ผวา "โอมิครอน" ศรีสะเกษ สั่งปิดหมู่บ้าน-ตลาด-โรงเรียนดัง ศกว.-สสก.

จังหวัดศรีสะเกษ ผวาโควิด-19 สายพันธุ์ "โอมิครอน" สั่งปิดหมู่บ้าน พิษคลัสเตอร์สนามซ้อมไก่ แพร่สู่สนามกีฬา และงานสังสรรค์ปีใหม่หมู่บ้าน ขณะที่ตลาดสดเทศบาลกำแพงสั่งปิดตลาด 2 วัน และปิดโรงเรียนดัง ศกว.-สสก.

วันที่ 7 มกราคม 2565 ที่ หมู่บ้านขมิ้น หมู่ที่ 3 ตำบลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ทีมงานผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน กำลังตระเวนมอบข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ ที่ได้รับมาจากเปิดรับบริจาคจากชาวบ้าน จากผู้มีน้ำใจ นำมาจัดเป็นชุดเพื่อมอบแก่ทุกครอบครัว ถึงบ้านเรือนทุกหลังคาเรือน

 ภายหลังจากที่คณะกรรมการหมู่บ้าน มีมติสั่งปิดหมู่บ้าน ห้ามคนในออก คนนอกห้ามเข้า อันเนื่องมาจากพบการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ เชื้อได้เริ่มจากวงซ้อมไก่ชนภายในหมู่บ้าน ตรวจหาเชื้อมีผู้ติดเชื้อโอไมครอน 4 คน แต่ช่วงแรกไม่ทราบ เพราะเชื้อไม่แสดงอาการ 

ทุกคนได้มารวมตัวกันจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างชาวบ้านในหมู่บ้าน กับลูกหลานที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ที่เดินทางไปทำงาน ในช่วงปีใหม่ก็ได้เดินทางกลับมาบ้านเกิด 

ผวา "โอมิครอน" ศรีสะเกษ สั่งปิดหมู่บ้าน-ตลาด-โรงเรียนดัง ศกว.-สสก.

 

จากนั้นในช่วงเย็นก็ได้รับประทานอาหารร่วมกัน จับสลากแลกเปลี่ยนของขวัญ เคาดาวน์กันในวันส่งท้ายปีเก่า ตอนรับปีใหม่ และเมื่อเด็กๆ คนหนุ่มสาว เดินทางกลับไป จึงทราบว่ามีการติดเชื้อโรคโควิด-19 คนที่สัมผัสเสี่ยงสูงได้เดินทางไปตรวจ 8 คน ก็พบเชื้อทั้ง 8 คน ตอนนี้ชาวบ้าน 65 ครัวเรือน จำนวน 277 คน ต้องเข้าตรวจหาเชื้อทั้งหมด รอผลอีก 3 วัน แต่เพื่อความปลอดภัย คณะกรรมการหมู่บ้าน จึงมีมติปิดหมู่บ้าน เพราะเชื้อที่พบคือ โอไมครอน

นางศศิวรรณ พุทธชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านขมิ้น เล่าว่า วันนี้ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 12 หมู่บ้าน ในตำบลแขม ได้ร่วมกันรับบริจาคสิ่งของ เพื่อนำมามอบให้กับชาวบ้านขมิ้น ที่ทำการกักตัวอยู่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านมติสั่งปิดหมู่บ้าน หลังพบเชื้อโรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก และพบว่าเป็นสายพันธุ์โอไมครอน ด้วย ซึ่งวันนี้ทีม อสม.ได้ออกตรวจพื้นที่ ภายในหมู่บ้านขมิ้น หมู่ที่ 3 สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ที่มีการติดมาจากวงซ้อมไก่ชน และกลุ่มเสี่ยง จากน้องๆ ลูกหลานของหมู่บ้านขมิ้น ที่เดินทางมาในช่วงปีใหม่

ผวา "โอมิครอน" ศรีสะเกษ สั่งปิดหมู่บ้าน-ตลาด-โรงเรียนดัง ศกว.-สสก.

