วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีเส็บ ผนึก ส.อ.ท. ใช้ไมซ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต ดึงสมาชิก 16,000 ราย

ทีเส็บ จับมือ ส.อ.ท. ใช้ไมซ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต ดึงสมาชิก 16,000 ราย สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ

เจาะตลาดโลก ทีเส็บ จับมือ ส.อ.ท. ลงนาม MOU นำไมซ์เป็นกลไกยกระดับภาคการผลิตไทยเชื่อมโยงผู้ซื้อ-นักลงทุนระดับโลก มุ่งหนุน เอสเอ็มอี เข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดต่างประเทศ พร้อมเตรียมจัดงานแสดงสินค้าภูมิภาคฉลองครบรอบ 60 ปี ส.อ.ท. ในปี 2570 อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) นับเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงธุรกิจไทยสู่เวทีโลก โดยในปีงบประมาณ 2569 มีนักเดินทางกลุ่มไมซ์สูงถึง 27.18 ล้านคน สร้างรายได้รวม 150,901 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ

ทีเส็บ ผนึก ส.อ.ท. ใช้ไมซ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต ดึงสมาชิก 16,000 ราย

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ได้ผนึกกำลังร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในหัวข้อ "การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย ผ่านกลไกอุตสาหกรรมไมซ์" ณ ส.อ.ท. โดยมี ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ ทีเส็บ และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. เป็นผู้ร่วมลงนาม เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการนำไมซ์สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย และพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง 

ด้าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด ผสานพลัง MICE x INDUSTRY บทใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทีเส็บ มุ่งยกระดับบทบาทของไมซ์ให้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์ความรู้และเครือข่ายธุรกิจ ในฐานะ National Bidder และ Global Asia’s Trusted Gateway พร้อมที่จะดึงงานมูลค่าสูงจากต่างประเทศมาเป็นเวทีให้ภาคธุรกิจไทยได้เจรจาร่วมมือกับต่างชาติ  

ทีเส็บ ผนึก ส.อ.ท. ใช้ไมซ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต ดึงสมาชิก 16,000 ราย  

"ความร่วมมือระหว่างทีเส็บที่มีเครือข่ายเมืองไมซ์ 16 เมืองทั่วประเทศ และ ส.อ.ท. ที่มีสมาชิกครอบคลุมทุกพื้นที่ จะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความมั่นใจให้กับนานาชาติในการเข้ามาดำเนินธุรกิจ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนตามแนวทาง Data-driven Industry และการจัดงานไมซ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Events) เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน" ดร.ศุภวรรณ กล่าว


 

ขณะที่ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดย ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 16,000 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ขณะที่ ทีเส็บ มีความเชี่ยวชาญในการส่งเสริม อุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจได้กว้างขวางยิ่งขึ้น 

"ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางของการจัดงาน แต่ต้องเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน เราจึงมุ่งหวังให้งานไมซ์สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งการเกิดคู่ค้าใหม่ มูลค่าการเจรจาธุรกิจ การส่งออก และการลงทุนที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ความสำเร็จในการจัดงานเท่านั้น" นางพิมพ์ใจ กล่าว 

ทีเส็บ ผนึก ส.อ.ท. ใช้ไมซ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต ดึงสมาชิก 16,000 ราย

พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง โดยในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 21,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงโอกาสในการใช้กลไกไมซ์ช่วยเร่งการขยายตลาด

ด้าน นายณรงค์ฤทธิ์ พานิชชีวะ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานสมาชิกสัมพันธ์ ระบุว่า ส.อ.ท. ยึดแนวคิด Member Centric โดยนำความต้องการของสมาชิกมาเป็นโจทย์ในการพัฒนาบริการ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการร่วมออกแบบโครงการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ทั้งการเปิดตลาด พบผู้ซื้อต่างประเทศ การจับคู่ธุรกิจ แหล่งทุน และเทคโนโลยี

สำหรับกรอบความร่วมมือภายใต้ MOU ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การกำหนดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย, การพัฒนาโครงการและกิจกรรมทางธุรกิจ, การส่งเสริมศักยภาพ SMEs ให้เข้าถึงตลาดและนวัตกรรม และการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้มตลาดร่วมกัน

ทั้งนี้ ในปี 2570 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 60 ปี ของ ส.อ.ท. ทั้งสององค์กรมีแผนต่อยอดความร่วมมือผ่านการจัดกิจกรรมและงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาค โดยคัดเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยต่อไป