วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์โลก! ผงาด TOP3 โครงการทรงอิทธิพลในรอบ 30 ปี

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์โลก! ผงาด TOP3 โครงการทรงอิทธิพลในรอบ 30 ปี

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์โลก! ผงาด TOP3 โครงการทรงอิทธิพลในรอบ 30 ปี หรือ Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ได้รับการขนานนามว่าเป็น รางวัลออสการ์ของวงการ Retail

"ไอคอนสยาม" อภิมหาโครงการเมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างประวัติศาสตร์ระดับโลกด้วยการผงาดสู่การเป็นหนึ่งใน 3 โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี หรือ Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "รางวัลออสการ์ของวงการ Retail" ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยาม ในฐานะสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรม และการสร้างสรรค์ที่ล้ำเลิศ สร้างแรงบันดาลใจ สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก 

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์โลก! ผงาด TOP3 โครงการทรงอิทธิพลในรอบ 30 ปี

โดย "ไอคอนสยาม" เป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย (Finalist) ร่วมกับอีก 2 โครงการ คือ Puerto Venecia จากสเปน และ Westfield London จากสหราชอาณาจักร

หากย้อน 7 ปีแห่งความยิ่งใหญ่ของไอคอนสยาม คว้า 53 รางวัลแห่งความสำเร็จจากเวที และสถาบันชั้นนำระดับโลก ทั้งการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก รางวัลศูนย์การค้าที่เป็นสุดยอดนวัตกรรมการออกแบบ รางวัลด้านการตลาด การสร้างสรรค์ประสบการณ์ และการสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของ "สยามพิวรรธน์" ในฐานะเจ้าของคอนเซปต์การพัฒนา Global Destination ที่สร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เป็น "Game Changer" ตัวจริง! ที่แสดงให้โลกเห็นชัดเจนแล้วว่าศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งความร่วมมือ ศรัทธา และจิตวิญญาณของบริษัทคนไทยที่ได้ตั้งใจสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศ เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทย

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์โลก! ผงาด TOP3 โครงการทรงอิทธิพลในรอบ 30 ปี

โดยมีแรงบันดาลใจจากการที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแบบอย่างของการนำเสนอความเป็นไทยที่งดงาม โดยทั้งสองพระองค์ได้ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อพัฒนาความสามารถของคนไทยจากภูมิปัญญาไทยในเรื่องต่างๆ ให้กลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่า และมีมูลค่ามหาศาล ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นดำเนินรอยตาม และน้อมนําความเป็นไทยมาใช้ในการพัฒนา Global Destination เพื่อแข่งขันในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ ในวันนี้ที่ไอคอนสยามได้เป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทย และเอเชีย ที่ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลของโลกนั้น ถือว่าได้บรรลุปณิธานแรกเริ่ม ที่จะให้โครงการนี้สร้างชื่อเสียง และเกียรติภูมิให้แก่ประเทศไทย ให้โลกได้รู้ว่าคนไทยไม่เป็นรองใครในเวทีโลก

"ผู้ปฏิวัติวงการ" และวิสัยทัศน์ Shared Value

ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้มาจากขนาดของโครงการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ ไอคอนสยาม ถูกยอมรับในฐานะ ผู้ปฏิวัติวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่มีอิทธิพลระดับโลก (Revolutionary Retail Development) (Revolutionary Retail Development) ในรอบแรกของการคัดเลือก คณะกรรมการ MAPIC ให้ความสำคัญกับโครงการที่มีวิสัยทัศน์อันมุ่งมั่น สามารถเปลี่ยนมุมมองของอุตสาหกรรม และพลิกโฉมจุดหมายปลายทางด้านค้าปลีก ซึ่งไอคอนสยามตอบโจทย์ด้วยแนวคิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในการสร้างพื้นที่ค้าปลีกที่ผสานอัตลักษณ์ไทย ศิลปะ วัฒนธรรม นวัตกรรม เข้าไว้กับ Retail & Entertainment ระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

นอกจากความสำเร็จของโครงการ "ชฎาทิพ จูตระกูล" ยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ "PIONEERS OF PLACES AWARDS" ซึ่งเป็นรางวัลระดับ Lifetime Achievement ในฐานะนักธุรกิจเอเชียคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ และเปลี่ยนโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์ของโลกในรอบ 30 ปี

การคว้ารางวัลยังสะท้อนความสำเร็จของวิสัยทัศน์ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ในฐานะ "Game Changer" ที่แสดงให้โลกเห็นชัดเจนถึงศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย โดยเฉพาะแนวคิดการดำเนินธุรกิจแบบ Shared Value ที่มุ่งเน้นการร่วมสร้างคุณค่าให้สังคมและชุมชนโดยรอบ ทำให้ไอคอนสยามเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย

