เปิดตัวไปสักพักหนึ่งแล้วครับ สำหรับ พัลซาร์ และทางนิสสันก็จัดกิจกรรมทดสอบไปแล้วเช่นกัน
แต่หลังๆ รถที่ผ่านมือผมอาจจะล่าๆ ออกไปสักหน่อย แต่ไม่ถึงกับช้าเกินไป เนื่องจากว่าภารกิจในออฟฟิศ ทำให้ปลีกตัวไปร่วมกิจกรรมทดสอบไม่ค่อยสะดวกนัก ก็เลยต้องมาไล่เก็บตกเอาทีหลัง เก็บได้บ้าง ตกบ้าง ตามอัตภาพ
พูดถึง พัลซาร์ ผมติดหลายคนที่ถามไถ่เข้ามากันเข้ามาหลายคนทีเดียว ทั้งคนรอบข้าง คนที่รู้จักผ่านคนอื่นต่อๆ กันมา รวมถึงผู้ฟังรายการ "ออโต เซอร์วิส" ที่ผมนั่งหน้าไมค์เป็นประจำทุกบ่ายโมง จันทร์-ศุกร์ ทาง FM 90.5 คราวนี้ก็คงจะมีข้อมูลไปตอบได้แล้ว
พัลซาร์ เป็นรถแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ซึ่งหลังๆ นี้ คนไทยชอบรถทรงนี้มากขึ้น และก็มีบริษัทรถยนต์นำมาขายมากขึ้นเช่นกัน
พัลซาร์ ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ ซิลฟี คอมแพค คาร์ 4 ประตู ซีดาน ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถึงขณะนี้ก็เชื่อว่า นิสสัน สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจตรงกันถึงตำแหน่งตลาด เพราะว่าช่วงแรกๆ มีไม่น้อยเหมือนกันที่หลายคนคิดว่ามันเป็นตลาดเดียวกับ ทีด้า รถที่ประสบความสำเร็จน้อยรุ่นหนึ่งของนิสสัน
ฐานล้อเท่ากับ ซิลฟี คือ 2,700 มม. ขณะที่ขนาดตัวถัง แน่นอนต้องต่างกันบ้างโดยเฉพาะความยาว ซึ่งอยู่ที่ 4,295 มม. กว้าง 1,760 มม. สูง 1,520 มม.
แต่จะว่าไปแล้วมันเป็นรถท้ายตัดที่มีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางครับ เปิดฝาท้ายออกมาผมยังตกใจเล็กน้อย พื้นที่มันเพียงพอสำหรับคนที่ใช้งานปกติทั่วไป ใส่ของไปทำงาน ไปเที่ยว 2-3 วัน ไปชอปปิง หรือว่าจะยัดถังกอล์ฟเข้าไปสำหรับผู้ที่ชอบกีฬาไล่ลูกเล็กๆ ลงหลุม แต่สำหรับผู้นิยมไล่ลูกใหญ่ๆ ไปตุงตาข่ายอย่างผม คงใส่ลูกฟุตบอลเข้าไปได้หอบใหญ่
พัลซาร์ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ 1.6 ลิตร และ 1.8 ลิตร เช่นเดียวกับ ซิลฟี เกียร์ เอ็กซ์โทรนิค ซีวีที ทุกรุ่น และผมนำรุ่นท็อปสุด คือ 1.8 V SUNROOF NAVI มาฝากครับ
ชื่อรุ่นก็บอกแล้วครับว่า สิ่งที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างน้อยก็คือ ซันรูฟ และระบบนำทาง ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
มุมมองของรถบางส่วนอาจคล้ายกับซิลฟี เช่น ด้านหน้า และเส้นด้านข้าง ที่เหมือนกับเส้นสายของคลื่นดูแล้วเกิดความเคลื่อนไหว แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไฟหน้า ซีนอน ไม่ได้ใช้แอลอีดี เหมือนซิลฟี คงเป็นเพราะ พัลซาร์ เน้นสปอร์ตมากกว่า ซึ่งยังแสดงออกผ่านทางล้ออัลลอย ลายแปลกตา ที่มาพร้อมกับยางขนาดใหญ่ 205/50R17
มุมมองด้านหลัง สวยดีครับ ดูใหญ่ บึกบึน และโฉบเฉี่ยว ไม่รู้ใครคิดเหมือนผมหรือเปล่า พอเห็นบั้นท้ายของพัลซาร์ ใจก็ประหวัดไปถึงปารีส ไม่ได้นึกถึงน้ำหอมกลิ่นฉุนที่พบได้ทั่วไป แต่นึกถึงเรโนลต์ครับ ผมว่ามีส่วนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันไม่น้อย ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะว่าปัจจุบัน นิสสัน และ เรโนลต์ ก็มีซีอีโอ คนเดียวกัน
