PRISM คาดราคาน้ำมันดิบโลกช่วง ก.ค.-ส.ค. 2569 อยู่ที่ 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านฉุดราคาปรับลดลง ขณะที่นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้าการเจรจา ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed อย่างใกล้ชิด.
สถานการณ์ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ในเดือน มิ.ย. 2569 มีการปรับลดลงอย่างรวดเร็ว จากการที่สหรัฐ และอิหร่านได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ ในข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ทำให้ราคา น้ำมันดิบ Dubai ปรับลดลงจาก ระดับ 92.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหลือ ประมาณ 65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นักวิเคราะห์กลุ่ม PRISM คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ เดือน ก.ค. – ส.ค. 2569 จะคงอยู่ในกรอบ 65-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยข้อตกลงสันติภาพที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 69ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน มี 14 ข้อ ครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การหยุดยิงในทุกแนวรบ, การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ, การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน, การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร, และการคืนเงินของอิหร่านที่ถูกอายัด โดยกำหนดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาในรายละเอียด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญหลายด้านยัง มีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะเรื่องโครงการนิวเคลียร์ การคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดและความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐ ได้ผ่อนปรนการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านชั่วคราว เป็นเวลา 60 วัน โดยอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมีได้ ถึงวันที่ 21 ส.ค. 2569
รวมถึงสหรัฐและพันธมิตรตะวันออกกลาง เตรียมจัดตั้งกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจอิหร่าน มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน คือ การที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคาร กลางสหรัฐ (FOMC) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% นับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ และเป็นการประชุมนโยบายครั้งแรก ภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ คือนาย Kevin Warsh
อย่างไร ก็ตาม Dot Plot จากการประชุม Fed ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวมากขึ้น โดยอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ภายในปี 2569 นี้ แทนการคงหรือลดอัตราดอกเบี้ยเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา





