เจียไต๋ เร่งผลักดันภาคเกษตร ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะเพิ่มศักยภาพ “ทุเรียนไทย” รับมือสภาพอากาศ–ต้นทุน–แรงงาน เสริมแกร่งในตลาดโลก
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำโดย ดร.มนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เดินหน้าบทบาท โซลูชัน โพรไวเดอร์ (Solution Provider) เดินหน้าบทบาท โซลูชัน โพรไวเดอร์ (Solution Provider) สนับสนุนภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จัดงาน “โซลูชันทุเรียนเจียไต๋ Durian Tech & Expo 2026” ณ ลานอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเกษตรกร ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ พร้อมนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาสาธิตการใช้งานจริง ตั้งแต่โดรนการเกษตร รถเกษตรอัจฉริยะไร้คนขับ (UGV) ไปจนถึงระบบบริหารจัดการน้ำ หวังต่อยอดองค์ความรู้จากพื้นที่จริงสู่แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับขีดความสามารถของภาคเกษตรไทย
ท่ามกลางบทบาทสำคัญของทุเรียนต่อภาคการค้าและการส่งออกของไทย การผลิตกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความแปรปรวนของสภาพอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ข้อจำกัดด้านแรงงาน รวมถึงมาตรฐานคุณภาพและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการสวนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของ ทุเรียนไทย
สุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนภาคเกษตร โดยเฉพาะการช่วยลดภาระแรงงาน เพิ่มความแม่นยำในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของเกษตรกร ขณะเดียวกันการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ภาคเกษตรจำเป็นต้องเข้าใจบริบทของพื้นที่และรูปแบบการทำงานจริงของเกษตรกร
“ทุเรียน คือหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญมาก ที่มีบทบาทต่อรายได้ของภาคเกษตร การส่งออก และยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เจียไต๋ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาโซลูชันและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาและตอบโจทย์การทำเกษตรสำหรับสวนทุเรียน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้เข้ามาช่วยเสริมการตัดสินใจและการบริหารจัดการสวนทุเรียนของเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาศึกษา ทดลอง และเรียนรู้จากการใช้งานจริง เพื่อทำความเข้าใจว่าเทคโนโลยีแต่ละประเภทสามารถตอบโจทย์สภาพสวนและรูปแบบการทำงานของเกษตรกรได้อย่างไร และนำประสบการณ์จากการใช้งานจริงมาต่อยอดเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับการทำสวนทุเรียนในแต่ละพื้นที่” สุภาภรณ์ กล่าว
สำหรับงาน “โซลูชันทุเรียนเจียไต๋ Durian Tech & Expo 2026” เจียไต๋นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการจัดการสวนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพ่นและหว่าน การปฏิบัติงานภายในสวน และการบริหารจัดการน้ำ ผ่านเทคโนโลยีจาก XAG Thailand ได้แก่ XAG P150 Max โดรนการเกษตรที่รองรับทั้งงานพ่นสารและหว่านปุ๋ย ด้วยความจุสูงสุด 80 ลิตร หรือ 80 กิโลกรัม, XAG UGV R200 รถเกษตรอัจฉริยะไร้คนขับแบบขับเคลื่อน 6 ล้อ พร้อมถังบรรจุขนาด 240 ลิตรและชุดฉีดพ่นแนวสูง รวมถึง XAG Smart Irrigation System ระบบบริหารจัดการน้ำที่สามารถควบคุมและติดตามการให้น้ำจากระยะไกล
การนำเทคโนโลยีเข้ามาทดลองและสาธิตในพื้นที่จริง มีเป้าหมายเพื่อศึกษาให้เห็นถึงความเหมาะสมของเทคโนโลยีแต่ละประเภทต่อรูปแบบการทำสวนที่แตกต่างกัน โดย เจียไต๋ และ XAG ได้ร่วมศึกษาและทดสอบเทคโนโลยีภายใต้บริบทการเกษตรไทยมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการทดลองในแปลงนาที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนนำองค์ความรู้และประสบการณ์มาศึกษาต่อยอดกับพืชเศรษฐกิจประเภทอื่น รวมถึงทุเรียน เพื่อประเมินแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในพื้นที่จริง
นอกจากการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริงแล้ว ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “รับมือสภาพอากาศแปรปรวน พลิกวิกฤติสวนทุเรียนด้วยเทคโนโลยี” ซึ่งเปิดมุมมองต่อทิศทางของอุตสาหกรรม ทุเรียนไทย ตั้งแต่ผลกระทบจากสภาพอากาศ แนวทางการปรับตัวของเกษตรกร ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการบริหารจัดการสวน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้แทนสมาคมทุเรียนไทย ภาคธุรกิจ และเกษตรกร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหลากหลายมุมมอง
ขณะเดียวกัน เจียไต๋ ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่สนใจลงทะเบียนจองคิวสาธิตเทคโนโลยีถึงสวน เพื่อทดลองใช้งานในพื้นที่จริง พร้อมพูดคุยกับทีมงานถึงแนวทางการประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพสวนและรูปแบบการบริหารจัดการของแต่ละราย นอกจากนี้ภายในงานยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจากกลุ่มธุรกิจเจียไต๋ ทั้งเมล็ดพันธุ์เจียไต๋ ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยตรากระต่าย ผลิตภัณฑ์อารักขาพืชเจียไต๋ โรงเรือนอัจฉริยะจากฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) และเครื่องจักรกลการเกษตรจากบริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด
การเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านการเกษตรของเจียไต๋ จึงไม่ได้มุ่งเพียงการนำเสนอเทคโนโลยีเข้าสู่ภาคการเกษตร แต่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจโจทย์ของเกษตรกร การทดลองใช้งานจริง และการนำข้อมูลจากพื้นที่มาพัฒนาต่อยอดเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบริบท โดยเฉพาะในกลุ่มพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่าง ทุเรียน ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการสวน จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเสริมศักยภาพของเกษตรกร และต่อยอดสู่การรักษาความสามารถในการแข่งขันของ ภาคเกษตรไทย ในระยะยาว





