วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

กต. แจง เบรก มธ. รับวัคซีนโมเดอร์นา “โปแลนด์”

กต. แจง เบรก มธ. รับวัคซีนโมเดอร์นา “โปแลนด์”

โฆษก กต.ออกโรงชี้แจงประเด็นร้อน "เบรก" มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับวัคซีนบริจาคหรือนำเข้าโมเดอร์นาของโปแลนด์ ยืนยันแนะนำอย่างมืออาชีพ ให้หารือกรมควบคุมโรค เพราะเป็นเรื่องสวัสดิภาพของประชาชน และขอให้รอบคอบ หวั่นประโยชน์เชิงพาณิชย์

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีมีรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศ “เบรก” การบริจาคหรือการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาจากโปแลนด์ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า เป็นรายงานที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ตามรายละเอียด ดังนี้

1.กระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ที่ อว 67/ร1135 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2564  และ 2) ที่ อว 67/264 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2564 แจ้งว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับแจ้งจากองค์กร RZADOWA AGENCIA REZERW STRATEGICZNYCH (RARS) ซึ่งเป็นองค์กรของโปแลนด์ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องวัคซีนในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ว่ามีความประสงค์บริจาควัคซีนโมเดอร์นาจำนวน 3,000,000 โดส ให้แก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาแจ้งเพิ่มเติมว่ามีความพร้อมที่จะจัดส่งวัคซีน 1,500,000 โดส 

ในการนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศในการนำวัคซีนดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย รวมทั้งมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ อำนวยความสะดวกตรวจสอบวัคซีน ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของโปแลนด์ในการจัดส่งวัคซีนดังกล่าวจากโปแลนด์มายังประเทศไทย และขอบคุณโปแลนด์ในนามประเทศไทย

2.จากข้อเท็จจริงข้างต้น จะเห็นได้ว่า หน่วยงานผู้บริจาคคือ RARS และหน่วยงานผู้รับบริจาคคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้หารือเรื่องการบริจาควัคซีนดังกล่าวโดยตรงกันมาตั้งแต่แรก โดยกระทรวงการต่างประเทศไม่เคยขัดขวางการหารือดังกล่าวในรูปแบบใดๆ

 

กต. แจง เบรก มธ. รับวัคซีนโมเดอร์นา “โปแลนด์”

3. อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไม่เคยได้รับการยืนยันเรื่องการบริจาคนี้ ในระดับรัฐบาลผ่านกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ หรือสถานเอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทย โดยสถานะล่าสุดที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์คือ “หน่วยงานต่างๆ ของโปแลนด์ยังหารือกันอยู่ในเรื่องการบริจาคนี้ โดยที่การบริจาคในระดับรัฐบาลยังไม่ได้รับการยืนยัน” ขณะที่ RARS ได้แจ้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วว่า ประสงค์จะบริจาควัคซีนให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

หนังสือกระทรวงการต่างประเทศตามที่เป็นข่าวจึงระบุว่า น่าจะเป็นการเหมาะสมที่หน่วยงานผู้รับบริจาคคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะหารือโดยตรงกับหน่วยงานผู้บริจาค คือ RARS โดยไม่มีข้อความใดในหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่เป็นข่าว ที่คัดค้านหรือ“เบรก” ว่าไม่เห็นด้วยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะดำเนินการเรื่องการบริจาค หรือการนำเข้าวัคซีนจากโปแลนด์มายังประเทศไทยในครั้งนี้

4. ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 ระบุว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีอำนาจในการตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ 

อีกทั้งการจัดการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หมายความรวมถึงการจัดหา หรือนำเข้า วัคซีนและเวชภัณฑ์ด้วย ซึ่งคล้ายคลึงกับที่องค์กรอื่นเคยดำเนินการมาแล้ว 

กระทรวงการต่างประเทศไม่มีอำนาจเชิงกฎหมายใดที่จะ “เบรก” การดำเนินการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการทำความตกลงกับหน่วยงานต่างประเทศ หรือการนำเข้าวัคซีนตามที่เป็นข่าว

5. กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทาง ที่จะสามารถสนับสนุนการตรวจสอบวัคซีน การจัดส่งวัคซีน หรือการนำเข้าวัคซีน ตามที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร้องขอ เนื่องจากเป็นการดำเนินการที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาคุณภาพของวัคซีน ทั้งยังมีกฎหมายควบคุมหลายฉบับเพื่อปกป้องสวัสดิภาพของประชาชน 

กระทรวงการต่างประเทศจึงได้แนะนำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หารือกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรงในเรื่องนี้ และน่าจะอยู่ในสถานะที่ให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ดีกว่ากระทรวงการต่างประเทศ

6. ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งการบริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) จากมิตรประเทศเกือบ 10 ประเทศมายังรัฐบาลไทย ในสัญญาระหว่างประเทศผู้บริจาคและประเทศผู้รับบริจาคทุกฉบับ มีประเด็นสำคัญที่สุดประเด็นหนึ่งคือ “ประเด็นการชดเชยความเสียหาย” (indemnity) ในกรณีที่ผู้รับการฉีดวัคซีนเกิดผลข้างเคียง 

ด้วยเหตุนี้ หนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่เป็นข่าว จึงให้คำแนะนำว่า นอกจากเรื่องกระบวนนำเข้าวัคซีนแล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อาจพิจารณาหารือกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรง ในประเด็นการชดเชยความเสียหายด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศคำนึงถึงการให้ความคุ้มครองสูงสุดประชาชนผู้รับการฉีดวัคซีนเป็นหลัก

7. นอกจากนี้ ในการทำสัญญาระหว่างประเทศผู้บริจาคและประเทศผู้รับการบริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (Astra Zeneca) และวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ตามข้อ 6. ทุกฉบับ 

บริษัทผู้ผลิตวัคซีนต้องรับทราบและให้ความเห็นชอบการบริจาค ทั้งสัญญาการบริจาคทุกฉบับยังมีรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ ที่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย อาทิ การห้าม มิให้นำวัคซีนที่ได้รับบริจาคมาจำหน่ายเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยที่การดำเนินการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ข้างต้นจะเป็นการรับบริจาควัคซีนโมเดอร์นาเป็นครั้งแรก โดยที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาสัญญาการบริจาคระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ RARS 

"กระทรวงการต่างประเทศให้คำแนะนำโดยสุจริตใจและอย่างมืออาชีพว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น่าจะพิจารณากระบวนการรับบริจาคอย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองไม่ให้ถูกร้องเรียนจากฝ่ายใดในภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากถูกมองว่ามีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์เกี่ยวข้องกับวัคซีนที่ได้รับบริจาค" โฆษก กต.ระบุ

8. กระทรวงการต่างประเทศได้มีบทบาทแข็งขันในการเจรจาจัดหาวัคซีนให้ประเทศไทย ทั้งในรูปแบบการซื้อ ซื้อต่อ แลกเปลี่ยน และรับบริจาค มาโดยตลอด และมุ่งมั่นที่จะดำเนินภารกิจสำคัญนี้ต่อไป โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนทุกคนที่อาศัยในประเทศไทย