การประชุมเอเปคในช่วงปลายปี 2565 นี้ไม่ใช่การประชุมระหว่างประเทศกว้างๆ ที่ไกลตัว จึงขอเชิญชวนคนไทยตื่นตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกันและติดตาม เพราะการประชุมเอเปคมีหลายแขนง ทุกหน่วยงานมีกรอบการประชุมเป็นของตัวเอง นำไปสู่กรอบใหญ่คือเรื่องการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด
ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในปีนี้ เป็นโอกาสสำคัญต่อการขับเคลื่อนฟื้นประเทศจากโควิดไปสู่อนาคต จึงเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอแนะเรื่องการปรับทักษะของผู้ประกอบการ ความต้องการการสนับสนุนความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมสาขาต่างๆ ด้านใดจากประเทศเขตเศรษฐกิจเอเปคอื่นๆ เพื่อทำให้ธุรกิจของเราดีขึ้น ตามแนวการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด Bio-Circular-Green (BCG) Economy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ทั้งหมดคือเพื่อปากท้องพี่น้องคนไทย
.
เอเปคเป็นเวทีสำคัญที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ เสริมสร้างประโยชน์ให้กันในแต่ละประเทศ จาก 21 ประเทศเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งทุกประเทศล้วนเจอผลกระทบจากโควิดมาหมด ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อ ซึ่งเอเปคจะมีส่วนช่วยเร่งการฟื้นตัว
“ประเทศไทยเองพยายามสร้างประโยชน์จากเวทีนี้ให้ได้มากมายหลายด้าน โดยมีเอเปคเป็นแหล่งบ่มเพาะความคิดและผลิตโครงการที่เป็นรูปธรรมในหลายๆ กรอบความร่วมมือ ทั้งหมดนี้จะทำให้ เศรษฐกิจของเราฟื้นตัวขึ้น พร้อมทั้งได้ประโยชน์ในมิติอื่นควบคู่กันไป”
.
นับถอยหลังก่อนจะถึงการประชุมผู้นำเอเปคในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ มีหลายโครงการภายใต้กรอบการเจรจาด้านป่าไม้ ด้านการคลัง ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างในหลายมิติได้เริ่มมีการพูดคุยไปบ้างแล้วและจะเห็นเป็นรูปธรรมได้เร็วๆ นี้ รวมถึงการพูดคุยในรายละเอียดเรื่อง Safe Passage หรือ การรื้อฟื้นการเดินทางข้ามพรมแดนในภูมิภาคอย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อ ซึ่งจะนำไปสู่การเดินทางที่คล่องตัวมากขึ้นหลังจากยุคโควิด เสริมด้วยการประสานความร่วมมือภาคเอกชน การจัดประชุมระดับปฏิบัติการต่างๆ โดยมุ่งมั่นสร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพเอเปคปี 2565 พร้อมสนับสนุนภาครัฐในการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค
.
รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพราะการเจรจาบนกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศบางคนอาจจะคิดว่าไกลตัว กรมสารนิเทศจึงพยายามสร้างการรับรู้ในหลายกลุ่มเป้าหมาย สื่อสารในหลายรูปแบบรวมถึง social media ตลอดจนสร้างการรับรู้ในด้านเนื้อหาวิชาการผ่าน media focus group และให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนอย่างต่อเนื่องทั้งหมดเป็นประจำในทุกกรอบ มีกรมประชาสัมพันธ์ช่วยย่อยข้อมูลข่าวสารให้เข้าใจได้ง่ายและนำไปสื่อสารภายในประเทศ พร้อมด้วย Communication Partners จากหลากหลายแวดวง อาทิ พลังงาน อาหาร ห้างสรรพสินค้า นิคมอุตสาหกรรม อีคอมเมิร์ซ ฯลฯ เพื่อช่วยสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของการประชุมเอเปคในครั้งนี้ในรูปแบบที่หลากหลายไปยังคู่ค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง
“บางจากฯ นับเป็น Communication Partner ที่สำคัญและเข้ามาร่วมเป็นลำดับแรกๆ ของ APEC 2022 กลุ่มบางจากฯ มีแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยนวัตกรรมสีเขียว อย่างชัดเจน และครอบคลุมแนวคิด BCG Economy Model ซึ่งเป็นธีมหลักของการประชุม จึงเป็นพาร์ทเนอร์ด้าน การสื่อสารที่แข็งแรงและสำคัญต่อการประชุมเอเปคครั้งนี้ ต้องขอบคุณบางจากฯ ที่เข้ามาช่วยสื่อสารตั้งแต่ต้น ในหลายรูปแบบหลายกิจกรรมที่ผ่านมา และจะมีส่วนร่วมต่อเนื่องจนถึงการประชุมในเดือนพฤศจิกายนครับ”
.
