หมอยง ชี้ "ฉีดวัคซีน" ซิโนแวค+ไฟเซอร์ ลดเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็ก

หมอยง ชี้ "ฉีดวัคซีน" ซิโนแวค+ไฟเซอร์ ลดเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็ก

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) เผยผลการศึกษาชี้ "ฉีดวัคซีน" สูตรไขว้ ซิโนแวค + ไฟเซอร์ ช่วยลดเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็ก ยิ่งฉีดห่างกันยิ่งกระตุ้นภูมิมาก

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยผลการศึกษาชี้ "ฉีดวัคซีน" สูตรไขว้ ซิโนแวค + ไฟเซอร์ ช่วยลดเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็ก ยิ่งฉีดห่างกันยิ่งกระตุ้นภูมิมาก

 

อ่านข่าว : ไฟเซอร์เผยผลวิจัยวัคซีนฉีดในเด็ก 5-11 ปีมีประสิทธิภาพ 90.7%

โดย หมอยง ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วัคซีนเชื้อตาย เป็นตัว prime ที่ดี ทำให้ร่างกายเราเหมือนกับรับรู้ว่าเคยติดเชื้อเพราะได้รับ แอนติเจนทั้งตัวไวรัส เมื่อมีการกระตุ้นด้วย ไวรัสเวกเตอร์หรือ mRNA วัคซีน จะมีผลที่เรียกว่าปฏิกิริยาการกระตุ้น หรือตามประสาวัคซีนเรียกว่า booster effect

 

ดังที่ทราบกันว่า เมื่อให้วัคซีนเชื้อตาย เริ่มต้นแล้วให้ไวรัสเวกเตอร์ ที่ใช้อยู่ขณะนี้ กระตุ้นภูมิต้านทานได้ดี และก็เช่นเดียวกัน ถ้าให้วัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็ม แล้วกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยไวรัสเวกเตอร์ ก็จะได้ปฏิกิริยาภูมิต้านทานร่างกายตอบสนองที่สูงมาก

 

จากการศึกษาในสถานการณ์จริง ที่มีการฉีดวัคซีนสลับโดยให้เข็มแรก เป็นวัคซีนเชื้อตาย (sinovac) แล้วตามด้วยเข็มที่ 2 เป็น mRNA (pfizer) ปฏิกิริยาการตอบสนองก็เช่นเดียวกัน กับการให้วัคซีนสลับ เชื้อตายกับไวรัสเวกเตอร์ ดังแสดงในรูป

 

หมอยง ชี้ "ฉีดวัคซีน" ซิโนแวค+ไฟเซอร์ ลดเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็ก

 

การศึกษาทางคลินิก กำลังดำเนินการต่อไปให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน

 

ในอนาคตถ้าวัคซีนเชื้อตายสามารถใช้ในเด็กในประเทศไทยได้ วิธีการให้สลับโดยเริ่มต้นจากวัคซีนเชื้อตายเข็มแรก แล้วตามด้วย mRNA ก็จะเป็นวิธีการหนึ่งในการหลีกเลี่ยงการให้วัคซีน mRNA เข็มที่ 2 ในเด็ก เพื่อไม่ให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

 

สิ่งที่ปรากฏชัดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าปฏิกิริยาการตอบสนอง หรือที่เรียกว่า booster effect จะเกิดได้ดีระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และเข็ม 2 ถ้ายิ่งห่างก็จะมีปฏิกิริยากระตุ้นภูมิได้สูงมาก แต่การเว้นระยะห่างหลังฉีดวัคซีนเข็มแรกเพียงเข็มเดียว จะเกิดการติดเชื้อเสียก่อน

 

 

จากข้อมูลในรูปเราเห็นว่าระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และเข็ม 2 ถ้าห่างถึง 3 เดือน จะกระตุ้นภูมิต้านทานได้สูงมาก แต่ไม่ควรทำเพราะจะเกิดการติดเชื้อระหว่างรอเข็ม 2 ได้

 

การศึกษา booster effect เห็นได้ชัดจากการศึกษาตั้งแต่ไวรัสตับอักเสบ บี การให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี 3 เข็ม ถ้าห่างกันระยะ 1 เดือน ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจะไม่แตกต่างกับการให้ 2 เข็มที่ห่างกัน 1 เดือน แต่ถ้าให้เข็ม 3 ห่างออกไปที่ 6 เดือน (0, 1 และ 6) หรือ 12 เดือน ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังเข็ม 3 จะมีปฏิกิริยาการกระตุ้นที่สูง (booster effect)

 

ดังนั้นกฎเกณฑ์ในการให้วัคซีน ถ้าลืม หรือยังไม่พร้อมในการให้ และเลื่อนออกไป สามารถให้ต่อได้เลย โดยไม่ต้องมีการเริ่มต้นใหม่

 

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : หมอยง