วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

กรมการจัดหางาน เผยมติ ครม. ผ่อนผันแรงงานเมียนมาอยู่และทำงานในไทยได้ถึง 13 ก.พ. 2570

กรมการจัดหางาน เผยมติ ครม. ผ่อนผันแรงงานเมียนมาอยู่และทำงานในไทยได้ถึง 13 ก.พ. 2570

กรมการจัดหางาน เผยมติ ครม. ผ่อนผันแรงงานเมียนมากว่า 1.8 ล้านคน อยู่และทำงานในไทยได้ถึง 13 ก.พ. 2570 เปิดแนวทางเตือนนายจ้างเร่งต่อใบอนุญาตก่อนครบกำหนด

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบให้ผ่อนผัน แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ที่อยู่ระหว่างกระบวนการตามมติ ครม. เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2568 รวมกว่า 1.8 ล้านคน ให้สามารถอยู่และทำงานในประเทศไทยได้ต่อเนื่องถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570

ตามมติดังกล่าว แรงงานเมียนมา จะได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและสามารถทำงานได้อีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2568 ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2569 และหากดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว จะได้รับสิทธิขยายระยะเวลาการอยู่และทำงานต่อเนื่องอีก 2 ปี ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570

กรมการจัดหางาน เน้นย้ำให้นายจ้างและสถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่ในความดูแล เร่งดำเนินการยื่นเอกสารและต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้เรียบร้อยก่อนกำหนด เพื่อให้แรงงานสามารถเข้าสู่กระบวนการผ่อนผันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันความเสี่ยงจากการจ้างงานผิดกฎหมาย และช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด โดยการผ่อนผันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาครัฐในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ และช่วยป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กรมการจัดหางาน เผยมติ ครม. ผ่อนผันแรงงานเมียนมาอยู่และทำงานในไทยได้ถึง 13 ก.พ. 2570

เปิด 4 แนวทางหลักในการเร่งรัดให้การดำเนินการแล้วเสร็จทันเวลา

กรมการจัดหางาน ได้วางแนวทางดำเนินการและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดให้นายจ้างดำเนินการโดยเร็ว ได้แก่

  1. ประชาสัมพันธ์และเตือนภัยเชิงรุก กรมการจัดหางานได้ดำเนินการแจ้งข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อทุกช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการจัดหางาน สื่อมวลชน รวมถึงการส่งหนังสือเตือนไปยังสำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ เพื่อให้เร่งสื่อสารถึงสถานประกอบการในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังมีการจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ และให้คำแนะนำแบบรายกรณี
  2. ปรับปรุงกระบวนการให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กรมการจัดหางานเพิ่มเจ้าหน้าที่และจุดบริการในจังหวัดที่มีแรงงานจำนวนมาก พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยระบบดิจิทัล เช่น ระบบจองคิวออนไลน์ การติดตามสถานะผ่านแอปพลิเคชัน และช่องทางติดต่อด่วนต่างๆ เพื่อให้กระบวนการไม่ติดขัด
  3. เร่งบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสถานพยาบาลที่ออกใบรับรองสุขภาพให้แรงงาน เพื่อให้สามารถประสานงานและตรวจสอบเอกสารได้รวดเร็วขึ้น ลดภาระของแรงงานและนายจ้าง
  4. เน้นย้ำบทลงโทษและผลกระทบหากเพิกเฉย เพื่อป้องกันการละเลย กรมฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลโทษตามกฎหมายอย่างชัดเจน หากนายจ้างไม่ดำเนินการ จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อแรงงาน 1 คน และอาจถูกสั่งห้ามจ้าง แรงงานต่างด้าว เป็นเวลา 3 ปี ส่วนแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตจะถูกปรับ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศทันที

กรมการจัดหางาน เผยมติ ครม. ผ่อนผันแรงงานเมียนมาอยู่และทำงานในไทยได้ถึง 13 ก.พ. 2570

ข้อควรปฏิบัติที่นายจ้างไม่ควรละเลย

นายจำนงค์ ทรงเคารพ ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน กล่าวว่า การดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งแรงงานและนายจ้าง เพราะหากพ้นกำหนด จะถือว่าการจ้างงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีโทษตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ เรามีความเข้าใจว่านายจ้างหลายรายอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร แต่ก็ขอเน้นย้ำว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่มีจำกัด หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด จะส่งผลเสียอย่างมากต่อกิจการ เพราะแรงงานจะหมดสิทธิทำงานโดยชอบ และเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ส่งกลับประเทศ รวมถึงนายจ้างเองก็มีความผิดและถูกลงโทษได้เช่นกัน ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติที่นายจ้างควรรู้ เพื่อความถูกต้องและครบถ้วน ดังนี้ 

  1. ตรวจสอบรายชื่อแรงงานต่างด้าวในสังกัด และเช็กสถานะใบอนุญาตทำงาน
  2. ดำเนินการตรวจสุขภาพแรงงานตามเกณฑ์ที่กำหนด
  3. ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานที่สำนักงานจัดหางาน หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
  4. ติดตามผลการพิจารณาอย่างใกล้ชิด และดำเนินการให้ครบภายในกำหนด

กรมการจัดหางาน เผยมติ ครม. ผ่อนผันแรงงานเมียนมาอยู่และทำงานในไทยได้ถึง 13 ก.พ. 2570

การต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวให้ทันภายในกำหนดไม่ใช่เพียงภาระหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดแรงงานยังมีความต้องการแรงงานฝีมือและแรงงานระดับปฏิบัติการจำนวนมาก การดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนตามกำหนดเวลาจะช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น และรักษาความต่อเนื่องของกิจการโดยไม่เกิดช่องว่างในการจ้างงาน

กรมการจัดหางาน มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการให้บริการ และพร้อมให้คำปรึกษาทุกขั้นตอน ขอเพียงให้นายจ้างและแรงงานตื่นตัวและเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ซึ่งการดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ไม่เพียงช่วยให้แรงงานมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิทธิแรงงาน สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และวางรากฐานการจ้างงานที่ยั่งยืนในระยะยาว จึงขอความร่วมมือจากนายจ้างทุกท่านให้รีบตรวจสอบรายชื่อแรงงานในความดูแล ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้ครบถ้วนโดยไม่รอจนถึงวันสุดท้าย เพราะการเร่งรัดเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อความมั่นคงของแรงงาน และความมั่นใจของธุรกิจคุณในวันข้างหน้า” นายจำนงค์ กล่าวสรุป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694 (ตลอด 24 ชั่วโมง) และทางเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการจัดหางาน