DITTO ร่วมเป็นหนึ่งของการสร้างของโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 บนพื้นที่พระราชทาน 79 ไร่ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด ภูมิจักรวาล และ ศาสตร์พระราชา มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2570
โครงการจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่า เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 บนพื้นที่พระราชทาน 79 ไร่ ถนนประดิษฐมนูธรรม เขตวังทองหลาง ใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกวางให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่และแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของเมือง ภายใต้แนวคิด "ภูมิจักรวาล" และ "ศาสตร์พระราชา" มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2570 และให้ประชาชนเข้าชมได้ในปี 2571 พร้อมจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ร่วมสมัย และการนำไม้มีค่าของกลางจากคดีมาสร้างสรรค์อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน โดยมีบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เป็นหนึ่งในกำลังหลักของโครงการ ผ่านบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ในเครือที่รับผิดชอบงานพิพิธภัณฑ์ ขับเคลื่อนร่วมกับ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TeamG ซึ่งดูแลงานวิศวกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปกรรมที่เข้ามาดูแลงานลวดลายอย่างประณีต
ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่า ระบุว่า โครงการมีเป้าหมายใช้ไม้ที่รัฐตรวจยึดมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสร้างอาคารแสดงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “การออกแบบได้รับความร่วมมือจากกรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ เพื่อความสวยงามและสมพระเกียรติ พร้อมจัดภูมิทัศน์สะท้อนศาสตร์พระราชา เช่น ปลูกหญ้าแฝก ติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และสวนสาธารณะเพิ่มพื้นที่สีเขียว ขณะเดียวกันอาคารยังติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำเสียเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
ปัจจุบันโครงการอยู่ระยะที่ 1 ก่อสร้างตัวอาคาร ใช้งบกว่า 1,044 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการดำเนินงานในระยะอื่นๆ ไปพร้อมกันแบบขนาน ได้แก่ ระยะที่ 2 ออกแบบภูมิทัศน์โดยรอบให้สอดคล้องกับตัวอาคาร ระยะที่ 3 ตกแต่งภายในอาคาร และระยะที่ 4 วางแผนกิจกรรมและนิทรรศการ เช่น ร้านศิลปาชีพและการจัดแสดงงานศิลปาชีพต่างๆ
ด้าน ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เน้นการผนึกกำลังพันธมิตรและใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและการซ่อมบำรุงในอนาคต บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบงานระยะที่ 2 ซึ่งเดินหน้าไปพร้อมกับระยะที่ 1 คิดเป็นมูลค่าโครงการ 2,044 ล้านบาท โดย DITTO และบริษัทย่อยถือสัดส่วนรวม 49.50% แบ่งเป็นงานของ DITTO ประมาณ 1,000 ล้านบาท และ TeamG ประมาณ 500 ล้านบาท
ดิทโต้ชูเทคโนโลยีระบบดับเพลิง Watermist ที่เหมาะกับอาคารไม้ ลดความเสียหายเมื่อเทียบกับสปริงเกอร์ทั่วไป และการใช้ Digital Twin จำลองภาพ 3 มิติ สแกนพื้นที่หลังงานเสร็จ ช่วยให้ทีมซ่อมบำรุงเห็นระบบท่อเหนือฝ้าหรือใต้ดินผ่านแท็บเล็ตได้ทันที ลดการรื้อถอนที่ไม่จำเป็น ทางด้านการเงิน โครงการมีระยะเวลา 5 ปี ช่วงที่ผ่านมาเน้นผลิตชิ้นส่วนจากโรงงาน และเพิ่งเริ่มรับรู้รายได้จากงานติดตั้งต้นปี 2569 โดยรายได้หลักจะเห็นชัดในปี 2570
"แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเศรษฐกิจ บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเจรจาซัพพลายเออร์ พร้อมบริหารความเสี่ยงการประมูลภาครัฐ โดยรอจังหวะราคากลางสอดคล้องต้นทุนจริง เพื่อรักษาเสถียรภาพกำไร เป้าหมายคือทำโครงการให้สำเร็จ เพื่อสร้างปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และเป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองด้วยงานศิลปะชั้นสูง" ฐกร กล่าว
ชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า โครงการพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าฯ ในระยะที่ 2 มีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 30-31% หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของงานทั้งหมด โดยในส่วนของการรับรู้รายได้นั้นได้เข้ามาแล้วเกือบ 30% และคาดว่าส่วนที่เหลืออีก 70% จะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาอีกประมาณ 2 ปีต่อจากนี้
"โครงการนี้ไม่ใช่การก่อสร้างอาคารทั่วไป แต่เป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตและระมัดระวังสูงมาก เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงไม้แกะสลักที่มีความสวยงามและทรงคุณค่า"
ความท้าทายหลักของทีมงานคือการวางระบบประกอบอาคารที่ต้องสอดคล้องกับการรักษาเนื้อไม้ ได้แก่
- ระบบปรับอากาศและควบคุมความชื้น: ต้องมีการคำนวณและติดตั้งระบบทำความเย็นที่รักษาความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อตัวอาคารและชิ้นงานที่เป็นไม้
- ระบบดับเพลิงนวัตกรรมใหม่: เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ โครงการนี้ได้เลือกใช้ระบบดับเพลิงพิเศษที่จะปล่อยสารเคมีออกมาในลักษณะเป็น "ละอองหมอก" แทนการใช้การฉีดพ่นน้ำแบบปกติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำมาปรับปรุงใช้เพื่อรักษาคุณภาพของไม้โดยเฉพาะ
- ระบบระบายอากาศและการรองรับผู้เข้าชม: มีการออกแบบช่องทางเข้า-ออก และระบบระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับผู้เข้าชมจำนวนมากในอนาคต
ชวลิต อธิบายว่า ในขั้นตอนการดำเนินงานปัจจุบัน ทีมงานต้องทำงานควบคู่ไปกับการติดตั้งไม้แกะสลักที่มีความละเอียดสวยงาม ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดไม่ให้การติดตั้งระบบวิศวกรรมต่างๆ ไปกระทบหรือสร้างความเสียหายต่อชิ้นงานศิลปะเหล่านั้น นอกจากนี้ยังต้องมีการบริหารจัดการวัสดุอย่างเป็นระบบ เช่น การสั่งซื้อท่อสำหรับระบบสาธารณูปโภคภายในอาคารเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อให้คุ้มค่าต่อต้นทุน
“เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้จำนวนบุคลากรที่มีอยู่กว่า 1,200-1,300 คน TeamG ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการคิดคำนวณและทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตงานให้มากขึ้น พร้อมทั้งมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัสดุก่อสร้างผ่านการคำนวณค่า K (Escalation Factor) ตามหลักเกณฑ์ของราชการ เพื่อประคับประคองต้นทุนในช่วงที่ราคาพัสดุก่อสร้างมีความผันผวน สำหรับโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่านี้ DITTO และ TeamG มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบงานที่มีคุณภาพสูงและสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมที่ประณีตของบริษัท


