วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

"สรรเสริญ" เผยส่ง "ร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อ" ให้ "ครม." แล้ว รอพิจารณา

"สรรเสริญ" เผยส่ง "ร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อ" ให้ "ครม." แล้ว รอพิจารณา

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แจงทำร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อมวลชน รอบคอบ ยืนยันเนื้อหาเดิม ส่งให้ "ครม." พิจารณารอบที่สามแล้ว

         ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประะชุมวุฒิสภา ซึ่งพิจารณาความคืบหน้าในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งพิจารณา แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และ แผนปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และสังคม ทั้งนี้ ส.ว.ได้ท้วงติงต่อการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ในหลายประเด็น อาทิ การสร้างรัฐบาลดิจิทัล ที่พบว่ามีระยะเวลาของรัฐบาลเหลืออีก 1 ปีเศษ แต่การทำงานของหน่วยงานพบว่าไม่สามารถทำตามแผนได้ตามเป้าหมาย รวมถึงการทำงานของหน่วยงานรัฐที่ทำงานล่าช้า โดยเห็นได้จากการตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม แต่ที่ผ่านมา พบว่ามีการชี้แจงข่าวเท็จ ข่าวปลอมจำนวนน้อยมาก เช่น พบข่าวปลอม 100 เรื่อง แต่การชี้แจงพบมีเพียง 6 เรื่องเท่านั้น เป็นต้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ว. ตั้งคำถามต่อความคืบหน้าต่อการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)  ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน หลังจากทราบว่าได้เสนอร่างเนื้อหาให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วโดย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ชี้แจง ถึงร่าง พ.ร.บ. ว่า กรมประชาสัมพันธ์ ฐานะอนุกรรมการและฝ่ายเลขานุการจัดทำเนื้อหา ได้นำเสนอร่างพ.ร.บ. ให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรอบที่สาม หลังจากที่หน่วยงานได้พิจารณาอย่างรอบคอบ ในสาระสำคัญ ร่างกฎหมายดูแลสื่อไม่ให้มีใครรังแกสื่อมวลชน นอกจากนั้นส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบวิชาชีพได้รับการอบรมผ่านสภาวิชาชีพสื่อมวลชน 

         พล.ท.สรรเสริญ ชี้แจงด้วยว่าความพยายามยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ไม่สัมฤทธิผลเพราะมีความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เสนอกฎหมาย ที่กังวลว่าสื่อมวลชนควบคุมกันเองจะไม่สามารถทำได้ ขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน กังวลว่าหากมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมเป็นกรรมการจะขาดความเป็นอิสระ  อย่างไรก็ดีรัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าว ผ่านการตั้งอนุกรรมการฯ มีนายมานิจ สุขสมจิต สื่อมวลชนอาวุโส เป็นประธานอนุกรรมการฯ โดยรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายพื้นที่ และเสนอให้ ครม. พิจารณารอบที่หนึ่ง เมื่อวัน 18  ธ.ค.62  และมีมติเห็นชอบ จากนั้นให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่งร่างกฎหมายให้กรมประชาสัมพันธ์พิจารณาและจัดทำบทวิเคราะห์ผลกระทบด้านกฎหมาย แต่กรรมการกฤษฎีกาและ ครม. 23 มี.ค.63 และ 29 เม.ย.63 ขอให้นำเรื่องกลับมาเสนอ ครม. อีกครั้ง 

 

         “การเสนอเนื้อหาร่างกฎหมายต่อ ครม. ครั้งที่สอง 23 ก.ย. 63 โดย ครม. รับทราบด้วยความกังวล เพราะถูกสื่อมวลชนวิจารณ์การทำงาน หากไม่ดูรายละเอียดให้รอบคอบ อาจถูกมองว่าต้องการออกกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อ และอีกทางคือ หากปล่อยให้คุมกันเอง จะทำให้มองว่ารัฐบาลต้องการให้สื่อมวลชนเป็นพวก จากนั้นจึงนำเสนอให้คณะกรรมการประสานงานสภา พิจารณาก่อนส่งให้ ครม. พิจารณา 9 ก.พ.64  และมีข้อสังเกต ก่อนจะส่งให้กรมประชาสัมพันธ์พิจารณา เมื่อ 23 เม.ย.64 โดยหน่วยงานได้นำข้อเสนอแนะ หารือกับอนุกรรมการยกร่าง เห็นว่าผ่านมาหลายรอบ จึงยืนยันกลับไปว่า จะใช้ร่างกฎหมายฉบับเดิม แต่ไม่ติดใจหากสภาผู้แทนราษฎรจะแก้ไข” พล.ท.สรรเสริญ ชี้แจง

 

         พล.ท.สรรเสริญ ชี้แจงด้วยว่า กรมประสัมพันธ์ทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการ ครม. แล้ว เพื่อให้นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.รอบที่สาม โดยยืนยันว่าได้ทำอย่างละเอียดและรอบคอบแล้ว

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นในงานด้านสารสนเทศ นายประเสริฐ ปิ่มปฐมรัฐ ส.ว.อภิปรายถึงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ที่พบว่ามีการยกเลิกการทำสัญญาเพื่อทำโครงการมาแล้วหลายรอบ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าได้ทำทีโออาร์ฉบับใหม่ ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยตอบสนองอนาคตหรือไม่ ทั้งนี้เห็นว่าควรดำเนินการโดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยเชื่อมโยงและต่อยอดจากสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มหลักของประเทศ พร้อมใช้การบริหารจัดการแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม แทนการจัดตั้งศูนย์ทั่วประเทศเพื่อลดภาระของงบประมาณ 

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์