วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง

กรมชลประทาน ผนึก กทม. เร่งระบายน้ำผ่านศูนย์ประสานงานภาวะวิกฤติ บรรเทาน้ำท่วมกรุงเทพฯ–ปริมณฑล พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต ดูแลประชาชนใกล้ชิด

ผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกแช่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จนเกิดอุทกภัย ในหลายเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลความเสียหาย ต่อบ้านเรือนประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างประเมินค่าไม่ได้ ในช่วงระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ที่ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องตกอยู่ในสถานะผู้ประสบภัย ทั้งอาคารหน่วยงานราชการ ย่านเศรษฐกิจ ชุมชน และหมู่บ้านจัดสรร ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า การเข้าช่วยเหลือของภาครัฐ นำโดย กรุงเทพมหานคร  (สำนักการระบายน้ำ) เข้ามาบริหารจัดการได้มีการรับเรื่องเพื่อร่วมแก้ปัญหาได้แต่อาจจะไม่ทันต่อการร้องขอ เพราะถูกจำกัดด้วยบุคลากร เครื่องมือ และผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ

น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง  อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง
 

“กรมชลประทาน” วันนี้ภายใต้การนำของ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน คนปัจจุบัน ที่ ชูนโยบาย “การบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต” เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนและเตรียมรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ มีกลิ่นของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีของ กรมชลประทานในด้านของการทำงานใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นและการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐได้ดีขึ้น แม้ที่ผ่านมาอาจเห็นการร่วมงานกันระหว่างหน่วยงานมีให้เห็น แต่ในเหตุการณ์ น้ำท่วมกรุงเทพ ปี69 นี้ ดูจะมีความชัดเจนและกระชับมากกว่ากรมชลประทานในอดีตที่ผ่านมาทำให้กรมชลประทานวันนี้ดูมีความเท่าทันความต้องการของประชาชนได้ดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มตั้งแต่ โครงสร้างลำดับการสั่งการ ที่มีการจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ พ.ศ. 2569” เพื่ออำนวยการเฉพาะกิจในการรับเรื่อง ให้ข้อแนะนำ ประสานงาน การลงพื้นที่ร่วมแก้ไขสถานการณ์น้ำ การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค การแจ้งเตือน รวมถึงงานด้านสาธารณะที่ดูแล้วจะเป็นอีกที่พึ่งพิงแก่ประชาชนในยามวิกฤติจากน้ำท่วมครั้งนี้ได้อีกหนึ่งหน่วยงาน

น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง  อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง

นอกเหนือจากนั้นการบริหารจัดการน้ำโดยรอบพื้นที่กรุงเทพมหานครและการเร่งสูบน้ำออกไปอ่าวไทย เพื่อลดมวลน้ำในพื้นที่กทม. กรมชลประทาน ภายใต้การอำนวยการของ “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ พ.ศ. 2569” เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งระบายน้ำและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล  ในครั้งนี้ทำให้เห็นว่า การบริหารงานของหน่วยงานระดับใหญ่นี่ ไม่ฉาบฉวย และมีความคล่องตัวมากขึ้น  ในการบริหารงานของอธิบดี “วิทยา แก้วมี” ซึ่งยังคงมีความท้าทายอีกมากมายต่อจากนี้ หลังจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ หน่วยงานภายใต้กรมชลประทาน โครงการชลประทานทั่วประเทศ  จะมีการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต ได้อย่างไร ? จะรักษาสมดุลการใช้น้ำทุกภาคส่วน ทั้งอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เพื่อให้น้ำชลประทานถูกใช้เกิดประโยชน์ได้แค่ไหน ? มาตรการรองรับฤดูฝนในปีต่อๆไป จะเป็นอย่างไร  ? ก็น่าจับตามองไม่น้อย

น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง  อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง

ทั้งนี้ การรักษาสถานะการร่วมแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดกับประชาชนและร่วมพันทธกิจระหว่างรัฐก็เป็นเรื่องที่ท้าย และต้องบริหารจัดการไปจนถึงระดับบุคล ของบุคลากรภายใต้สีเสื้อสังกัดกรมชลประทาน ก็เป็นความท้าทายหลักของผู้บริหารกรมเช่นกัน ประชาชนหรือหน่วยงานที่ประสบปัญหาด้านน้ำและต้องการปรึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำ สามารถประสานงานไปยัง ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ พ.ศ.2569 เบอร์ 02-583-3495  หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน

น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง  อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง  อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง  อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤติน้ำท่วมกรุง