พลิกโฉมฝั่งธนบุรีสู่ฮับการค้า การลงทุน

ไอคอนสยาม ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเมืองธนบุรีตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ โดยได้พลิกพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมฝั่งกรุงเทพมหานคร ด้วยการรวมคุณค่าจากทุกภาคส่วน และกระจายประโยชน์เป็นวงกว้างให้แก่ธุรกิจทั้งปวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านการขับเคลื่อน "แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา" และ Greatest Collaboration เป็นแนวคิดที่ไอคอนสยามยึดถือในการทำงานที่เน้นความร่วมมือทุกมิติ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และ SMEs

สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม 

เริ่มจากการ "ยกระดับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์" ส่งผลให้มูลค่าที่ดินบริเวณถนนเจริญนครเพิ่มขึ้นจาก 250,000 เป็น 700,000 บาทต่อตารางวา และกระตุ้นให้เกิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่กว่า 60 โครงการ ในรัศมี 1 กิโลเมตร "การจ้างงานและเศรษฐกิจฐานราก" สร้างงานมากกว่า 400,000 อัตรา และเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการไทยกว่า 35,000 ครอบครัว และดีไซเนอร์กว่า 800-1,000 ราย สามารถสร้างรายได้ ปั้น SMEs จาก Local heroes ให้เป็น Global heroes ได้สำเร็จ "ศูนย์กลางการท่องเที่ยว" ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 115 ล้านคนสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงการสัญจรทั้งระบบรถ ราง เรือ และรถไฟฟ้า ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศ

สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของไทย

กว่า 13 ปีนับตั้งแต่การประกาศวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ "ไอคอนสยาม" ภายใต้การผนึกกำลังของ 3 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ต้องการพลิกโฉมอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยในทุกมิติ ประกาศการลงทุนสร้างอภิมหาโครงการเมืองที่เป็นแลนด์มาร์กของประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนพื้นที่กว่า 55 ไร่ และพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 750,000 ตารางเมตร ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของคนไทย โดยประกาศลงนามร่วมทุนด้วยมูลค่าการลงทุนใหญ่สุดของภาคเอกชนขณะนั้นกว่า 35,000 ล้านบาท ในปี 2555 ที่ทุกวงการต่างมีข้อสงสัย และตั้งคำถามถึงการข้ามแม่น้ำมาลงทุนที่เมืองธนบุรีจะสำเร็จหรือไม่?

กระทั่งปี 2557 ที่ได้ประกาศชื่อโครงการ พร้อมเพิ่มเม็ดเงินลงทุนขยับขึ้นเป็น 50,000 ล้านบาท เพื่อเนรมิตอภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต ซึ่งรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของโลกกับสิ่งที่ดีที่สุดของไทยเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วยอาณาจักรศูนย์การค้าสุดอลังการ คอนโดมิเนียมหรูระดับโลก 2 อาคาร และ "7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม" ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ไอคอนสยาม เป็น "World-Class Destination" ที่เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย โดยเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2561 กระทั่งปัจจุบันเดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 8 ของการเปิดบริการ และมูลค่าลงทุนทะยานแตะระดับ 60,000 ล้านบาท

"ไอคอนสยาม" มีปณิธานในการรังสรรค์โครงการระดับโลกที่เป็นการปฏิวัติวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยการนำเสนออัตลักษณ์ไทยในทุกมิติทั้งในสถาปัตยกรรม งานศิลปะ และทุกองค์ประกอบสำคัญของโครงการด้วยความวิจิตรล้ำสมัย ให้เป็นตัวแทนของจินตนาการแห่งยุคที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นภูมิปัญญา ประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยจากทุกภูมิภาคต่อสายตาชาวโลกอย่างสง่างาม ไอคอนสยามมุ่งหมายให้โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย เพื่อสามารถออกไปแข่งขันได้ทัดเทียมกับโครงการใหญ่ระดับ World-class ในประเทศอื่นๆ ได้อย่างภาคภูมิ

"ในนามของผู้ร่วมทุนทั้ง 3 ฝ่าย รวมทั้งผู้บริหาร พนักงานของไอคอนสยาม ขอขอบคุณ The Makers ผู้ร่วมสร้างโครงการนี้ อันได้แก่คนไทยทั้งประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ จาก 15 ชาติ ใน 4 ทวีปทั่วโลก ที่รวมพลังกันเนรมิตแลนด์มาร์กแห่งนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุมชนโดยรอบ และผู้ประกอบการทั้งหมดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ร่วมสร้าง และสนับสนุนไอคอนสยามจนประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดของโลกในวันนี้ พวกเราได้ทำให้ผู้คนทั้งโลกหันกลับมามองที่แม่น้ำเจ้าพระยาสายนี้ และได้เห็นความเจริญรุ่งโรจน์ของประเทศไทย อีกทั้งได้สัมผัสประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจ และมีคุณค่าอย่างไม่มีที่ใดเสมอเหมือน"

"รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ไม่ใช่ของสยามพิวรรธน์ แต่เป็นรางวัลของประเทศไทย เป็นเกียรติยศ และความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทุกคน เราจะมุ่งมั่น และทุ่มเททำทุกวิถีทาง เพื่อให้ไอคอนสยามเป็น 'แม่เหล็ก’ ดึงดูดที่ทรงพลัง ที่จะทำให้คนทั้งโลกกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า และหลงรักประเทศไทยอีกครั้งอย่างไม่มีวันสิ้นสุด"

แบรนด์ไทย-ระดับโลกแห่เปิดสาขาแรก 6 เดือน ลงทุนสะพัด 1.5 พันล้าน

ไอคอนสยาม ยังมี Waiting List นับร้อยแบรนด์ที่รอปักหมุดเปิดให้บริการ โดยช่วง 6 เดือนจากนี้ จะมีกว่า 51 แบรนด์ใหม่ รวมมูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ทั้งลักชัวรีแบรนด์ แบรนด์ไทยชั้นนำ และแบรนด์ระดับโลก เลือกเปิดสาขาแรกของประเทศไทย ที่ไอคอนสยาม ฝั่งธนบุรี แทนที่จะเลือกฝั่งกรุงเทพฯ สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการที่สามารถพลิกฟื้นพื้นที่ฝั่งธนบุรี ให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ระดับโลกได้อย่างแท้จริง

อาทิ แฟลกชิปสโตร์ใหม่ "Hermès" บริเวณ ICONLUXE โดยมีพื้นที่ 2 ชั้น (Duplex) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ปรับขยายพื้นที่พร้อมนำเสนอคอนเซปต์ใหม่ เช่นเดียวกับ Prada จะเพิ่มพื้นที่เป็น Duplex แห่งแรกในไทย และ Tiffany & Co. ขยายพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยคอนเซปต์ดีไซน์ใหม่

ร้านขนาดใหญ่ที่สุด "Loro Piana" เปิดสาขาไอคอนสยามใหญ่สุดในไทย และ GIORGIO ARMANI ยกระดับประสบการณ์ ด้วยห้อง Made-to-Measure บริการให้คำปรึกษา และตัดเย็บสูทส่วนบุคคล คลุมทุกหมวดหมู่ และมีขนาดใหญ่สุด Moncler Flagship Store แบรนด์แฟชั่นเสื้อกันหนาวจากอิตาลี ขณะที่ “Fendi” เปิดร้านคอนเซปต์ใหม่ล่าสุด เป็นที่แรกในเอเชีย

ส่วนแบรนด์ระดับโลกเปิดสาขาแรกในไทย เช่น Brunello Cucinelli แฟชั่นหรูจากอิตาลี, Zimmermann แบรนด์เสื้อผ้า และไลฟ์สไตล์ดังของออสเตรเลีย, ON Official Store แห่งแรก และเป็นแฟลกชิปใหญ่สุดในไทย ทุบสถิติยอดขายเปิดร้านวันแรกสูงที่สุดในโลก! กับ "POP MART Global Landmark Store' ใหญ่สุดในโลกที่ตั้งอยู่นอก POPLAND ประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีเมกะสโตร์ใหญ่สุดในไทย "Gentle Monster" และ "Tamburins Store" แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้าน "The North Face" กับคอนเซปต์ใหม่ครั้งแรกในโลก  ONE BOX PRO Concept Store

ปีนี้ MAPIC ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี จึงได้จัดให้มีการมอบรางวัลพิเศษ "Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years" เฉพาะในปีนี้เท่านั้น เพื่อยกย่องโครงการที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลกในรอบสามทศวรรษ และรางวัลเชิดชูเกียรติ "PIONEERS OF PLACES AWARDS" แก่บุคคลที่เป็นผู้นำวิสัยทัศน์และมีผลงานอันโดดเด่นที่ได้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ของโครงการที่ล้ำเลิศ เป็นผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกโลก และเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการพัฒนาเมืองที่มอบประโยชน์ให้แก่ผู้คน และสังคม ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา

โดยการประกาศผล และพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ท่ามกลางการรวมตัวของผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์จากทั่วโลก

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์โลก! ผงาด TOP3 โครงการทรงอิทธิพลในรอบ 30 ปี

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์