โดยรวมๆ แล้ว ภายนอกนิสสัน ออกแบบมาดูดีครับ มีทั้งสปอร์ต และดูหรูไปพร้อมๆ กัน สำหรับรถขนาดคอมแพค และ มิติ ก็ดูสมดุล ไม่ผิดเพี้ยน คือไม่ผอม ไม่สูงโย่ง เตี้ย หรืออ้วนเกินไป มีเส้นสายที่โดดเด่น แต่ลบคมออกไปไม่ให้ชัดนัก กับมัดกล้ามของตัวถังพอประมาณ
เข้ามาภายในห้องโดยสาร กว้างขวาง นั่งสบายทุกตำแหน่ง เพิ่มสปอร์ต ด้วยเบาะหนังสีดำมีขนาดกำลังดีนั่งสบาย และกระชับลำตัวใช้ได้ แต่ขอติสักหน่อยเถอะครับ ก้านปรับเอนเบาะ เพิ่มเนื้อพลาสติกเข้าไปอีกนิดได้ไหม เพราะมันบาง เข้าใจว่าเป็นความตั้งใจ เพื่อไม่ให้กินเนื้อที่ของเบาะ เพราะมันอยู่ระหว่างเบาะกับตัวถังรถ แต่ว่าความรู้สึกเมื่อเอื้อมมือลงไปจับ กลัวมันจะหักทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางหัก
อุปกรณ์ต่างๆ ใส่เข้ามาเต็มที่ มองไปด้านหน้าทั้งพวงมาลัย คอนโซล เน้นหรูอยู่ไม่น้อย และชวนนึกถึงพี่ใหญ่อย่างเทียน่าด้วยซ้ำไป อุปกรณ์เพื่อความสะดวกใส่มาเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจไม่ต้อง (keyless) ยัดใส่กระเป๋าถือ กระเป๋ากางเกง ก็ติดเครื่อง/ดับเครื่อง เปิด/ล็อกประตูได้ ทั้ง 5 บาน รวมทั้งบานท้ายด้วย
เพิ่มความสะดวกสบาย และเอาใจคนเมืองร้อน ด้วยระบบปรับอากาศแยกซ้าย-ขวา และมีช่องแอร์สำหรับที่นั่งด้านหลังทำให้เย็นสบายได้ทั่วถึง
พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียง ครูสคอนโทรล ควบคุมคอมพิวเตอร์ ออนบอร์ด เช่น ทริปการเดินทาง อัตราสิ้นเปลือง ความเร็วเฉลี่ย ระยะทางที่ใช้งานได้จากน้ำมันที่เหลือ เป็นต้น
ส่วนอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เช่น เอบีเอส อีบีดี บีเอ ถุงลมคู่หน้า
ผมอยู่กับ พัลซาร์ เกือบๆ 500 กิโลเมตร ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก มีครั้งเดียวที่ล้อ 17 นิ้ว ได้สัมผัสนครปฐม แต่ก็แค่ศาลายาเท่านั้น เส้นทางส่วนใหญ่อยู่ละแวก สาทร ราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า วิทยุ ทางด่วนพระราม 4 -บางนา กับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.5 กม./ลิตร ผมว่าก็ใช้ได้หละครับ เพราะอย่างน้อย ช่วงเช้า เส้นสาทร ใช้ความเร็วได้ 7 กม./ชม.
เส้นทางติดๆ ทำให้รู้ได้ว่ารถนั่งสบายหรือไม่ เพราะนั่งอยู่นาน และช่วงนั้นจะมีตัวเร่งด้านลบมาเสริม ก็คือ ความเบื่อ เบื่อสภาพจราจร เบื่อคนที่ขับรถไร้มารยาท ชอบเบียด ชอบแทรก ชอบแซงไหล่ทาง ไม่ชอบให้สัญญาณไฟ ซึ่งรถที่นั่งสบายจะช่วยได้มาก พัลซาร์ ก็เช่นกัน การที่นั่งสบาย และทัศนวิสัยที่ดีช่วยได้เยอะครับ
ส่วนการขับแบบใช้ความเร็ว ผมก็มีเส้นทางด่วน และ ถนนบางนา-ตราด ให้ได้ลอง แต่ก็ต้องลุ้นว่ากล้องตัวไหนจะจับภาพไว้บ้างหรือไม่ การใช้ความเร็วเพราะจำเป็นต้องดูอาการของรถที่ความเร็วสูง ซึ่งมันทำได้ดีครับความเร็วระดับ 140-150 ช่วงล่างยังนิ่ง ขณะที่ระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารก็ยังน่าพอใจ
การจัดการกับโค้งไว้ใจได้ ใช้ความเร็วได้ แม้จะยังมีอาการให้ตัวของตัวถังบ้าง แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแบบสนุกๆ คือ เข้าโค้งที่เร็วกว่าปกติ และมันก็ทำได้ดีกว่า ซิลฟี รถที่ผ่านการตรวจสอบของเส้นทางสะเมิงที่เชียงใหม่มาแล้วด้วยครับ
ผมสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่าใครที่เล็ง พัลซาร์ อยู่ ซื้อได้เลยครับ





