มรสุมชีวิต ‘จาง เวิ่นหง’ แอนโทนี เฟาซีเมืองจีน

มรสุมชีวิต ‘จาง เวิ่นหง’   แอนโทนี เฟาซีเมืองจีน

'จาง เวิ่นหง' นายแพทย์ชื่อดังชาวจีน ผู้ถูกเปรียบเป็น 'แอนโทนี เฟาซี' กำลังเผชิญอุปสรรคหลังตั้งคำถามกับนโยบายจัดการโควิดของรัฐ

ถ้าสหรัฐมี “แอนโทนี เฟาซี” ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้ออันดับหนึ่งของประเทศ พูดจาเรื่องโควิด-19 ใครๆ ก็เชื่อถือเพราะพูดด้วยวิชาชีพไม่อิงการเมือง จีนแผ่นดินใหญ่ก็มี “จาง เวิ่นหง” นายแพทย์วัย 52 ปีที่ได้รับการนับหน้าถือตาในระดับเดียวกัน แต่ตอนนี้สถานะของเขาไม่เหมือนเดิมเสียแล้วเมื่อเริ่มตั้งคำถามกับนโยบายรัฐ 

จีนเป็นประเทศแรกที่พบโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่นทางภาคกลางของประเทศ เมื่อปลายปี 2562 แต่สามารถสกัดโรคได้ประสบความสำเร็จด้วยการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด ปิดประเทศ ตรวจหาเชื้อจากประชาชนจำนวนมหาศาล และรุกตามรอยโรค กระนั้นโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาก็หลุดรอดการป้องกันของจีนมาได้ เมื่อเร็วๆ นี้พบการติดเชื้อในชุมชนทุบสถิติในหลายสิบเมือง แม้ตัวเลขไม่มากแต่ทางการต้องจำกัดการเดินทางอีกรอบ พร้อมๆ กับตรวจหาเชื้อจากประชาชนเป็นวงกว้างและล็อกดาวน์ในท้องถิ่น

จาง เวิ่นหง หรือ “เฟาซีจีน” จึงตั้งคำถามบนเว่ยโป๋หรือทวิตเตอร์จีนเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ว่า 

“ที่ผ่านมาแล้วยังไม่ใช่สิ่งที่หนักหนาสาหัสที่สุด ที่หนักกว่าคือการหาภูมิปัญญาอยู่ร่วมกับไวรัสให้ได้ในระยะยาว นานาประเทศต้องหาหนทางเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับโควิด วิถีที่จีนเลือกในอนาคตจะช่วยสร้างการสื่อสารกับโลก และการกลับมาสู่ชีวิตปกติ พร้อมๆกับปกป้องพลเมืองจากความกลัวไวรัส อาจเป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งพาวัคซีนที่มีอยู่ขจัดโควิด-19 ให้สิ้นซาก การติดต่ออาจเกิดขึ้นกับทุกคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว แต่ในอัตราที่ต่ำกว่าและเสียชีวิตลดลง"  

การเรียนรู้ใช้ชีวิตร่วมกับโควิดไม่ใช่ข้อเสนอที่บุ่มบ่ามแต่อย่างใด นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า โควิด-19 จะอยู่ไปอีกนาน หลายๆ ประเทศที่อัตราการฉีดวัคซีนสูง เช่น อังกฤษและสิงคโปร์ยอมรับยุทธศาสตร์อยู่ร่วมกับโควิด ด้วยความหวังว่าสุดท้ายแล้วโควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่อันตรายน้อยลงเหมือนกับไข้หวัดใหญ่

แต่ข้อเสนอแนะของจาง ให้จีนใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์แบบนุ่มนวลสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเน็ตจีนชาตินิยม

หลังจากนั้นจางพบว่า ตนเองถูกกล่าวหาว่า “หลงมัวเมาไปกับความคิดต่างชาติ” พร้อมๆ กับถูกล่าแม่มดเน้นโจมตีความน่าเชื่อถือด้านวิชาการเป็นหลัก

