วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

PTG ชูวิชัน! ทุกรางวัล ‘แค่จุดเริ่มต้น’ มุ่งพัฒนาศักยภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงยั่งยืน

PTG ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กร มุ่งสู่การเป็น Solution ของการดำเนินชีวิตที่มากกว่าสถานีบริการน้ำมัน สร้างระบบนิเวศผ่านฐานสมาชิก Max Card กว่า 25 ล้านราย ควบคู่การเร่งสปีดกาแฟพันธุ์ไทยสู่ 2,800 สาขาสิ้นปี ลุยตลาด EV เต็มสูบด้วยโมเดล GIGA EV ขยายเดือนละ 1 แห่ง ตั้งคณะกรรมการ AI ยกระดับองค์กรสู่ Data-Driven

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยต่อ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในพิธีรับมอบรางวัล “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026” ซึ่ง PTG ได้รับรางวัลในกลุ่มยานยนต์-พลังงานและน้ำมัน แพลตฟอร์มระบบสมาชิกและสะสมคะแนนบัตรสมาชิก PT MaxCard Plus - แอปพลิเคชัน Max Me

นอกจากนี้ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ PTG ยังได้รับรางวัลชนะเลิศในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ประเภทธุรกิจร้านกาแฟ โดยแบรนด์ กาแฟพันธุ์ไทย ได้รับการโหวตจากผู้บริโภคว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบ และเลือกใช้บริการมากที่สุด

PTG ชูวิชัน! ทุกรางวัล ‘แค่จุดเริ่มต้น’ มุ่งพัฒนาศักยภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงยั่งยืน

นายพิทักษ์ เล่าว่า การได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งยืนยันและตอกย้ำภาพลักษณ์ของ PTG ในการบริหารจัดการพลังงาน และการเป็น “Solution ของการดำเนินชีวิต” ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ ตลอดจนนวัตกรรม เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

“รางวัลนี้เป็นตัวยืนยันว่าผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและไว้ใจต่อแบรนด์ PTG ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งคอยย้ำเตือนให้พวกเราต้องใส่ใจ รู้จัก รู้ใจ และใกล้ชิดลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงต้องปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ปี”

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนความสำเร็จของ PTG คือการสร้างฐานสมาชิกที่แข็งแกร่งผ่านระบบ Max Card ประกอบด้วย

  1. สมาชิกบัตรเขียว (Green Card) ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกทั่วไปฟรีมากกว่า 25 ล้านราย
  2. สมาชิกบัตรแดง (Max Plus) ซึ่งเป็นรูปแบบ Subscription (ค่าบริการ 599 บาทต่อปี ได้รับสิทธิประโยชน์มูลค่าไม่น้อยกว่า 12,000 บาทต่อปี) ปัจจุบันมีจำนวนสะสมอยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านรายในปีที่ผ่านมา โดยวางเป้าหมายสิ้นปีนี้จะดันยอดสมาชิกของบัตรแตะ 2 ล้านราย ให้ได้
  3. บัตร Max Plus EV มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เช่น ส่วนลดการชาร์จไฟ EV Charger เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 12 เดือน เป็นต้น

นอกจากนี้ กลุ่ม PTG ยังต่อยอดฐานสมาชิกสู่ศูนย์กลางดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “Max Me” ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนใช้งานเกือบ 3 ล้านคน และมีผู้ใช้งานประจำ (Active Users) ต่อเดือนราว 800,000 คน โดยในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวที่มีการเดินทางสูง ปริมาณผู้ใช้งานสะสมอาจพุ่งสูงถึง 1,000,000 คน ซึ่งระบบสามารถรองรับธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทีมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

“แอปพลิเคชัน Max Me ทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกธุรกิจในเครือ ทั้งสถานีบริการน้ำมัน PT, กาแฟพันธุ์ไทย, ร้านสะดวกซื้อ Max Mart, ศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs รวมถึงพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม ทั้งประกันภัย ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนความร่วมมือล่าสุดกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA)ในการนำคะแนนสะสม Max Point มาชำระค่าไฟฟ้าได้”

