูดผู้คนให้กลับมาซื้อสินค้า

“ผมว่ามันเกินไปนะ มันเป็นเหยื่อหนึ่งสำหรับคนค้าขาย มันไม่งดงาม อย่างผมทำกาแฟ โอเคผมกินอินทรีย์มา แล้วผมก็ต้องไปกินข้าวผัดข้างทางอยู่ดี เพื่ออะไรล่ะ ฉะนั้นเราอย่าไปติดกับดักตรงนี้”

แต่สำหรับคนผลิต การทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช่เรื่องที่เสียแรงเปล่า เขาบอกว่า สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และรายได้ก็คือผลพลอยได้จากสิ่งเหล่านี้ และนั่นก็ดูคุ้มค่าที่สุดแล้วสำหรับการเลือกเดินบนเส้นทางนี้

“ทุกวันนี้สวนสดชื่นสำหรับผม ก็ถือว่าประสบความสำเร็จนะ อย่างแรกเลยเราสามารถสร้างมูลค่าให้กับกาแฟโรบัสต้าที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน ผมถือว่าผมประสบความสำเร็จ แต่อาจเป็นความสำเร็จแบบเล็กๆ ไม่ใช่สเกลใหญ่โต แต่ก็ตอบคอนเซ็ปต์ของชีวิตได้”

คงสอดรับกับข้อความเล็กๆ ในหน้าเว็บเพจของพวกเขา ที่บอกพวกเราว่า

“..ผมชอบการค้าขายเเบบนี้ครับ มันมีเสน่ห์เเละเเสดงถึงอะไรบางอย่างของคนเรา มันบ่งบอกถึงตัวตนคนขายเเละคนซื้อ เเละตัวตนของความสุขครับ..”

และนี่คือรสชาติแห่งความสุขของคนทำกาแฟที่ชื่อ..มิ่งขวัญ จันดาเพ็ง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: