วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คกก.โรคติดต่อสมุทรสาคร เห็นชอบปลดล็อคคืนพื้นที่ FAI ให้โรงงาน

คกก.โรคติดต่อสมุทรสาคร เห็นชอบปลดล็อคคืนพื้นที่ FAI ให้โรงงาน หลังสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดสมุทรสาครดีขึ้น

จากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่เริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดน้อยลง มีผู้เสียชีวิตลดน้อยลง  มีแผนการบริหารจัดการควบคุมโรคที่ชัดเจน ประกอบกับมีการฉีดวัคซีนผู้ที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติครอบคลุมไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์นั้น  

 

คกก.โรคติดต่อสมุทรสาคร เห็นชอบปลดล็อคคืนพื้นที่ FAI ให้โรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ซึ่งมีนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุม ก็ได้มีการหารือพิจารณาเรื่องของการประกาศยกเลิกการใช้พื้นที่ในสถานประกอบการที่จัดทำ FAI แต่สถานประกอบการที่จะขอยกเลิกได้นั้นต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ 3 ข้อ คือ

1.สถานประกอบการต้องมีการสุ่มตรวจ ATK เป็นระยะๆ อย่างน้อยร้อยละ 20 ของพนักงานทั้งหมด 

2.สถานประกอบการที่จะขอยกเลิกทำ FAI ได้นั้น จะต้องตรวจ ATK พนักงานก่อน หากพบผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ของพนักงานทั้งหมด จึงจะได้รับการพิจารณาให้ยกเลิก FAI ได้

และ 3. หากสถานประกอบการใดตรวจพบเชื้อเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ จะยังคงต้องมี FAI ต่อไป

 และทั้งนี้ในการตรวจ ATK เพื่อขอยกเลิกการทำ FAI นั้น จะต้องมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอ เข้าไปร่วมสังเกตการตรวจด้วย

จากนั้นให้สถานประกอบการ ส่งรายงานผลการตรวจไปยังแรงงานจังหวัด แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อ เพื่อออกคำสั่งประกาศยกเลิกการจัดทำ FAI ให้แก่สถานประกอบการนั้นๆ ต่อไป  

 

 

คกก.โรคติดต่อสมุทรสาคร เห็นชอบปลดล็อคคืนพื้นที่ FAI ให้โรงงาน นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอกาค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า หลังจากที่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 จังหวัดสมุทรสาคร เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทางภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กับ หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เสนอขอให้ที่ประชุมพิจารณาเพื่อยกเลิกการจัดทำ FAI ในโรงงานขนาดกลางลงมาที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ FACTORY SANDBOX เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่เกิดวิกฤติการระบาดของเชื้อโควิดอย่างรุนแรงตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนเมษายนนั้น ทางสถานประกอบการที่มีแรงงานมากกว่า 50 คนขึ้นไป ก็ได้ให้ความร่วมมือจัดทำ FAI แม้จะเป็นการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ ประกอบกับเรื่องของการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติก็ครอบคลุมแล้วเป็นจำนวนมาก

 

ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจากหลายๆ ปัจจัยที่ปรากฏ อย่างเช่น การลดลงของผู้ติดเชื้อที่เข้าสู่การกักตัวใน FAI  การลดลงของผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาลหลัก  ผู้ติดเชื้อใน CI หรือแม้แต่ในโรงพยาบาลสนาม ล้วนแต่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องขอยกเลิกการทำ FAI เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคคลภายนอกได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งในที่ประชุมครั้งนี้ก็เห็นชอบที่จะยกเลิกการจัดทำ FAI แต่สถานประกอบการต้องทำตามข้อกำหนดในเรื่องของการตรวจ ATK อย่างเคร่งครัด ด้วยการดำเนินการตามขั้นตอนที่คณะกรรมการโรคติดต่อจะประกาศให้ทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการต่อไป 

นายชาธิปฯ ยังได้แสดงความเห็นเพิ่มด้วยว่า สำหรับการตรวจ ATKในสถานประกอบการนั้น เป็นเรื่องที่ดี ที่สถานประกอบการควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะตอนนี้ต้นทุนชุดตรวจ ATK ก็ถูกลงมาก ผู้ประกอบการสามารถจัดซื้อมาตรวจได้ ซึ่งการตรวจเป็นระยะๆ ก็ช่วยสกัดการแพร่กระจายเชื้อในสถานประกอบการ ทำให้สามารถเดินหน้ากระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าพบผู้ติดเชื้อทีละเล็กน้อย ก็ทำให้รับมือได้ทัน ดีกว่าไม่ตรวจแล้วพบการระบาดในวงกว้าง อีกทั้งการตรวจ ATK นี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากโรคโควิด 19 และแสดงออกซึ่งศักยภาพของสถานประกอบการด้วย