ห่วงส่งออกผลไม้ เดินหน้าตรวจเช็คความพร้อมด่านตรวจพืชแหลมฉบัง

ห่วงส่งออกผลไม้ เดินหน้าตรวจเช็คความพร้อมด่านตรวจพืชแหลมฉบัง

รมช.มนัญญา เผยนายกฯห่วงส่งออกผลไม้ เดินหน้าตรวจเช็คความพร้อมด่านตรวจพืชแหลมฉบังรุกตลาดส่งออกฤดูผลไม้ตะวันออก

วันที่ 29 มี.ค.65 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์  รมช.เกษตรและสหกรณ์    เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการทำงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบังพร้อมด้วยนายระพีภัทร จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร(กวก.) นายภัสชภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกวก.ว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงผลไม้ที่ผลผลิตเริ่มทยอยออกมา ประกอบกับเริ่มมีข่าวบิดเบือนว่าผลไม้ไทยส่งออกไม่ได้ ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนตลาดต้องการมาก   และที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้มีการทำแผนเชิงรุกร่วมกับทางการจีน เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติป้องกันโควิดเป็นศูนย์เพื่อการส่งออกโดยเฉพาะกับประเทศจีน 

"เป็นการติดตามความพร้อมการส่งออกผลไม้ไทย เพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันไวรัสโควิดของประเทศคู่ค้า เนื่องจากขณะนี้การส่งออกทางเรือจะเป็นหัวใจหลักในการส่งออก ในระหว่างที่ทางบกยังมีปัญหาในเรื่องการขนถ่ายสินค้าข้ามพรมแดนจากสถานการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด และในปี 2565 พบว่าปริมาณผลไม้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ท่านนายกฯเป็นห่วงกำชับให้ช่วยดูแลใกล้ชิดและต้องช่วยกันพัฒนาด่านให้มีความพร้อมด้านเครื่องไม้เครื่องมือ  และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า

ห่วงส่งออกผลไม้ เดินหน้าตรวจเช็คความพร้อมด่านตรวจพืชแหลมฉบัง

 

 
 ดังนั้นวันนี้ขอฝากให้ด่านตรวจทำหน้าที่ให้เต็มกำลัง ดูแลการส่งออกให้ตรงมาตรฐานลูกค้า ขณะเดียวกันเมื่อสินค้านำเข้าไทยก็ให้ตรวจเข้มเพื่อคุ้มครองคนไทยเช่นกัน และอย่าให้เกิดการสวมสิทธิทุเรียนไทยไปส่งออกอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาชื่อเสียงทุเรียนไทย ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาเจอสวมสิทธิทุเรียนไทยเพื่อส่งออกไปประเทศที่สาม และพบว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ หากผ่านด่านไปได้ความเสียหายจะเกิดกับทุเรียนไทนทั้งประเทศ เพราะฉนั้นขอให้ทำการตรวจเต็มที่อย่าอลุ่มอล่วยกับสินค้าเกษตร"นางสาวมนัญญากล่าว
นายระพีภัทร์ กล่าวว่า กรมได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phyto certificate) โดยกรมวิชาการเกษตรได้นำระบบขอใบรับรองสุขอนามัยพืชแบบอิเล็กทรอนิกส์ ( e Phyto Certificate) มาใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565  เบื้องต้นนำร่องระบบใช้กับผลไม้ 22 ชนิดไปจีน เพื่อรองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกเป็นการสร้างความมั่นใจในการผลิตสินค้าคุณภาพที่มาจากแปลงเกษตรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตที่ดี  สามารถตรวจสอบย้อนกลับ และสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศผู้นำเข้าได้  รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ 
นายภัสชญภณกล่าวว่า ตั้งแต่ ก.พ.65 เป็นต้นมา มีการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีนแล้ว  6,238 ชิปเม้นท์ ปริมาณ 177,522.78 ตัน มูลค่าประมาณ 3,390 ล้านบาท 
โดยเป็นการส่งออกทางเรือ ประมาณ 62 % ทางบก 26%  และทางอากาศ 12 %
สำหรับการดำเนินการของด่านฯดังกล่าวจะปฏิบัติงานตามกฎหมาย 4 ฉบับของกรมวิชาการเกษตรประกอบด้วย พรบ.กักพืช พ.ศ.2507 พรบ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 พรบ.ปุ๋ย พ.ศ. 2518 พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
ทั้งนี้พบว่าในปี 2564 มีการออกใบรับรองสุขอนามัย  ตามพรบ.กักพืช จำนวน 66,166 ฉบับโดยมีสินค้าส่งออกสำคัญคือ  ข้าว ปริมาณ 4,354,909 ตัน มูลค่า 69,406  ล้านบาท  มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ 6,085,922 ตัน มูลค่า52,715 ล้านบาท  ไม้ยูคาลิปตัส(สับ)1,518,465 ตัน มูลค่า10,488  ล้านบาท  ขณะที่สินค้านำเข้าประกอบด้วย 
เมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง 6.1 ล้านตัน  มูลค่า107,689  ล้านบาท ข้าวสาลี 1.3 ล้านตัน มูลค่า 22,531 ล้านบาท ข้าวบาร์เลย์เพื่อผลิตอาหารสัตว์ 6.5 แสนตัน มูลค่า 5,042  ล้านบาท
สำหรับการปฏิบัติตามพรบ.ปุ๋ย พบว่า มีการแจ้งขอนำเข้าสูตร 46-0-0 จำนวน 1,895,942 ตัน มูลค่า 24,325 ล้านบาท สูตร18-46-0 จำนวน 428,259 ตัน มูลค่า8,012 ล้านบาท สูตร 0-0-60 จำนวน 732,485 ตัน มูลค่า 7,910 ล้านบาทส่งออกปุ๋ยสูตร 21-0-0 จำนวน 1.08 แสนตัน มูลค่า 684 ล้านบาท สูตร30-9-9 จำนวน945 ตัน มูลค่า 18 ล้านบาท สูตร 18-18-18 จำนวน630 ตัน มูลค่า 12 ล้านบาท 
นอกจากนั้นการปฏิบัติตามพรบ.วัตถุอันตรายพบว่ามีการนำเข้าสารป้องกันกำจัดโรคพืช จำนวน 3,697 ตัน มูลค่า2,965  ล้านบาท  สารกำจัดแมลง 3,032 ตัน มูลค่า 1,047 ล้านบาท สารกำจัดวัชพืช จำนวน 3,601 ตัน มูลค่า729 ล้านบาท และมีการส่งออกสารกำจัดโรคพืช จำนวน 2,051  ตัน มูลค่า1,046 ล้านบาท สารชนิดอื่น 2,463  ตัน มูลค่า 165 ล้านบาท สารกำจัดวัชพืช 77 ตัน มูลค่า41 ล้านบาท   สำหรับการปฏิบัติตามพรบ.กักพืชการนำเข้าและส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชควบคุมมีปีละ 2-3 ชิปเมนท์