"โรงเรียนวรรณวิทย์" สุดยื้อ ในวันที่สิ้นเสียงระฆัง ปิดฉาก 75 ปี โดยเฟซบุ๊ก ศิษย์เก่าโรงเรียนวรรณวิทย์ ได้ประชาสัมพันธ์งาน สิ้นเสียงระฆังวรรณวิทย์ ในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 นี้
เฟซบุ๊ก ศิษย์เก่าโรงเรียนวรรณวิทย์ ได้ประชาสัมพันธ์งาน สิ้นเสียงระฆังวรรณวิทย์ ในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงเรียนวรรณวิทย์ สุขุมวิทซอย 8 ซึ่งได้เรียนเชิญศิษย์วรรณวิทย์ และเพื่อนศิษย์ทุกท่าน นอกจากนี้ยังได้ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ไม่อยากให้ถึงวันนี้ แต่ทุกสิ่งย่อมมีวันสิ้นสุด คุณครูและพวกเราทุกคน ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีแต่สิ่งดีๆ ให้น่าจดจำ
มีรายงานถึงสาเหตุของการปิดตัวลงของ "โรงเรียนวรรณวิทย์" เนื่องจากเกิดสภาวะขาดทุนมาตลอดในช่วงหลัง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้จำนวนนักเรียนลดลงเรื่อยๆ ผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีฐานะ ก็ได้รับผลกระทบและมีการค้างจ่ายค่าเล่าเรียน
สำหรับ "โรงเรียนวรรณวิทย์" ก็มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก อาทิ ดาวใจ ไพจิตร นักร้องรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน , ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง นักแสดงและพิธีกร รวมถึง เปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์ นักแสดงในอดีตด้วย
ปัจจุบัน "โรงเรียนวรรณวิทย์" ก่อตั้งมาแล้วได้ 75 ปี มีการเปิดรับนักเรียนเข้าศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โดยรับทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง และมีผู้อำนวยการและผู้จัดโรงเรียนคือ หม่อมราชวงศ์รุจีสมร สุขสวัสดิ์ มีบุคลากรครูทั้งหมด 43 คน ส่วนใหญ่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน ทางโรงเรียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ การใช้เสียงระฆังเป็นสัญลักษณ์ในการส่งสัญญาณเปลี่ยนคาบเรียน
ประวัติ "โรงเรียนวรรณวิทย์"
โรงเรียนวรรณวิทย์ ก่อตั้งโดยหม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ที่เรือนไม้ชั้นเดียวในซอยสุขุมวิท 4 ถนนสุขุมวิท หรือ ซอยสมาหาร โรงเรียนวรรณวิทย์ ในระยะแรกเริ่มก่อตั้งมีนักเรียนเพียง 7 คนเท่านั้น
หม่อมผิว เป็นครูใหญ่เอง สั่งสอนอบรมนักเรียนเองด้วย โดยมีความมุ่งมั่นที่จะให้เป็นสถานศึกษา ที่ให้ทั้งวิชาความรู้ รวมทั้งอบรมสั่งสอนศิลธรรม จรรยา ขนบประเพณี และพลศึกษาไปด้วย ในระยะแรกเริ่มก่อตั้งมีนักเรียนเพียง 7 คน โดยหม่อมผิว เป็นครูใหญ่และทำการสอนด้วยตนเอง โดยไม่เก็บเงินบำรุงการศึกษาในการรับเข้าเรียนและอนุญาตให้ค้างค่าเล่าเรียนโรงเรียนได้ โรงเรียนวรรณวิทย์ขยายกิจการขึ้นเรื่อย ๆ มีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี และได้เพิ่มชั้นเรียนขึ้นจนถึงชั้นมัธยมสามัญตอนกลาง (ม.3 ในปัจจุบัน) ใน พ.ศ. 2496
ต่อมาหม่อมผิว มีอายุมากขึ้น จึงให้ธิดาคนเล็กคือ หม่อมราชวงศ์รุจีสมร สุขสวัสดิ์ เป็นผู้จัดการ และครูใหญ่แทน โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2497
และในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2497 นี้กระทรวงศึกษาธิการได้รับรองวิทยฐานะโรงเรียนวรรณวิทย์เทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล และในปีนี้โรงเรียนได้ซื้อที่ดินด้านหน้า ซอยสุขุมวิท 8 (ซอย ปรีดา) จึงเปลี่ยนทางเข้าออกและเลขที่มาเป็นด้านซอยสุขุมวิท 8 ส่วนประตูทางเข้าเดิมด้านซอยสมาหารเปลี่ยนเป็นประตูหลัง และได้ขยายอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก จากอาคารเรือนไม้ชั้นเดียวมาเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น รูปตัวแอล
พ.ศ. 2505 ได้ก่อสร้างอาคาร 3 ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นโรงอาหาร ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 ใช้เป็นห้องเรียนสำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3
พ.ศ. 2508 ได้สร้างอาคารใต้ถุนสูงขึ้นอีก 1 หลังด้านหน้าโรงเรียน ชั้นล่างเปิดโล่งตลอดเป็นลานอเนกประสงค์ ชั้นบนเป็นห้องเรียน
ปัจจุบัน โรงเรียนมีพื้นที่ขนาด 3 ไร่ อาคารเรียนเป็นอาคารไม้สองชั้น มีนักเรียนประมาณ 500 คน ทางโรงเรียนคิดค่าเทอมในราคาที่ถูกมาก เนื่องจากนักเรียนส่วนมากเป็นบุตรหลานของผู้ที่มีรายได้น้อยในละแวกนี้
แม้จะมีผู้ขอซื้อที่ดินไปสร้างเป็นโรงแรมและคอนโดมิเนียมโดยให้ราคาสูงถึงพันล้านบาท แต่ทางหม่อมราชวงศ์รุจีสมรซึ่งเป็นผู้บริหารยืนยันที่จะไม่ขาย ด้วยต้องการจะให้เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่เด็กๆต่อไป
อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย , เฟซบุ๊ก ศิษย์เก่าโรงเรียนวรรณวิทย์





