บุญรอดฯ - ปตท. - ไออาร์พีซี คิดค้นสูตรรีไซเคิลพลาสติก rPET + rHDPE คุณสมบัติแข็งแรงทนทาน เร่งจดสิทธิบัตร เดินหน้าพัฒนาสู่การใช้งานจริง
20 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นผลงานของทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันของทั้ง 3 บริษัท ในการพัฒนานวัตกรรม พลาสติกรีไซเคิล สูตรผสมระหว่าง rPET ที่ได้จากขวดพลาสติก และ rHDPE ที่ได้จากฝาขวด ลังน้ำ และลังโซดา จากการทำงานร่วมกันเพื่อนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วมาวิเคราะห์และพัฒนา จนได้เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติเหนียวและแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน” เช่น ลังน้ำ ลังโซดาขวดเปลี่ยน หรือภาชนะพลาสติก (Plastic Handling Container) ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด โดยนวัตกรรมดังกล่าวได้ยื่นจดสิทธิบัตรเมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยมี นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงความสำเร็จการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลผสม (rPET และ rHDPE) ต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 3 บริษัท ที่ได้นำพลาสติกเหลือใช้ประเภท rPET และ rHDPE มารีไซเคิล ผลสำเร็จของโครงการวิจัยร่วมในครั้งนี้ เราได้เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่าที่เคยมีมาจากการ รีไซเคิลพลาสติก ความร่วมมือของ 3 บริษัท สะท้อนให้เห็นแนวคิดการให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมารีไซเคิล ไม่ใช่แค่เพียงนำกลับมาใช้ซ้ำโดยเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ แต่เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นจากการรีไซเคิล
ในครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดการผลิตอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติที่เหนียว แข็งแรงกว่าที่เคยมีมา เช่น ถังบ่อกรองธนาคารน้ำใต้ดิน ภาชนะพลาสติก และการใช้งานอื่นๆ
นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ ไออาร์พีซี กล่าวว่า ความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ปตท. และ ไออาร์พีซี ในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลผสม rPET และ rHDPE ไม่เพียงสะท้อนพลังของการผนึกองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) แต่ยังเป็นการยกระดับวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
ไออาร์พีซี ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบรีไซเคิลจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (Post Consumer Recycled: PCR) ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (Compound) ที่สามารถแก้ข้อจำกัดของพลาสติกรีไซเคิลแบบผสม ให้มีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความเหนียว และทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลทั่วไป อีกทั้งยังทนต่อสภาวะแวดล้อม สามารถใช้งานซ้ำได้ในระดับอุตสาหกรรม และรองรับกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล พร้อมช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ไออาร์พีซีให้ความสำคัญในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาวัสดุแห่งอนาคต และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ทั้งนี้ การแถลงความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทั้ง 3 บริษัท ภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิต นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียน โดยผลสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาพลาสติกสูตรผสมต่างชนิดกันในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการรีไซเคิลพลาสติกแบบเดิมที่มักจำกัดอยู่เพียงชนิดเดียวกัน ให้สามารถผสมพลาสติกต่างชนิดเข้าด้วยกันได้ นับว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการขยะให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด ปัจจุบันทั้ง 3 บริษัท ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรนวัตกรรมรีไซเคิลสูตรผสม rPET และ rHDPE เพื่อเตรียมขยายการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับคุณสมบัติเด่นของเม็ดพลาสติก และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตต่อไป





