เกาะติดเช็คอัปเดตล่าสุด "โควิดวันนี้" 10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด กทม. ยอดพุ่ง 3,282 ราย จับตา ชลบุรี ขอนแก่น สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร นนทบุรี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และนครปฐม
อัปเดตต่อเนื่อง เกาะติดสถานการณ์ โควิดวันนี้ 19 เม.ย. 65 เกาะติดความคืบหน้า 10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด จากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ตรวจสอบอัปเดต 10 จังหวัด อันดับพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด
รายงานวันนี้ ผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่ วันที่ 18 เมษายน 2565 ตรวจสอบ 10 จังหวัดอันดับ
19/04/2565 กรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ยอดติดเชื้อโควิดสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ ตามด้วย ชลบุรี ขอนแก่น สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร นนทบุรี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และนครปฐม
ฉีดวัคซีนโควิด จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ. 2564 - 18 เม.ย. 2565)
รวม 131,707,883 โดส ใน 77 จังหวัด
ภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 18 เมษายน 2565
ยอดฉีดทั่วประเทศ 17,642 โดส
เข็มที่ 1 : 3,337 ราย
เข็มที่ 2 : 2,733 ราย
เข็มที่ 3 : 11,572 ราย
----------------------------
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 56,011,444 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 50,678,940 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 25,017,499 ราย
แหล่งข้อมูล : MOPH-IC
วันอังคารที่ 19 เมษายน 2565 เวลา 11.30 น.
สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ
ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565
ผู้ป่วยรายใหม่ 16,891 ราย
ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,840,409 ราย
หายป่วยแล้ว 1,670,866 ราย
เสียชีวิตสะสม 5,437 ราย
----------------------------
ข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563
ผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,063,844 ราย
หายป่วยแล้ว 3,839,360 ราย
เสียชีวิตสะสม 27,135 ราย
ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 - 18 เมษายน 2565
มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 131,707,883 โดส
----------------------------
วันที่ 18 เมษายน 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีน
เข็มที่ 1 จำนวน 3,337 ราย
เข็มที่ 2 จำนวน 2,733 ราย
เข็มที่ 3 จำนวน 11,572 ราย
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
ศูนย์ข้อมูลCOVID19
สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก
วันอังคารที่ 19 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อรวม 505,209,437 ราย
อาการรุนแรง 42,012 ราย
รักษาหายแล้ว 456,669,732 ราย
เสียชีวิต 6,224,758 ราย
อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเฉลี่ยสะสมสูงสุด (ย้อนหลัง 7 วัน)
1. เกาหลีใต้ จำนวน 928,897 ราย
2. ฝรั่งเศส จำนวน 817,967 ราย
3. เยอรมนี จำนวน 685,710 ราย
4. อิตาลี จำนวน 409,510 ราย
5. ญี่ปุ่น จำนวน 334,688 ราย
ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 8 จำนวน 141,081 ราย
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
ศูนย์ข้อมูลCOVID19
สธ. คาดการณ์แนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น หลังสงกรานต์ 2-4 สัปดาห์ ร่วมกันดูแลตนเองให้ปลอดจากการติดเชื้อ ปฏิบัติ 2 U คือ Universal Prevention และ Universal Vaccination
นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ประเทศไทยขณะนี้ผู้ติดเชื้อทั้งจากการตรวจด้วยวิธี RT-PCR และ ATK ลดลง แต่แนวโน้มผู้ป่วยปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิต มีเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการติดเชื้อจำนวนมากช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนสงกรานต์ ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป มีโรคเรื้อรังประจำตัว ฉีดวัคซีนไม่ครบ 3 เข็ม หลังสงกรานต์จึงยังต้องรณรงค์ให้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้ 80% และเร่งฉีดวัควีนให้เด็กนักเรียนก่อนเปิดเทอมหรือเริ่มเปิดเทอม
นอกจากนี้ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป 2-4 สัปดาห์ เพราะมีโอกาสเกิดคลัสเตอร์ต่างๆ ได้ ภาพรวมผู้ติดเชื้อ ป่วยหนักและเสียชีวิต ยังคงเป็นไปตามคาดการณ์ ซึ่งหากมีการป้องกันควบคุมที่ดี หลังสงกรานต์จะมีผู้ติดเชื้อลดลง การแพร่ไปสู่กลุ่ม 607 จะลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ แนะนำการป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังกลุ่มเสี่ยงสูง 3 มาตรการ คือ 1.หลังเดินทางกลับจากสงกรานต์หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรม ให้สังเกตอาการตนเอง 5 - 7 วัน หากมีอาการป่วย เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก การรับรสและกลิ่นไม่ดี ให้ตรวจ ATK 2.หลีกเลี่ยงการพบกับคนจำนวนมาก หากต้องพบผู้อื่นให้สวมหน้ากากตลอดเวลาเพื่อลดความเสี่ยง เลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน และ 3.ทำงานที่บ้าน (Work From Home) 5-7 วัน ร่วมกับการดูแลตนเองให้ปลอดจากการติดเชื้อ และมาตรการ 2U คือ Universal Prevention ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา และ Universal Vaccination ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม จะช่วยให้หลังสงกรานต์ปลอดภัย ไม่มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยปอดอักเสบเพิ่มขึ้น
ที่มา กระทรวงสาธารณสุข





