"มะละกอ" ราคาแพง "ร้านส้มตำ" ปรับตัว ตัดเมนู "หมู" ออก

โควิดยุคของแพง "มะละกอ" ราคาแพง "ร้านส้มตำ" ปรับตัว ตัดเมนู "หมู" ออก

ร้านส้มตำ โอดได้รับผลกระทบ มะละกอ ราคาแพง พุ่งสูงถุงละ 280 บาท วัตถุดิบส้มตำราคาเริ่มสูงขึ้น แต่ยังคงราคาเดิมรักษาลูกค้า ส่วนเมนู หมู ตัดออกเพราะราคาแพง

ที่ร้านอู๋แซ่บเว่อร์ ร้านขายอาหารอีสานใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม นายเชาวลิต เหล่าสมบัติ พ่อค้าร้านส้มตำ เปิดเผยว่า ที่ร้านตนเองใช้มะละกอวันละ 20 กิโลกรัม จากการสินค้าที่ขึ้นราคามาตั้งแต่ช่วงปีใหม่

"มะละกอ" ราคาแพง "ร้านส้มตำ" ปรับตัว ตัดเมนู "หมู" ออก

ทำให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะที่ร้านของตนขายอาหารอีสานประเภทส้มตำ ที่มีส่วนประกอบหลักอย่างมะละกอ ที่ตอนนี้ราคาขยับพุ่งขึ้นไปถึง ถุงละ 280 บาท

อีกทั้งส่วนประกอบที่ใส่ในส้มตำก็เพิ่มขึ้นทุกอย่าง ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น แต่ทางร้านก็ยังไม่เพิ่มราคา เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ส่วนเมนูหมู บางเมนูต้องเลิกขาย เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว

 

โดยราคามะละกอดิบถุงละ 10 กิโลกรัม จากเคยซื้อถุงละ 150-160 บาท ตอนนี้ราคาถุงละ 280 บาท มะเขือเทศแพง จากเดิม 30 บาท ก็ปรับขึ้นเป็น 60 บาท วัตถุดิบทั้ง พริก ถั่วฝักยาว ส่วนประกอบทุกอย่างขึ้นราคาประมาณ 10-20 บาท ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ตอนนี้ยังคงราคาเดิม เพื่อไม่ให้กระทบฐานลูกค้า

โดยราคาส้มตำจะเริ่มต้นที่ 35 บาท โดยจะมีเมณูประเภท ตำไทย ตำลาว ตำซั่ว โดยจะลดมะเขือเทศใส่ลงไปในส้มตำเหลือเพียง 1-2 ลูกเท่านั้นตาม

"มะละกอ" ราคาแพง "ร้านส้มตำ" ปรับตัว ตัดเมนู "หมู" ออก

ซึ่งก่อนหน้านี้ หมูแพง ก็ได้หยุดขายเมนูหมูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเมนูหมูน้ำตก เมนูหมูกรอบ และต้มแซ่บกระดูกหมู ยังคงไว้แค่เมนูหมูทอดกระเทียม ซึ่งได้มีการปรับราคาจากจานละ 79 บาท เป็น 99 บาท พร้อมกับมีการตกแต่งจานให้ดูน่าทานสมราคา ซึ่งลูกค้าที่มาก็เข้าใจ

"มะละกอ" ราคาแพง "ร้านส้มตำ" ปรับตัว ตัดเมนู "หมู" ออก

ทั้งนี้ ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนว่าราคาวัตถุดิบจะมีการปรับราคาอีกหรือไม่ หากราคายังพุ่งสูงขึ้นก็อาจจะต้องลดปริมาณลง แต่ก็ต้องมีการติดป้ายแจ้งลูกค้าก่อน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา หากปรับราคาขึ้นก็กลัวว่าลูกค้าจะหาย