PTG ชูวิชัน! ทุกรางวัล ‘แค่จุดเริ่มต้น’ มุ่งพัฒนาศักยภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงยั่งยืน

สำหรับแผนการขยายเครือข่ายสถานีบริการและธุรกิจ Non-Oil ในปีนี้ PTG วางโครงสร้างการเติบโตไว้อย่างชัดเจน อาทิ

  1. สถานีบริการน้ำมัน PT ปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วประเทศประมาณ 2,300 สาขา โดยมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40 สาขา ในปี 2569 นี้
  2. ร้านกาแฟพันธุ์ไทย (PunThai Coffee) ปัจจุบันมีสาขาเกือบ 2,630 สาขา ตั้งเป้าขยายเพิ่มขึ้นอีก 600 สาขา ในปีนี้ เพื่อดันยอดรวมจบปีไปอยู่ที่ประมาณ 2,800 สาขา
  3. ศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs ปัจจุบันมีจำนวนสาขาอยู่ที่ประมาณ 330 สาขา
  4. ร้านสะดวกซื้อ Max Mart ปัจจุบันมีจำนวนสาขาอยู่ที่ประมาณ 410 สาขา

ทั้งนี้ ในส่วนของเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้น PTG ได้เริ่มเปิดให้บริการโครงการต้นแบบ “PT GIGA EV” ณ สาขาลาดพร้าว-วังหิน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับและมีปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าเข้าใช้บริการชาร์จไฟสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้

“จากผลตอบรับดังกล่าว บริษัทฯ จึงเตรียมแผนงานสำหรับปีหน้า โดยตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จรูปแบบ GIGA EV เดือนละ 1 สาขา หรือคิดเป็น 12 สาขาต่อปี”

เมื่อวิเคราะห์ภาพรวม ตลาด EV ในประเทศ พบว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ประมาณ 160,000 คัน เฉลี่ยเดือนละ 20,000 คัน คาดว่าเมื่อจบปีนี้ ยอดจดทะเบียนรถ EV ใหม่จะเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 240,000 คัน และดันให้ยอดสะสมรถ EV ทั้งประเทศเกือบแตะ 600,000 คัน โดยประเมินว่าตั้งแต่ปัจจุบันถึงปี 2030 ปริมาณการใช้รถ EV จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 200,000 คันต่อปี

“การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดบริโภคน้ำมันอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขปริมาณการบริโภคน้ำมันในตลาดยังคงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ท่ามกลางปัจจัยความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การแข่งขัน สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และสงคราม ซึ่งทำให้การพยากรณ์ธุรกิจทำได้ยากขึ้น PTG ได้เร่งปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูล (Data) เข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงาน

“PTG มีการนำระบบหุ่นยนต์ (Robot) มาใช้ในองค์กรแล้วราว 2-3 ปี แต่สิ่งสำคัญในวันนี้คือการใช้ Data ร่วมกับ AI เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจ Customer Journey ของลูกค้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรับรู้และตอบสนองความต้องการได้เร็วกว่าตัวลูกค้าเอง”

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง PTG ได้จัดตั้งคณะกรรมการ AI ขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อติดตามและวางทิศทางเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเร่งฝึกอบรมบุคลากรในแต่ละรุ่น โดยมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใฝ่รู้ และทักษะการตั้งคำถามที่สำคัญ เพราะคำถามที่ดีมีความสำคัญมากกว่าคำตอบ ในการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนธุรกิจ

PTG ชูวิชัน! ทุกรางวัล ‘แค่จุดเริ่มต้น’ มุ่งพัฒนาศักยภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงยั่งยืน

“การได้รับรางวัลหรือความสำเร็จในวันนี้ เป็นเพียงเครื่องเตือนใจว่า ทุกอย่างคือการเริ่มต้นเท่านั้น เราต้องย้ำเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าจะต้องไม่หยุดปรับปรุงผลงานขององค์กร พนักงานทุกคนต้องมุ่งมั่นพัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน”