วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

บิ๊กโจ๊ก สั่งคัดแยก 56 เหยื่อค้ามนุษย์ หลังช่วยจากเมืองสีหนุวิวล์ กัมพูชา

บิ๊กโจ๊ก สั่งคัดแยก 56 เหยื่อค้ามนุษย์ หลังช่วยจากเมืองสีหนุวิวล์ กัมพูชา

บิ๊กโจ๊กสั่งคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ 56 ราย หลังช่วยจากเมืองสีหนุวิวล์กัมพูชา พบ 37 ราย หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และผู้ที่ไม่ใช่เหยื่อ 12 คน ถูกดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมวังน้ำเย็นการ์เด้นท์ ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พร้อมด้วย นายตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ร่วมต้อนรับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรอง ผอ.ศพดส.ตร.และคณะ ลงพื้นที่ร่วมตรวจการคัดแยกค้ามนุษย์และเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา ภายหลังเจ้าหน้าที่กัมพูชาบุกเข้าช่วยเหลือกลุ่มคนไทย 32 คน ที่ส่งคลิปขอความช่วยเหลือผ่านสื่อและอื่น ๆ และที่ขอความช่วยเหลือผ่านสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ รวมทั้งหมด 56 คน หลังจากถูกนายทุนจีนขายต่อไปยังเมืองสีหนุวิวล์ ถูกกักขัง อดข้าว อดน้ำ หลายวัน พร้อมประสานส่งตัวกลับมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เดินทางมารับตัวคนไทยกลุ่มนี้ด้วยตนเอง ก่อนนำมากักตัวตามมาตรการสาธารณสุขที่โรงแรมวังน้ำเย็นการ์เด้นฯ จนครบ 7 วัน

โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการก่อนหน้านี้ว่า กระบวนการรับตัวคนไทยหลังกลับมาจากประเทศกัมพูชาแล้ว จะมีการดำเนินการอยู่ 2 ส่วน คือการรับตัวคนไทยที่ถูกหลอกไปทำออนไลน์จริง ๆ กับ คนไทยที่สมัครใจลักลอบข้ามแดนไปทำงานฝั่งกัมพูชา ซึ่ง ศพดส.ตร.ได้ปรับแผนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะแยกดำเนินการให้ชัดเจน เฉพาะคนไทยที่สมัครใจไปทำงานในฝั่งกัมพูชา เพื่อหลอกลวงคนไทยในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยกัน นอกจากจะดำเนินคดีในการลักลอบข้ามแดนแล้ว จะเพิ่มกฎหมายในเรื่องของอาชญากรข้ามชาติเข้ามาเพิ่มเติมอีก เพื่อเป็นการเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น หลังมีการคัดแยกกลุ่มคนไทยทั้งหมดว่า เป็นเหยื่อค้ามนุษย์หรือไม่ หากไม่ใช่จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการลักลอบออกไปอีกและเมื่อไปแล้วไม่ได้ค่าจ้างหรือเงินอื่นๆ ตามข้อตกลง ก็จะร้องเรียนขอให้เจ้าหน้าที่มีการช่วยเหลือกลับประเทศไทยอีก

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศทั่วโลกเกี่ยวข้องกับขบวนการการค้ามนุษย์ทั้งสิ้น แต่อาจจะเป็นรูปแบบทางผ่าน ต้นทาง ปลายทาง แต่ประเทศไทยอยู่ใน 3 สถานะ เพราะงั้นรูปแบบการค้ามนุษย์ที่พบและมีปัญหามากที่สุดคือ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีพื้นที่ติดต่อกันระหว่าง จ.สระแก้ว กับรอยต่อ ปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยสิ่งสำคัญคือคนไทยทั้งถูกหลอกหลวง ถูกบังคับไปค้ามนุษย์ ไปบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส ไปแสวงหาประโยชน์ในประเทศกัมพูชา อีกส่วนหนึ่งไปสมัครใจทำคอลเซ็นเตอร์เพื่อมาหลอกคนไทย ฉะนั้นจะมีอยู่ 2 ส่วนคือ สมัครใจ กับ ถูกบังคับ ซึ่งคนไทยที่สามารถช่วยกลับมาได้แล้วมี 600 กว่าคน จะแยกทำ 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์จะช่วยเหลือ แต่ส่วนที่ไม่ใช่เหยื่อได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เครือข่ายการใช้โทรศัพท์ถ้าพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีทั้งหมด ตั้งแต่ฐานความผิด มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนในกรณีหลอกหลวงคนไทย ซึ่งรูปแบบมีทั้งหลอกโอนเงิน หลอกลงทุน ซึ่งมีคนไทยถูกหลอกหลวงจำนวนมาก และคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีคนจีนที่ใช้ชื่อคนไทย เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีคนไทยไปทำและมาหลอกกันเอง ไม่มีใครมาหลอกคนไทยได้ การจะหลอกคนในประเทศไหน ต้องใช้คนในประเทศนั้น เพราะพูดภาษาเดียวกันได้

"ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงาน ยังพบว่า มีคนไทยอยู่ในประเทศกัมพูชาอีกประมาณ 3,000 กว่าคน กว่า 90% เข้าไปอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาได้หารือกันแล้ว และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางไปกัมพูชาในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือทำการผลักดันคนไทยเหล่านี้กลับมาประเทศไทยทั้งหมด และจะทำการคัดแยกส่วนไหนเป็นเหยื่อที่ถูกบังคับต้องช่วยเหลือ ส่วนไหนเป็นคนที่ออกหมายจับไว้ ต้องจับกุมดำเนินคดีในส่วนของความผิด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ในกลุ่มคนไทย 56 คนนี้ ซึ่งการคัดแยกในเบื้องต้น พบว่า มีผู้ที่ไม่ใช่เหยื่อจำนวน 12 คน ซึ่งก็จะต้องถูกดำเนินคดีฐานความผิดมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติและฉ้อโกงประชาชน และ มีผู้กระทำผิด ฐานหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 37 ราย จะต้องถูกปรับชำระตาม พรบ.ตรวจคนเข้าเมืองอัตราสูงสุด