กลุ่มบางจากฯ หนึ่งใน APEC 2022 Communication Partners
.
จากการดำเนินธุรกิจด้วยนวัตกรรมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมมาตลอดเกือบ 40 ปี บางจากฯ พร้อมสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ปี 2565 (APEC 2022) ของประเทศผ่านหลากหลายธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการของกลุ่มบางจากฯ
.
จากผู้นำและบุกเบิกพลังงานทดแทนมาแต่ต้น มาวันนี้ กลุ่มบางจากฯ ยังคงเดินหน้าเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงโดยบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) กาแฟรักษ์โลกอย่าง “อินทนิล” แพลตฟอร์มให้บริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “วินโนหนี้” น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง และบริการ non-oil อื่นๆ ในปั๊มบางจาก รวมถึงผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต เช่นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) จากน้ำมันใช้แล้ว เป็นต้น
.
สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ เป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อร่วมดูแลและส่งต่อโลกยั่งยืนให้คนรุ่นหลัง สอดรับกับแนวทาง Bio-Circular-Green (BCG) Economy มาโดยตลอด
.
Open. Connect. Balance. เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล
.
หัวข้อหลักของการประชุมเอเปคปี 2565 ที่ประเทศไทยคือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล หรือ Open. Connect. Balance” ครอบคลุมประเด็น 3 ด้าน คือ 1. การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม 2. การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน และ 3. การฟื้นฟูความเชื่อมโยง โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด
.
OPEN: เปิดกว้างทางการค้าและการลงทุนโดยอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และขับเคลื่อน FTAAP หรือเขตเศรษฐกิจเสรีเอเชีย-แปซิฟิก ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของสมาชิกเอเปคที่จะรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น
.
CONNECT: ฟื้นฟูความเชื่อมโยงด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว เพื่อให้ธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวได้ฟื้นตัวและเกิดความปลอดภัยด้วย
.
BALANCE: ส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียวและการเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นวาระสำคัญของไทยในเวลานี้
.
ตราสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพเอเปคปี 2565 ของไทยซึ่งเป็นผลงานของ “ชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง” นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ชะลอม” ซึ่งเป็นเครื่องจักสานไทยที่ใช้ใส่สิ่งของ ในการเดินทางหรือนำไปมอบกับบุคคลที่เคารพในสังคมไทย จากรุ่นสู่รุ่น
.
“ชะลอม” สื่อหัวข้อหลัก “OPEN, CONNECT, BALANCE” ของการเป็นเจ้าภาพเอเปคปี 2565 ของไทย ได้แก่ OPEN –สื่อถึงการค้าที่เปิดกว้าง CONNECT –เป็นสิ่งบรรจุสินค้าหรือสิ่งของสำหรับใช้ในการเดินทาง และสื่อถึงความเชื่อมโยง BALANCE–ทำจากวัสดุธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับรูปแบบเศรษฐกิจ BCG Economy
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.apec2022.go.th/ หรือติดตามที่ #APEC2022THAILAND