ตอนนี้ยืนยันการติดเชื้อแล้ว 4 คน และตอนนี้ไปตรวจเพิ่ม 8 คน จากนั้นก็ได้นำชาวบ้านทั้งหมดที่สัมผัสเสี่ยงสูงทุกคน 100 กว่าคน ไปตรวจ PPA แล้ว ต้องรอผลที่จะออกในอีก 3 วัน โดยจากกิจกรรมในช่วงปีใหม่ จากวงซ้อมไก่ชน จากนั้นก็มาเล่นกีฬากลางแจ้งกัน ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม 2564 จับสลากของรางวัลแลกกัน ทานข้าวร่วมกัน และตื่นเช้ามาร่วมทำบุญตักบาตรกันในหมู่บ้านทุกคน ตอนนี้ก็เลยสั่งปิดหมู่บ้าน โดยห้ามคนในออก คนนอกห้ามเข้าโดยเด็ดขาดเพื่อสกัดวงการแพร่ระบาดของเชื้อ ปิดกั้นถนนเข้าหมู่บ้านทุกเส้นทาง โดยจะปิดหมู่บ้านไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2565 เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ขณะเดียวกัน ในส่วนเทศบาลตำบลกำแพง ผู้ดูแลรับผิดชอบตลาดสดเทศบาลตำบลกำแพง ในตัวอำเภออุทุมพรพิสัย ภายหลังจากตรวจพบว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 จากแม่ค้าดอกไม้ไหว้พระ จึงได้นำพ่อค้า แม่ค้าทุกคน เข้าทำการตรวจหาเชื้อ และออกคำสั่งปิดตลาดสดเทศบาลตำบลกำแพง 2 วัน คือวันที่ 7 มกราคม ถึง วันที่ 8 มกราคม 2565 

ผวา "โอมิครอน" ศรีสะเกษ สั่งปิดหมู่บ้าน-ตลาด-โรงเรียนดัง ศกว.-สสก.

โดย คำสั่งของนายสมพงษ์ จิริวิภากร นายกเทศมนตรีตำบลกำแพง ระบุว่า เรื่อง คำสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 2 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 เกิดสายพันธ์ใหม่เกิดขึ้นและมีการรายงานพบมีผู้ติดเชื้อเป็นผู้ประการกอบในตลาดสด 1 ราย ทำให้เกิดกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง และสัมผัสเสี่ยงต่ำ เทศบาลตำบลกำแพงร่วมกับโรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย ได้มีมาตรการควบคุมพื้นที่ การลงตรวจสารคัดหลั่งหาเชื้อเชิงรุก และปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อด้วยการสั่งปิดตลาดสดเทศบาลตำบลกำแพง และร้านค้ารอบตลาดสดถนนเทียบคุณ 1, ถนนเทียบคุณ 2 ตั้งวันที่ 7 – 8 มกราคม 2565 เป็นเวลา 2 วัน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของโรงเรียนดังประจำจังหวัดศรีสะเกษ ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย หรือ ศกว. และโรงเรียนสตรีสิริเกศ หรือ สสก. ที่มีนักเรียนจาก 22 อำเภอเข้ามาเรียนกว่า 6,000 คน ตอนนี้เพื่อความปลอดภัยในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ผู้อำนวยการของทั้ง 2 โรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัดได้มีคำสั่งปิดการเรียนตั้งแต่วันที่ 6 – 16 มกราคม 2565 แม้ว่าจะเพิ่งเปิดเรียนได้เพียง 2 วัน คือวันที่ 4-5 มกราคม 2564 ภายหลังปิดเทศกาลปีใหม่มา เพราะเป็นช่วงที่มีผู้ปกครองและญาติเดินทางมาจากต่างจังหวัดที่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อเด็กนักเรียน