กยท.ขับเคลื่อน Mobile Application ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มศักยภาพยาง

กยท.ขับเคลื่อน Mobile Application ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มศักยภาพยาง

กยท.ขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี ดิจิทัลเต็มรูปแบบ จับมือบริษัทเอกชน 2 รายใหญ่ จัดทำ  Mobile Application ให้สื่อสารทุกเรื่องเกี่ยวกับยางไปสู่เกษตรกรชาวสวนยาง  พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น RUBBER WAY  ประเมินความเสี่ยงเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการยางให้ตรงกับความต้องการของตลาด

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า  กยท. ร่วมกับ  บริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด  ได้ดำเนิน “โครงการความร่วมมือจัดทำเครื่องมือเพื่อการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ให้กับสมาชิกผ่านรูปแบบ Mobile Application”  เพื่อให้สมาชิกเกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงการบริการจาก กยท. ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ การแจ้งเตือนที่สำคัญ การรับเรื่องร้องเรียน การแจ้งปัญหา การสำรวจความคิดเห็นจากเกษตรกร การเผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ รวมไปถึงการสนับสนุนสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐและความร่วมมือเอกชนที่เข้าร่วม  ได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น 

 ทั้งนี้ ในปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการบริการต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้พัฒนา รูปแบบการสื่อสารผ่านมาทางSmart Phone Application หรือ Platform  ต่างๆ มากขึ้นเนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ดังนั้น กยท.จึงได้ร่วมกับบริษัทเอกชนดังกล่าวพัฒนา  Mobile Application ที่ใช้บน Smart Device ภายใต้การให้บริการของ กยท. มาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนทั่วไป

 นอกจากนี้ กยท. ยังได้ดำเนินโครงการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของยางธรรมชาติในประเทศไทย (RUB BER WAY) ร่วมกับ บริษัท  RUBBER WAY PTE จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตล้อยางรายใหญ่ของโลกคือ กลุ่มมิชลิน และกลุ่มคอนติเนนเทิล ให้การสนับสนุน  โดยใช้แอพพลิเคชั่น RUBBER WAY เป็นเครื่องมือในการสำรวจข้อมูล เพื่อนำมาจัดทำแผนที่ประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของ Supply Chain  ตลอดจนการวิเคราะห์ผลประเมินความเสี่ยง พร้อมเสนอแนวทางในการแก้ไขและจัดการความเสี่ยงที่ตรวจพบ เพื่อให้มีแนวทางในการพัฒนายางพาราสู่ความยั่งยืนตามความต้องการของผู้ใช้ยางหลักของโลก รวมไปถึงการสร้างโอกาสในการจำหน่ายยางตรงสู่ผู้ผลิตยางล้อในราคาพิเศษ  และสร้างโอกาสประชาสัมพันธ์สวนยางยั่งยืนของไทยในเวทีโลก

ผู้ว่าการ กยท.กล่าวว่า  การประเมินความเสี่ยงผ่าน  แอพพลิเคชั่น RUBBER WAY ดังกล่าว จะดำเนินประเมิน 4 ด้านด้วยกันประกอบด้วย  1.การให้ความเคารพต่อบุคคล ในเรื่องของการจ้างงาน ค่าจ้าง แรงงาน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย รวมถึงระบบการร้องเรียน  2.การดูแลสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและการรักษาป่า และการครอบครองที่ดิน  3.การอบรมด้านการเกษตร และ4.ความโปร่งใสในการค้า  

 ทั้งนี้ในการดำเนินโครงการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของยางธรรมชาติดังกล่าว กยท. จะให้การสนับสนุนบุคลากรในการลงสำรวจข้อมูลจากเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยในปี 2565  มีแผนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่พนักงาน กยท.ทั้ง 7 เขต จำนวน 700 คน  เพื่อดำเนินการสำรวจข้อมูลของเกษตรกรชาวสวนยางโดยตั้งเป้าทั้งโครงการจำนวน 155,348 ราย   แบ่งเป็นในปีงบประมาณ 2565 จำนวน 46,604 ราย  หรือ ร้อยละ 30 ของกลุ่มเป้าหมาย และที่เหลืออีก 108,744 ราย หรือร้อยละ 70 จะดำเนินการสำรวจในปีงบประมาณ 2566

 "แอปพลิเคชัน  RUBBERWAY  จะเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการช่วยบริหารความเสี่ยงในเรื่องของห่วงโซ่ อุปทานหรือปริมาณการผลิตยาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยาง ในการผลิตยางพาราที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้ซื้อ และช่วยพัฒนาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   ในขณะเดียวกันผู้ใช้ยางสามารถบริหารจัดการผลผลิต และตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ยาง" ผู้ว่าการ กยท.กล่าวในตอนท้าย