background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ASP จับสัญญาณ'หุ้นไทย' ดีขึ้นแต่จำกัด คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,670 จุด

ASP จับสัญญาณ'หุ้นไทย' ดีขึ้นแต่จำกัด คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,670 จุด

"เอเซีย พลัส" ชี้ตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้นแต่จำกัด กระแสฟันด์โฟลว์ยังไม่ไหลกลับมาได้ คงเป้าดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,670 จุด แนะหุ้นเปิดเมืองยังน่าสนใจ ขณะที่ผลการดำเนินงานปีนี้มั่นใจโตต่อเนื่อง และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดแตะ 2.5%

นายพิทเยนท์ อัศวนิก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินและกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลัง2564  สถานการณ์เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา แต่ปรับตัวดีขึ้นในวงจำกัด เนื่องจากแม้มีปัจจัยบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ที่เริ่มน่าจะมีสัญญาณที่ดีในไทย ซึ่งทางที่ประชุทศบค. อาจมีการเปิดประเทศได้บ้างส่วน

แต่ยังมีปัจจัยนอกประเทศ ทั้งสหรัฐและในหลายประเทศ พยายามปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินลดการผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้เงินทุนต่างชาติไม่ไหลเข้าไทย สะท้อนในช่วงครึ่งปีแรก 2564  นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยถึงระดับแสนล้านบาท  

ดังนั้น ตลาดหุ้นไทย จึงขับเคลื่อนด้วยรายย่อยในประเทศเป็นหลักและสถานการณ์ดีขึ้นแต่ในวงจำกัด โดยยังคงมุมมองดัชนีสิ้นปีนี้ยังคงไว้ที่1,670จุด  หรือดีขึ้นจากปัจจุบันเล็กน้อย สำหรับหุ้นที่น่าสนใจลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง 2564  ยังคงเป็นกลุ่มหุ้นเปิดเมือง 

ปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในหุ้นราว 3,000 กว่าล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนทั้งหุ้นไทย และต่างประเทศ ในระดับใกล้เคียงกัน และที่เหลือสัดส่วนราว 10% เป็นการลงทุนไพรเวทอิควิตี้ (สตาร์ทอัพ) 

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2564  บริษัทคาดว่ายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก 2564  และยังคงเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในปีนี้ที่ 2.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.2%  โดยไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไร 50% ที่ 231.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อน 15.96 ล้านบาทหลังรายได้เติบโต ทำให้ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีกำไร 580.92 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 226% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 178.03 ล้านบาท 

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือปีนี้ บริษัทพยายามสร้างการลงทุนที่หลากลาย ให้ผู้ลงทุนได้เข้ามาใช้บริการที่มากขึ้นและสร้างความแตกต่างในอุตสาหกรรม ด้วยการใช้ศักยภาพความเชี่ยวชาญของบริษัทเจาะความต้องการลงทุนของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้

"การเติบโตในปีนี้ นอกจากการแข่งขันในธุรกิจบล.ที่ยังสูงแล้ว มองว่า ยังขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติและสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19  ดังนั้นมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ในส่วนของธรรมเนียมทั้งจากธุรกิจกองทุน ไอพีโอ และตราสารหนี้ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาท มีลูกค้าที่ย้ายเข้ามาลงทุนผ่านกองทุนรวมของบริษัทพอสมควร"

ทางด้านธุรกิจกองทุน บลจ.แอสเซทพลัส เตรียมออกกองทุนใหม่ 2 กองทุน เป็นการลงทุนในต่างประเทศผานธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกได้ออกมา2 กองทุนต่างประเทศ ในธีมการลงทุนเกี่ยวเนื่องกับพลังงานสะอาดและยุโรป สร้างผลตอบแทนระดับ 10% ซึ่งผู้ลงทุนให้การตอบรับที่ดีมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นมาก และทำให้สร้างรายได้เข้ามาจำนวนมากด้วย

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการออกหุ้นไอพีโออีก 2 ดีลในสิ้นปีนี้ ทำให้ในปีนี้บริษัทจะมีการออกหุ้นไอพีโอทั้งสิ้น 5 ดีล โดยครึ่งปีแรกออกไปแล้ว3 ดีล ช่วยสร้างรายได่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  

นอกจากนี้ บริษัทมีความสนใจการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล  โดยขณะนี้บริษได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษา โดยยังอยู่ระหว่างการศึกษาาการลงทุน ด้านกฎหมายและความเสี่ยงในด้านต่างๆ อย่างรอบคอบ