วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

A5 เปิดเกมครึ่งปีหลัง ตุน Backlog 934 ล้าน รุกธุรกิจใหม่ ดันเป้า 1.5 พันล้าน

A5 กางแผนครึ่งหลังปี 2569 เร่งยอดขาย–ส่งมอบโครงการ พร้อมต่อยอดธุรกิจใหม่ภายใต้แนวคิด “Luxury Living Ecosystem” เตรียมพัฒนาบ้านระดับบนทำเลพัฒนาการ ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ 1,500 ล้านบาท

บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 เดินหน้าสร้างยอดขายและเร่งส่งมอบโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย ควบคู่การต่อยอดธุรกิจใหม่ภายใต้แนวคิด Luxury Living Ecosystem หวังเพิ่มช่องทางรายได้และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว พร้อมเตรียมพัฒนาโครงการบ้านระดับบนบนทำเลพัฒนาการ และยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 กล่าวว่า ตลาดบ้านระดับบนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นกับความเป็นส่วนตัว คุณภาพการออกแบบ พื้นที่ใช้สอยที่รองรับครอบครัว และคุณค่าระยะยาวของที่อยู่อาศัย

A5 จึงวางแนวทางพัฒนาโครงการในรูปแบบ Limited Series โดยกำหนดจำนวนยูนิตให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละทำเล พร้อมสร้างเอกลักษณ์ทั้งด้านแนวคิด การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยรวมถึงนำข้อมูลจากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ามาใช้ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การสื่อสารทางการตลาด ไปจนถึงการออกแบบบริการหลังการขาย เพื่อให้ทุกส่วนของธุรกิจเชื่อมโยงและตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น

ด้านการตลาดและการขาย บริษัทจะเน้นสื่อสารคุณค่าเฉพาะของแต่ละโครงการ พร้อมเลือกใช้ตัวแทนขาย พันธมิตร และกิจกรรมทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าได้ตรงกลุ่ม โดยชูจุดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัว พื้นที่สำหรับครอบครัวหลายเจเนอเรชัน และแนวคิด Wellness Living เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจซื้อและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย

A5 มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ หรือ Backlog รวม 934.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 855.75 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 โดยโครงการ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7 มียอดขายแล้ว 78% ขณะที่ CINQUIÈME Krungthep Kreetha มียอดขาย 44% และ VANA Ratchapruek Westville มียอดขาย 43%

สำหรับแผนการเติบโตในระยะถัดไป บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนบนทำเลพัฒนาการในช่วงปลายปี 2569 โดยมีแผนเปิดขายอย่างเป็นทางการในไตรมาส 2 ปี 2570 และคาดว่าบ้านตัวอย่างเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570

ขณะเดียวกัน A5 ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนตั้งแต่ช่วงออกแบบและวางแผนก่อสร้าง โดยนำแนวทาง Value Engineering มาใช้ รวมถึงการวางแผนจัดซื้อวัสดุล่วงหน้า และการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับยอดขายและความต้องการจริง เพื่อบริหารสินค้าคงเหลือและกระแสเงินสดให้อยู่ในระดับเหมาะสม

นอกจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว A5 ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่เพื่อเข้ามาเสริม Luxury Living Ecosystem โดยเชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาโครงการไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจตลอดช่วงเวลาการอยู่อาศัยของลูกค้า

หนึ่งในธุรกิจดังกล่าวคือ A5 Design ซึ่งให้บริการด้านการออกแบบ ตกแต่ง รีโนเวท และก่อสร้างแบบครบวงจร โดยนำประสบการณ์จากการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นจุดแข็งในการบริหารงานตั้งแต่การออกแบบ การควบคุมงบประมาณและระยะเวลา ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ปัจจุบันมีงานในมือมูลค่า 50 ล้านบาท ซึ่งเริ่มทยอยรับรู้รายได้แล้ว และมีงานที่อยู่ระหว่างการประมูลอีกกว่า 70 ล้านบาท

ขณะที่ Upper Class Solution มุ่งต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้าหลังการส่งมอบ ผ่านบริการบริหารจัดการและดูแลที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทั้ง Housekeeping, Landscape, Security, Smart Living และ Wellness โดยใช้ฐานโครงการของ A5 เป็นพื้นที่พัฒนามาตรฐานการให้บริการ ก่อนขยายไปยังโครงการและเจ้าของบ้านภายนอก

ปัจจุบัน Upper Class Solution เริ่มสร้างรายได้แล้วกว่า 10 ล้านบาท โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการต่อเนื่อง รวมถึงการรับบริหารโครงการภายนอก เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมตลอดช่วงการอยู่อาศัยของลูกค้า และลดการพึ่งพารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

ด้านฐานะการเงิน ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 A5 สามารถลดต้นทุนทางการเงินลง 39.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดจำนวน 231.30 ล้านบาท ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยลดลง และช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินสำหรับรองรับการพัฒนาโครงการใหม่และการขยายธุรกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ A5 ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยมองว่าการมี Backlog ที่เพิ่มขึ้น การเตรียมโครงการใหม่บนทำเลพัฒนาการ และการขยายธุรกิจ A5 Design และ Upper Class Solution จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดการเติบโตของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปีและระยะถัดไป