วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569

Login
Login

NPS มุ่งสู่พลังงานสะอาด เริ่ม COD โครงการ Floating Solar Farm สองเฟสแรก 60 MW

NPS มุ่งสู่พลังงานสะอาด เริ่ม COD โครงการ Floating Solar Farm สองเฟสแรก 60 MW

NPS เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ใน จ.ปราจีนบุรี จำนวน 3 เฟส กำลังผลิตรวม 150 เมกะวัตต์ (MW) เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) สองเฟสแรกแล้ว จำนวน 60 เมกะวัตต์ (MW)

โยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ NPS เปิดเผยว่า ในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจากยุโรปและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ย้ายฐานการผลิตมายัง สวนอุตสาหกรรม 304 จ.ปราจีนบุรี เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับตัวผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการใช้ พลังงานสะอาด ในการผลิตสินค้าเพื่อสะท้อนให้ผู้บริโภคเห็นถึงการมีความรับผิดชอบต่อ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทาง NPS จึงได้ปรับกลยุทธ์เพื่อให้สามารถจัดสรรพลังงานสะอาดป้อนให้แก่ลูกค้าที่ต้องการพลังงานประเภทนี้ได้อย่างเพียงพอและมีเสถียรภาพ โดยปัจจุบัน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ หรือ Floating Solar Farm สามารถดำเนินการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ได้เรียบร้อยแล้วทั้งหมด 2 เฟส เฟสละ 30 เมกะวัตต์ (MW) รวมเป็น 60 เมกะวัตต์ (MW)

"เราเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ 2 เฟสแรก โดยเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) 60 เมกะวัตต์ (MW) ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และนอกจาก 2 เฟสนี้แล้ว เรายังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำเฟส 3 อีกจำนวน 90 เมกะวัตต์ (MW) ที่อยู่ระหว่างการติดตั้ง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งจะทำให้ NPS มีกำลังการผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำรวม 150 เมกะวัตต์ (MW) และทำให้บริษัทฯ มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นจาก 770 เมกะวัตต์ (MW) เป็น 920 เมกะวัตต์ (MW) ทั้งหมดนี้เพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและตอบสนองความต้องการลูกค้าใน สวนอุตสาหกรรม 304 ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ พลังงานสะอาด ในกระบวนการผลิต อีกทั้งยังสามารถใช้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ เป็นสิ่งจูงใจลูกค้ารายใหม่ๆ ที่ใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาลงทุนที่สวนอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ด้วย" 

โยธิน กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันธุรกิจของกลุ่มบริษัท NPS ประกอบด้วยธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้า NPS มีโรงไฟฟ้าในประเทศไทยทั้งหมด 12 โรง กำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำติดตั้งรวม 796.05 เมกะวัตต์ (MW) และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งรวม 2,486.78 ตันต่อชั่วโมง ธุรกิจผลิตน้ำมีอ่างเก็บน้ำพร้อมโรงกรองน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมกำลังผลิต 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน นอกจากนี้ NPS ยังได้เพิ่มศักยภาพให้แก่ธุรกิจพลังงานของบริษัทฯ โดยการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้า Biomass Energies d’Alizay (BEA) ในประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา ทำให้ NPS สามารถเพิ่มโอกาสในการขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศฝรั่งเศสและทวีปยุโรป โดยใช้ BEA เป็นฐานในการขยายธุรกิจได้ อีกทั้งยังมีโครงการร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม IPP กำลังผลิตติดตั้ง 600 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งจะสร้างแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายในปี 2570