วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

ทฤษฎีแห่งความสุข : สุข… ลูกสาวสามัญประจำบ้าน : ธันยลักษณ์ พรหมมณี

คอลัมน์ "ทฤษฎีแห่งความสุข" ทุกวันจันทร์ที่สองของเดือน สำหรับเดือนกันยายน 2569 นี้ นำเสนอเรื่อง "สุข… ลูกสาวสามัญประจำบ้าน" โดย ธันย่า - ธันยลักษณ์ พรหมมณี

เศรษฐกิจแห่งการดูแล... การออกแบบระบบที่ทำให้คนสามารถมีชีวิตที่ดีได้

จากลูกสาวหนึ่งคน สู่ทุนมนุษย์ของประเทศ ... เด็กคนหนึ่งไม่ได้เติบโตขึ้นมาจากบ้านเพียงหลังเดียว เธอเติบโตจากระบบทั้งหมดที่รายล้อมชีวิต บ้านเป็นสถานที่แรกที่เธอเรียนรู้ว่า "โลกนี้ปลอดภัยหรือไม่" โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่เธอเริ่มเรียนรู้ว่า "ฉันสามารถเป็นใครในโลกใบนี้" ที่ทำงานคือพื้นที่สร้างคุณค่าร่วมกับผู้อื่น ความท้าทายเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสวัสดิการ "คนจำนวนมากจะสามารถเดินทางผ่านชีวิตเหล่านี้ได้อย่างไร"

การสร้างทุนมนุษย์จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านการศึกษา แต่คือการออกแบบระบบนิเวศที่เอื้อให้คนเติบโต บ้านไม่ได้มีหน้าที่เพียงเลี้ยงเด็กให้รอด แต่กำลังสร้างรากทางจิตใจ ขณะที่โรงเรียนเป็นพื้นที่ให้เด็กได้ค้นพบตัวตน เรียนรู้ความแตกต่าง ความร่วมมือ ความรับผิดชอบ ความล้มเหลว และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

บ้านให้ราก โรงเรียนให้สนามทดลอง... เมื่อเติบโตขึ้น มนุษย์เดินเข้าสู่โลกการทำงาน ศักยภาพภายในจึงต้องเปลี่ยนเป็นคุณค่าภายนอก แต่หากสถานที่ทำงานมองมนุษย์เป็นเพียง "แรงงาน" เราอาจได้ผลิตภาพในระยะสั้น แต่สูญเสียสิ่งที่สำคัญกว่าในระยะยาว เพราะมนุษย์ไม่ได้มีเพียงหน้าที่ในการทำงาน แต่ยังมีชีวิต ความรู้สึก ความสัมพันธ์ และศักยภาพที่ต้องได้รับการสนับสนุน เมื่อเราเริ่มมองมนุษย์ในมิตินี้ "การดูแล" จึงไม่ได้เป็นเรื่องของครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถกลายเป็นคุณค่าที่ส่งต่อไปสู่สังคมและเศรษฐกิจได้ และบางทีสิ่งนี้อาจเป็นหนึ่งในเสน่ห์สำคัญของประเทศไทย

เสน่ห์ของอุตสาหกรรมบริการไทย ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจ ด้วยความสามารถในการทำให้คนรู้สึกว่า
"มีใครบางคนใส่ใจชีวิตของเรา" สิ่งที่เราเรียนรู้จากบ้าน อาจกลายเป็นสิ่งที่ประเทศไทยส่งออกไปสู่โลกได้

ศาสตร์และศิลป์ของการดูแลชีวิต… นำสู่เศรษฐกิจแห่งการดูแล (Care Economy) ร่วมสร้างการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่ประเทศ โดยมีครอบครัวและสังคมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน เริ่มต้นจากการมองเห็น "ทุนมนุษย์" อย่างมีคุณค่า เพราะเด็กทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง และสมควรได้รับทั้งความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และการสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อให้เติบโตอย่างมีวินัย มีความรับผิดชอบ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เมื่อเราให้ความสำคัญกับการการพัฒนามนุษย์ การพัฒนาประเทศก็สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้ เพราะรากฐานของประเทศที่มั่นคง เริ่มต้นจากคนที่มีคุณภาพและรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เมื่อเด็กสัมผัสได้ถึงความผูกพัน รู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและสังคม เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า "ที่นี่คือบ้านของเรา และเรามีคุณค่าต่อสังคมนี้"

เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน การดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของแรงงาน ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างคุณค่าทางจิตใจและความมั่นคงในการดำเนินชีวิต หากยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้องค์กรในระยะยาว

เป้าหมายสำคัญของสังคมไทย คือการเปิดโอกาสให้คนทุกวัยสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต ตั้งแต่คุณภาพการศึกษา ระบบสาธารณสุข การคุ้มครองแรงงานที่สมดุล ไปจนถึงระบบการดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสม 

ทางเศรษฐกิจการขับเคลื่อน "เศรษฐกิจแห่งการดูแล" จึงต้องอาศัยการเชื่อมโยงระหว่าง สถาบันครอบครัว สร้างพื้นที่ปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อหล่อเลี้ยงความรู้สึกผูกพันและความภาคภูมิใจในตนเอง

  • ภาครัฐ ออกแบบนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการแรงงาน และระบบการดูแลผู้สูงอายุ
  • ภาคเอกชน ปรับสภาวะการทำงานให้เอื้อต่อสุขภาวะ และมองการดูแลพนักงานเป็นการลงทุนระยะยาว

การขับเคลื่อน Care Economy ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนด้วยทุนมนุษย์ Soft Power หรือพลังละมุนที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ในระดับสากล

แล้วพบกับ "ธันย่าและทฤษฎีแห่งความสุข" ได้ทุกวันจันทร์ที่สองของเดือนทั้งในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และออนไลน์