"ไฟป่า" กาฬสินธุ์ ปะทุโหมไหม้ภูสิงห์รอบที่ 3 เผาวอดอีก 200 ไร่

"ไฟป่า" กาฬสินธุ์ ปะทุโหมไหม้ภูสิงห์รอบที่ 3 เผาวอดเพิ่มอีก 200 ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดแต่ยังคุมไม่อยู่ รวมความเสียหายล่าสุดประมาณ 700 ไร่

สถานการณ์ "ไฟป่า" ที่ไหม้ขึ้นที่บริเวณด้านหลังวัดป่าพุทธาวาส บนเขาภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกิดการปะทุรอบที่ 3 โดยได้เกิดเปลวเพลงลุกไหม้และลุกลามกินพื้นที่เข้ามาใกล้เขตวัดเข้ามาทุกขณะ สันนิษฐานเนื่องจากความร้อนจากตอไม้ที่ไฟเผาไหม้เมื่อวันก่อน ถูกลมแรงพัดจึงเกิดสะเก็ดไฟลุกไหม้ขึ้นอีก เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดสุดความสามารถ แต่ยังควบคุมไม่อยู่ คาดหากมีฝนตกลงมาคงบรรเทาความเสียหายและควบคุมเปลวเพลิงไว้ได้

 

 

จากกรณีเกิดเหตุไฟป่าโหมไหม้ภูสิงห์ ด้านหลังวัดพุทธาวาสภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดสกัดเปลวเพลิงและทำแนวกันไฟ โดยใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเปลวเพลิงไว้ได้ สำรวจเบื้องต้นได้รับความเสียหายกว่า 500 ไร่ ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าว ได้รับแจ้งจากพระครูสิริพัฒน์นิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาสภูสิงห์ ว่าเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ได้เกิดกลุ่มควันขึ้นที่บริเวณด้านหลังวัด เชิงเขาภูสิงห์ ซึ่งเป็นจุดที่เคยถูกไฟป่าเผาผลาญและเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมเปลวเพลิงไว้ได้ตั้งแต่เมื่อคืนของวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา แต่กลับเกิดการปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่เมื่อวานนี้มีบางจุดได้เกิดการปะทุขึ้นอีก และเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำรถดับเพลิงฉีดสกัด จนสามารถควบคุมเปลวเพลิงไว้ได้ ก่อนที่จะเกิดการปะทุและลุกไหม้ขึ้นอีกครั้งในช่วงนี้

 

"ไฟป่า" กาฬสินธุ์ ปะทุโหมไหม้ภูสิงห์รอบที่ 3 เผาวอดอีก 200 ไร่

 

 

ด้านพระครูสิริพัฒน์นิเทศ กล่าวว่า เมื่อเห็นกลุ่มควันที่เกิดจากไฟไหม้ป่าดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมตตาธรรมและเจ้าหน้าที่ฝ่ายดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ที่เฝ้าระวังเหตุอยู่แล้ว ได้เข้าทำการฉีดน้ำเพื่อสกัดเปลวไฟ แต่การปฏิบัติการก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากความลาดชันของเชิงเขา รถดับเพลิงเข้าไปไม่ถึงจุดที่เกิดไฟไม้ เจ้าหน้าที่ทำได้แค่ฉีดน้ำสกัดพื้นที่ป่าใกล้เคียง และทำแนวกันไฟ

 

ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดการปะทุ คาดว่าเกิดจากตอไม้ที่เคยถูกไฟเผาเมื่อ 1-2 วัน ก่อน ซึ่งเป็นในลักษะไฟสุมขอน พอถูกกระลมบนภูเขาพัดประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง จึงเกิดสะเก็ดไฟกระเด็นไปถูกหญ้าแห้งและใบไม้แห้ง และเกิดการลูกไหม้ดังกล่าว

 

เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้เริ่มเย็นตัวลง โดยมีกลุ่มเมฆฝนเคลื่อนตัวเข้ามาในพื้นที่ โดยทราบว่าพื้นที่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ฝั่ง อ.ยางตลาด และ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เริ่มที่จะมีฝนตกลงมาแล้ว คาดว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หากลมไม่เปลี่ยนทิศ ก็คงจะพัดเมฆฝนมาตกบริเวณ อ.สหัสขันธ์ และเขาภูสิงห์ และช่วยดับไฟบนเขาภูสิงห์ ที่ กำลังลามไหม้เข้ามาใกล้เขตวัดมากขึ้นทุกขณะ

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนพื้นที่ป่าหลังเชิงภูสิงห์ที่ถูกไฟป่าโหมไหม้รอบ 3 หรือในช่วงบ่ายของวันนี้ คาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 200 ไร่ จากเดิมที่เคยเสียหาย 500 ไร่ รวมเป็นเสียหายประมาณ 700 ไร่

 

"ไฟป่า" กาฬสินธุ์ ปะทุโหมไหม้ภูสิงห์รอบที่ 3 เผาวอดอีก 200 ไร่

 

"ไฟป่า" กาฬสินธุ์ ปะทุโหมไหม้ภูสิงห์รอบที่ 3 เผาวอดอีก 200 ไร่

 

ภาพ/ข่าวโดย จักรพงษ์ ระวิวรรณ จ.กาฬสินธุ์