"โอมิครอน" ถึงจุดพีค เตรียมบอกลาโควิด-19 ในไทย ทำไมถึงจบไวเกินคาด

"โอมิครอน" ถึงจุดพีค เตรียมบอกลาโควิด-19 ในไทย ทำไมถึงจบไวเกินคาด

ดร.สันต์ ใจยอดศิลป์ พูดถึงประเด็นโควิด-19 "โอมิครอน" เผย โอมิครอน ถึงจุดพีคและกำลังเข้าสู่ขาลง และอาจจบเร็วเกินความคาดหมาย ไม่เข้าใจประเทศจีนใช้นโยบายโควิด 0% อย่างเข้มงวด

(19 มกราคม 2565) ดร.สันต์ ใจยอดศิลป์ พูดถึงประเด็นโควิด-19 "โอมิครอน" ผ่านเว็บไซต์ drsant.com เผย โอมิครอน ถึงจุดพีคและกำลังเข้าสู่ขาลง และอาจจบเร็วเกินความคาดหมาย

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

- "ฉีดวัคซีนเข็ม 3" แอสตร้า ไฟเซอร์ สูตรไขว้ ตัวเลขภูมิต้านโอมิครอน ครบทุกสูตร

- เจาะ 6 สูตรฉีดกระตุ้นแอสตร้า "ไฟเซอร์เข็ม 3" ต้านเดลตา-โอมิครอนได้แค่ไหน

 

"โอมิครอน" ขึ้นหัวหาดเมืองไทยตั้งแต่ 26 พย.2564 ค่อยสะสมกำลังจนเพิ่มจำนวนได้เท่าตัว (doubling time) ใน 4 วันตั้งแต่ 7 มค.2565 ซึ่งผมคาดหมายตามอัตราการเพิ่มในอังกฤษและแอฟริกาใต้ว่าเมื่อถึงวันนี้ (18 มค.2565) โอมิครอน จะเพิ่มได้วันละ 1 เท่าตัวจนเข้าแทนที่เดลตาและระบาดไปทั่วประเทศได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น นั่นคือข้อสันนิษฐานหรือการเดา

 

ส่วนข้อเท็จจริงละเป็นอย่างไร ณ วันนี้ในด้านอัตราการเข้าแทนที่เดลตารวดนั้นเร็วสมคาดจริง คือหลายวันก่อนหน้านี้ศูนย์แล็บที่จุฬาฯ เปิดเผยว่าผลตรวจเชื้อเป็น โอมิครอน มากกว่า 90% แล้ว และเมื่อวานนี้ศูนย์จีโนมทางการแพทย์รามาธิบดีก็เปิดเผยว่าที่ตรวจได้ตอนนี้เป็น โอมิครอน 97.1% (69/71) เดลต้า 2.8% (2/71)

 

ดังนั้น ค่อนข้างแน่ว่าใน กทม.โอมิครอนได้เข้าแทนที่เดลตาเกือบหมดแล้ว ในต่างจังหวัดนั้นสถานะการณ์แตกต่างกันไปตามพื้นที่ เมื่อ 2 วันก่อนผมเจอหน้า ผอ.ศูนย์แล็บที่มวกเหล็ก ท่านบอกว่าตอนนี้โอมิครอนเข้าแทนที่เดลตาได้มากกว่า 50% แล้ว ทั้งๆที่โอมิครอนเพิ่งมาที่นี่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง

 

ภาพใหญ่คือ โอมิครอนเข้าแทนที่เดลตาได้เกือบหมดแล้วใน กทม. ส่วนทั่วประเทศนั้นคงจะแทนที่ได้หมดตามมาในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามความคาดหมาย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาฯ (นพ.ยง) ได้แสดงความเร็วของการที่โอมิครอนเข้าแทนที่เดลตาไว้เป็นกราฟที่เข้าใจง่าย ซึ่งผมขออนุญาตคัดลอกมาให้ชมตรงนี้

 

"โอมิครอน" ถึงจุดพีค เตรียมบอกลาโควิด-19 ในไทย ทำไมถึงจบไวเกินคาด

 

 

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ อัตราการป่วย การเข้าโรงพยาบาล และอัตราตายต่อวันที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจนถึงต้องตระเตรียมรับมือกันขึงขังนั้น เอาเข้าจริงๆอัตราป่วยเข้า รพ. และตายกลับมีอัตราคงที่ (plateau) มาหลายวันและเริ่มลดจำนวนลงในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่โอมิครอนได้เข้าแทนที่เดลตาได้เกือบหมดแล้ว โดยผมแสดงข้อมูลของ สธ. เป็นกราฟให้ดูข้างล่างนี้ 

 

"โอมิครอน" ถึงจุดพีค เตรียมบอกลาโควิด-19 ในไทย ทำไมถึงจบไวเกินคาด

 

แปลไทยให้เป็นไทยจาก 2 กราฟนี้ก็คือว่า เรื่องโควิดโอมิครอนได้มาถึง peak และเข้าสู่ขาลงแล้วแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวเลย เป็นอะไรที่พลิกความคาดหมาย แต่ก็พลิกไปในทางที่ดี

 

ทำไมโอมิครอนไทยแลนด์ถึงได้น่ารักกว่าที่ยุโรป อเมริกา และแอฟริกาใต้ ตอบว่าไม่มีใครรู้ ได้แต่เดาเอาแบบมั้งศาสตร์ เช่น เป็นเพราะคนไทยได้วัคซีนซิโนแวคมาก่อน..มั้ง , เป็นเพราะอากาศเมืองไทยมันร้อน..มั้ง , เป็นเพราะระบบควบคุมโรคของไทยเจ๋งกว่าฝรั่ง..มั้ง , เป็นเพราะคนไทยมีนิสัยว่าง่ายใส่มาสก์กันหมด..มั้ง ฯลฯ

 

เหตุผลแท้จริงเป็นอย่างไรไปภายหน้าคงจะมีหลักฐานวิทยาศาสตร์โผล่มาให้เห็นเอง ตอนนี้เอาเป็นว่าโอมิครอนไทยแลนด์กำลังจะจบแล้ว การเดินทางท่องเที่ยวทำมาค้าขายในประเทศนั้นเดิมก็ทำกันได้อยู่แล้วและสามารถทำต่อไปได้แบบฉลุย แต่ว่าอย่าเพิ่งใจร้อนรีบเอาการ์ดลง หมายความว่าอยู่ห่าง ใส่หน้ากาก ล้างมือไว้ก่อนไม่เสียหลายส่วน การเดินทางและค้าขายระดับนานาชาตินั้นเราต้องรอดูเชิงของโลกทั้งใบเขาไปก่อนว่าเขาจะเอาอย่างไรกันแน่

 

ประเทศอย่างอังกฤษ อเมริกานั้นไม่มีปัญหาคือเขาผ่านพีคการติดเชื้อแบบเขย่าประเทศไปแล้ว จบแล้วเขาต้องรีบเปิดอ้าซ่าแน่นอน แต่ประเทศอย่างจีนผมเองก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกันว่าเขาจะเอาอย่างไรกับอนาคตเพราะถึงวันนี้เขายังใช้นโยบายโควิด 0% อย่างเข้มงวดอยู่เลย ดังนั้น ใครจะเดินทางท่องเที่ยวหรือค้าขายกับกับประเทศไหนก็ต้องดูเชิงประเทศนั้นไปแบบเดือนต่อเดือน 

 

กู๊ดบาย..โอมิครอน กู๊ดบาย..โควิด (หวังว่า) ไม่ต้องพบกันอีกนะ

 

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

 

อ้างอิงจาก : drsant.com