วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2569

Login
Login

AIS จัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่นยืน

AIS จัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่นยืน

AIS จัดเวทีแลกเปลี่ยนระดมความคิดด้านพัฒนาคน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ในงาน "Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023"

AIS เป็นเจ้าภาพจัดงาน "Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023" การประชุมระดมสมองเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่จะช่วยต่อยอดการทำงานด้านการพัฒนาคน การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำในกลุ่ม Singtel จาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย AIS ไทย, Singtel สิงคโปร์, Airtel อินเดีย, Globe ฟิลิปปินส์, Optus ออสเตรเลีย และ Telkomsel อินโดนีเซีย โดยชูแนวคิดการทำงานในโลกยุคใหม่ที่โอบกอดความแตกต่างอย่างหลากหลาย และสร้างความเท่าเทียมให้แก่ทุกคน (Re-Imagine Work with inclusive Sustainability) พร้อมยังเน้นย้ำการนำวิสัยทัศน์การทำงานที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาประยุกต์สู่แนวทางการทำงานอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม (Eco Vision to Action) โดยการประชุมในครั้งนี้ AIS ได้สร้างต้นแบบการจัดงานผ่านแนวคิด ความยั่งยืน ในทุกมิติ ขยายผลนำองค์ความรู้และประสบการณ์ของผู้บริหารกลุ่ม Singtel ส่งต่อในรูปแบบของการเป็นเมนเทอร์ ให้เยาวชนกลุ่มสภาเมืองคนรุ่นใหม่ กทม. (BKK Ranger) ได้เพิ่มทักษะในการคิด วิเคราะห์ วางกลยุทธ์ เพื่อนำไอเดียมาต่อยอดในการพัฒนาและแก้ปัญหาเมืองในอนาคต

AIS จัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่นยืน

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เป็นสิ่งที่ AIS บริษัทในกลุ่ม Singtel ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพื่อให้สามารถยกระดับการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า รวมไปถึงการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีนี้ได้ข้อสรุปและกรอบความร่วมมือจากการประชุม ดังนี้

กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบมีเป้าหมาย (Purpose-led sustainability strategy) 

  1. E-Environment and Climate การป้องกันและตอบสนองต่อ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีกระบวนการหรือกิจกรรมที่มุ่งเน้นในการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการใช้วัสดุหรือการใช้ทรัพยากรโดยคงประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Dematerialization) เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติมุ่งสู่ Net Zero
  2. S-Social Impact การหาแนวทางความเป็นไปได้ในการสร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล สิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
  3. G-Governance การจัดตั้งคณะกรรมการผู้บริหารด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน การปฏิบัติตามข้อกำหนด การให้ความรู้ และการฝึกอบรมต่างๆ
  4. V-Value Creation การสร้างคุณค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์และบริการที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างคุณค่าที่มุ่งเน้นไปยังความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

AIS จัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่นยืน

การแลกเปลี่ยนความร่วมมือเพื่อวิเคราะห์หาโอกาสการพัฒนาแผนกลยุทธ์โครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Opportunity Framework) ภายในกลุ่ม Singtel : ได้มีการอัปเดตแลกเปลี่ยนความรู้และความสนใจร่วมกันทั้งด้านงาน Sustainability ในฐานะโครงการและกิจกรรมที่สำคัญเกี่ยวกับ ESG ที่ตนเองทำ และมองหาความสนใจร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการบริหารและการรวม ESG เข้ากับธุรกิจและเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ

กรอบความร่วมมือระหว่าง People และ Sustainability ในการ Empower Every Generation : การสร้างบุคลากรที่มีสามารถขับเคลื่อนวัฒนธรรมขององค์กรผ่านแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นต่อองค์กร โดยกรอบความร่วมมือระหว่าง People และ Sustainability นั้นยังคำนึงถึงการปรับทิศทางของค่าตอบแทนหรือแรงจูงใจให้สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืน 

นางสายชล กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในฐานะเจ้าภาพ AIS ยังสร้างต้นแบบการจัดประชุมผ่านแนวคิด ความยั่งยืน ในทุกมิติตามแนวทางชดเชยคาร์บอนจากการจัดกิจกรรม (Carbon Neutral Event) ตั้งแต่การวางแผนเดินทางจากทั้งในและต่างประเทศ การเลือกโรงแรมที่พักซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การใช้รถ EV Bus, รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า MuvMi, การจัดเลี้ยงจากเมนูอาหารผ่านแนวคิด Food Waste ท่ามกลางวิถีการใช้ชีวิตของชุมชนบ้านครัว พร้อมขยายผลด้วยการนำความรู้และประสบการณ์จากผู้บริหารกลุ่ม Singtel ส่งต่อให้แก่เยาวชนในสภาเมืองคนรุ่นใหม่ กทม. (BKK Ranger) โดยใช้เวลารวมกว่า 230 ชั่วโมง ในการเป็นผู้ให้คำปรึกษา ฝึกฝนทักษะสำคัญ อาทิ ความสามารถในการระบุปัญหา การวางแผนงาน กลยุทธ์ งบประมาณ และการดำเนินงานผ่านมุมมองในเรื่องความยั่งยืน (Sustainability Lens) ให้สามารถนำไปต่อยอดโครงการเพื่อสังคม หรือนำแนวคิดไปประยุกต์ในเชิงธุรกิจอย่างสมเหตุสมผลได้ในอนาคต รวมไปถึงทักษะในการนำเสนอโครงการได้อย่างมั่นใจ (Pitching Skill) ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาโครงการเพื่อแก้ปัญหาเมืองให้แก่ กทม. ได้อย่างดี

นางสาววรรธน์วรี ไชยมงคล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนจาก BKK Ranger กลุ่ม Student Report Incident เผยความรู้สึกจากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ว่า หลังจากทางทีมได้รับการแนะนำจากผู้บริหารเอไอเอส และกลุ่ม Singtel ทำให้ไอเดียของโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มพื้นที่แสดงความคิดเห็นของเด็กๆ เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกับผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

นางสาวผกามาศ เอกผล นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนกลุ่ม Redeem Bottles for Ticket Vouchers ที่นำเสนอโครงการเปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นตั๋ว กล่าวว่า ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในการได้รับการโค้ชเพราะทำให้เห็นขั้นตอนการทำโครงการเพื่อความยั่งยืน ช่วยให้ทีมพัฒนาโครงการได้อย่างมั่นใจ และมีหลักคิดที่ชัดเจนในการนำเสนอโครงการเพื่อต่อยอดกับหน่วยงานของ กทม. ได้เป็นอย่างดี

นางสายชล กล่าวทิ้งท้ายว่า ความยั่งยืน คือหัวใจสำคัญที่ต้องถูกสอดแทรกอยู่ในทุกกระบวนการทางธุรกิจและรูปแบบการใช้ชีวิต โดยเรายินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อแนวคิดนี้ไปสู่สังคมในวงกว้างเพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวก ที่จะย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของทุกคนต่อไป