วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่

กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่

สำนักงาน กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่ควบคู่อนุรักษ์ดินและป่า

โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นโครงการที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2538 

ตลอดมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการ ด้วยการพัฒนาพื้นที่ให้ราษฎรได้เรียนรู้การทำเกษตรแผนใหม่ที่ถูกต้อง ควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศป่าไม้ มีการส่งเสริมงานด้านศิลปาชีพการทอผ้า และปักผ้า นับเป็นอีกหนึ่งโครงการฯ ที่ช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีทั้งชาวไทยพื้นราบและชาวไทยภูเขาซึ่งเป็นเผ่าม้ง มีรายได้จากอาชีพหลัก และอาชีพเสริม  ทำให้ราษฎรมีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่
 

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ร่วมสนองพระราชดำริประสานการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อใช้อุปโภค-บริโภค  และการเกษตรในเขตโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ภูขัด  ภูเมี่ยง  ภูสอยดาว โดยการก่อสร้างฝายทดน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ  ในเขตพื้นที่ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค  และวางท่อส่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในโครงการฯ  และบริเวณใกล้เคียง

ขณะเดียวกันราษฎรได้ร่วมกันฟื้นฟูผืนป่าโดยน้อมนำแนวพระราชดำริ การปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง มาเป็นแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงการสร้างจิตสำนึกที่ตระหนักถึงความสำคัญของป่า ด้วยการให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า และคืนป่าที่รกร้างไม่ใช้ประโยชน์ให้ทางการ ทำให้ป่าค่อย ๆ ฟื้นคืนสู่ความสมบูรณ์ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนตามธรรมชาติสามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี เพียงพอต่อการทำการเกษตรแบบอินทรีย์ที่ปลอดภัยจากสารพิษ อาทิ แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศโทมัส เมล่อน รวมทั้งมีรายได้จากการเข้ามาทำงานในโครงการฯ อีกด้วย 

กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่

ร้อยตรีวันนา วรรณไสย ประธานกลุ่มผักอินทรีย์รักษ์น้ำ เพื่อพระแม่ของแผ่นดิน โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเผยว่า ภายหลังจากมีน้ำใช้เพื่ออุปโภคบริโภคและทำการเกษตรดีขึ้นแล้ว ราษฎรในพื้นที่ก็ได้ร่วมกันปลูกป่าเพื่อให้พื้นที่มีความชุ่มชื้นโดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ ขณะเดียวกันมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนในการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำปุ๋ยอินทรีย์ วิธีการเพาะปลูกพืชผักในโรงเรือนแบบอินทรีย์ และเสริมด้วยการปลูกไม้ผลในพื้นที่ป่า เช่น เงาะ ซึ่งในปี 2564 นี้ ได้ให้ผลผลิตและส่งขายได้แล้ว

 สำหรับรายได้ของกลุ่ม ณ ปัจจุบัน ร้อยตรีวันนา วรรณไสย เผยว่าหลัก ๆ คือการนำผลผลิตส่งขายให้กับบริษัทผู้รับซื้อโดยตรง สมาชิกทุกคนที่รวมกันผลิตพืชผักจะติดต่อสื่อสารกันภายในกลุ่มฯ ตลอดเวลา ในแต่ละวันจะรับทราบกันว่ามีผู้ใดส่งสินค้าเท่าไหร่ จากนั้นทางบริษัทก็จะทำการตรวจรับสินค้า และตอบกลับมาว่าของที่ส่งไปมีของใครบ้างรับไปเท่าไหร่ เสียเท่าไหร่ หลังจากนั้น 15 วัน ทางบริษัทก็จะโอนเงินค่าสินค้ามาให้เกษตรกร

กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่

 ในฐานะที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ พวกเราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระองค์ได้เสด็จฯ เข้ามาเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่และได้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา และพระองค์ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในโครงการถึง 9 ครั้ง ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ดีขึ้นไม่ต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ มีรายได้จากอาชีพที่มั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กปร. พลิก "ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว" สู่การทำเกษตรแผนใหม่

“รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ ที่ชาวภูขัดภูเมี่ยงจะเรียกว่าสมเด็จแม่ ตลอดจนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ทรงมีพระเมตตาดูแลและติดตามพระราชดำริที่สมเด็จแม่ท่านได้วางไว้ พวกเราทุกคนต่างปลื้มปีติอย่างหาเปรียบมิได้  และทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดในผืนแผ่นดินไทย”  ร้อยตรีวันนา วรรณไสย กล่าว