"ประยุทธ์" ย้ำ "ไม่ใช่เผด็จการ" แจงการทำงานมีขั้นตอน รับยังมีปัญหาอีกเยอะ

"ประยุทธ์" ย้ำ "ไม่ใช่เผด็จการ" แจงการทำงานมีขั้นตอน รับยังมีปัญหาอีกเยอะ

"พล.อ.ประยุทธ์" ปาฐกถาพิเศษ ‘จับมือ ร่วมใจ พาไทยรอด’  ส่งสัญญานเข้าร่วม CPTPP ยืนยัน ไม่ได้สั่งทหารปลูกผักชี-ใช้รถทหารขนส่งไม่ได้แข่งกับใคร แต่ถ้าเดือดร้อนขึ้นมา ไม่มีรถวิ่งก็ต้องแบกกระสอบเดิน 

          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  เป็นประธานในพิธีปิดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39 Connect the Dots DESIGN THE FUTURE รวมพลัง สร้างสรรค์ อนาคต และได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง ‘จับมือ รวมใจ พาไทยรอด’ ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  สิ่งสำคัญต้องแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยตนสั่งให้คณะทำงานเร่งแก้ปัญหา ทั้งแก้ปัญหารายบุคคล จนถึงผู้ประกอบการเพื่อให้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง  สำหรับสถานการณ์ในประเทศขณะนี้ดีขึ้น แต่อย่าประมาท จากบรรยากาศงานลอยกระทงตนรู้สึกดีใจ โดยรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ไม่อยากให้ปิด อย่างไรก็ดีตนขอให้ทุกฝ่ายช่วยรณรงรค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีน ให้ครบ 100ล้านโดส เมื่อประเทศไทยก็เริ่มมีการสร้างความเข้มแข็งในวีคซีนของตัวเอง และได้ส่งให้ WHO ตรวจสอบผ่านขั้นตอนแรกแล้ว ซึ่งถือเป็นการทยอยสร้างความเข้มแข็งในระบบสาธารณสุข ทั้งนี้หลายประเทศได้นำแนวทางของไทยไปศึกษาเป็นต้นแบบ  โดยประเทศไทย ได้ใช้งบประมาณ25%ของ GDP  ถือว่าสูงในระดับกลุ่มประเทศที่สองของอเปค รองจากชิลิ  

         พล.อ.ปะยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ในการแก้ปัญหาตนฐานะ รมว.กลาโหมต้องคำนึงถึงสถานการณ์ความมั่นคงของโลก ร่วมด้วย ไม่ใช่ประเทศไทยอย่างเดียว หากจะให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจ ต้องช่วยกันคิดว่าอะไรเกิดขึ้นในรอบบ้านเมือง รอบโลก รอบภูมิภาค เพื่อวิเคราะห์ ไม่ใช่มองแต่การแกัปัญหาของประเทศ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องรอบตัว ซึ่งตนมองว่าหากเป็นเช่นนั้นจะเดินหน้าได้ยาก ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนได้

 

           "กลุ่มต่างๆประเทศต่างๆที่ตั้งขึ้นมา มีพันธสัญญามากมาย ไม่สามารถคัดค้านได้เนื่องจากเป็นมติของส่วนใหญ่ เช่น CPTTP ผมยอมรับว่ามีข้อเสีย แต่ก็มีข้อดีด้วยเช่นกัน แต่จะทำอย่างไรให้สามารถเจรจากับเขาได้ก่อน แต่ไม่ใช่เวลานี้ สามารถทำข้อสงวนได้ทั้งหมดอันไหนไม่ได้ ยังไม่ได้ตกลงว่าจะรับหรือไม่รับต้องกลับมาตกลงกันอีกครั้งหนึ่ง แต่หากไม่ร่วมเจรจาในวันนี้วันหน้าเมื่อสมาชิกอื่นๆเข้ามาอีกจำนวนมากเราจะไม่มีโอกาสเสนอข้อสงวนอีกเลย ขอให้จำคำพูดของตนตรงนี้ไว้ ทุกอย่างมีปัญหาทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะต้องใช้สติปัญญาให้รอบคอบในการแก้ไขปัญหา  อย่างวันนี้มีข้อตกลงพันธสัญญาอาเซปซึ่งผ่านมาเกือบ 2 ปียังเริ่มใช้กันให้ครบเพราะฉะนั้นมันไม่ได้เร็วขนาดนั้นกว่าจะตกลงกว่าจะเจรจากันได้แต่จะได้ไม่ตกหล่นมีสิทธิ์มีอะไรมากพอสมควร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

         นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวย้ำถึงการแก้ปัญหาการประกันรายได้ให้ชาวนาจากการขายข้าวด้วยว่า ชาวนาที่มี 20 ล้านครัวเรือนปลูกข้าวได้ไม่เยอะ ขายไม่ได้ราคา จึงจำเป็นต้องร่วมทำเกษตรแปลงใหญ่เพื่อให้ได้ผลผลิต  และพิจารณาว่าจะเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการประกันราคา โดยใช้เงินมาดูต้น และปลายทางคือการลดราคาลงให้ได้  ดังนั้นต้องหาวิธีการแก้ปัญหาให้ทันการณ์ ทั้งคุณภาพ มาตรฐานและราคาในตลาดต่างประเทศ 

 

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนคำที่ตนบอกว่า 1 ข้าราชการกับ 1 ครัวเรือน ไม่ได้หมายความว่าจะไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และจะไปแก้ปัญหาได้อย่างไร คนใช้คำว่านั่นคือข้าราชการ ซึ่งต้องรู้กฎเกณฑ์กติกาหลักการ ว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่แล้วไปคุยกับเขา แล้วไปเก็บข้อมูลจากเขามา แล้วมาส่งให้คณะทำงาน ตรงนี้เพื่อทำงานให้สอดคล้อง กับสภาพัฒน์ และกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ เพียงแต่ไปเดินไปเยี่ยม ไม่ได้ทำการเมืองอะไรทั้งสิ้น ไปตามดูประเทศอื่นเขาก็ทำกันแบบนี้ ไม่เคยมีใครไปคุยกับเขา

 

         "ผมไม่ได้ดีกว่าใคร ไม่ได้เก่งกว่าใคร แต่ผมทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอน เพราะเมื่อถึงเวลาที่ผิดมาใครจะรับผิดชอบให้ผม ผมก็จะทำให้ดีที่สุด ส่วนการปล่อยกู้ธนาคาร ว่าหากผมสั่งเขาจะบอกว่าเป็นเผด็จการ แค่สั่งทหารปลูกผักชี ก็หาว่าเผด็จการ ซึ่งจริงๆทหารปลูกในค่ายทหารอยู่แล้ว อย่าไปเชื่อในคำบิดเบือน เรื่องใช้รถทหารก็เช่นกัน ไม่ได้จะไปแข่งกับใคร แต่ถ้าเดือดร้อนขึ้นมา ไม่มีรถวิ่งก็แบกกระสอบเดิน ที่พูดไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

 

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ว่า "วันนี้เห็นว่ามีการดัดแปลง ใช้ติ๊กต็อกบ้างอะไรบ้าง มันก็ไม่สมควร กฎหมายตนไม่จำเป็นต้องไปสั่งใครทั้งสิ้น เป็นหน้าที่ของเขาที่เขาต้องทำ" และได้กล่าวทิ้งท้ายกับผู้ร่วมสัมมนา ว่า "ลุงไม่ใช่คนใจร้ายลุงไม่ใช่คนเผด็จการ หวังว่า วันนี้จะเกิดประโยชน์ และทุกวันนี้งานเยอะ คิดเยอะ ปัญหาเยอะ  แต่เราต้องทำให้สำเร็จ นั่นคือการจับมือ เดินหน้า"