หลายโพสต์บนเว่ยโป๋กล่าวหาว่า วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของจางเมื่อ 20 ปีก่อนลอกคนอื่นมา

วันที่ 15 ส.ค. มหาวิทยาลัยฟูตันในเซี่ยงไฮ้ แถลง “ทราบเรื่องเสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์แล้ว และกำลังสอบสวนเรื่องปริญญาที่มหาวิทยาลัยมอบให้กับจางเมื่อปี 2543”

บรรดานักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ผนึกกำลังสนับสนุนจาง ในประเทศจีนนั้นข้อมูลทุกอย่างที่รัฐไม่ได้ควบคุมเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 มีความอ่อนไหวสูง ทำให้ถูกจับกุมและนำไปละเลงกันบนโซเชียลมีเดีย

“เป็นอย่างนี้แล้วต่อไปใครจะกล้าพูดและใช้ดุลพินิจทางวิชาชีพล่ะ” หวาน เฟิง จากคณะวรรณคดีจีน มหาวิทยาลัยฟูตัน โพสต์บนเว่ยโป๋

ส่วนสัญญาณของความเสี่ยง ครูคนหนึ่งในมณฑลเจียงซีทางภาคตะวันออกของจีนถูกตำรวจควบคุมตัวเป็นเวลา 15 วัน หลังแสดงความเห็นบนบทความชิ้นหนึ่งที่บอกว่า จีนสามารถ “อยู่ร่วมกับโควิดได้”

เว็บไซต์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานว่า มหาวิทยาลัยฟูตันเซี่ยงไฮ้แถลงเมื่อวันจันทร์ (23 ส.ค.) ผลการสอบไม่พบหลักฐานว่าดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอกของของจาง เวิ่นหง ผิดระเบียบปฏิบัติทางวิชาการ ไม่พบการทุจริต พบเพียงความผิดเล็กๆ น้อยๆ ในส่วนการทบทวนวรรณกรรมซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณภาพงานวิจัยหรือถือเป็นความผิดทางวิชาการ

เจ้าตัวเมื่อถูกกล่าวหาก็เงียบเฉยก่อนจะกลับมาโพสต์เว่ยโป๋เมื่อสัปดาห์ก่อน กล่าวกับผู้ติดตาม 3.8 ล้านคนหวังว่าประชาชนจะปรับตัวเข้ากับมาตรการควบคุมโรคระบาดที่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วได้ ทั้งยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์ของจีนที่ใช้มาตรการเชิงรุกอย่างเข้มงวดคู่ขนานกับการล็อกดาวน์และตรวจหาเชื้อจากประชาชนจำนวนมากว่า “เหมาะสมกับประเทศมากที่สุด” นับจนถึงขณะนี้

การที่จางกลับมาสู่โลกออนไลน์อีกครั้งถือเป็นสัญญาณว่า วิวาทะเกี่ยวกับความเห็น “อยู่ร่วมกับโควิด” ของจางจบลงแล้ว ผู้สนับสนุนบางคนโพสต์ข้อความว่า คนที่เคยวิจารณ์จางต้องขอโทษเขา

“ทำไมไม่สอบล่ะ ว่าหมอจางเคยต่อยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนมั้ยสมัยเป็นเด็ก ทำไมไม่สอบว่าเขาไปโรงเรียนสายมั้ย”

“คนที่กล่าวหาหมอจางอย่างเลื่อนลอยยังไม่ได้ขอโทษเลยนะ”

เหล่าผู้สนับสนุนโพสต์ข้อความบนเว่ยโป๋  

ข้อมูลจากเว็บไซต์ worldometers.info เมื่อวันที่ 25 ส.ค.จีนมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 94,707คน นับตั้งแต่โควิดพบครั้งแรกในอู่ฮั่น จำนวนผู้เสียชีวิตรวมที่ 4,636 ไม่เปลี่ยนแปลงมาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่จู่ๆ เมื่อไม่นานมานี้ก็พบการติดเชื้อที่สนามบินเมืองหนานจริงกระจายไป 18 มณฑลเพียงสองเดือนติดเชื้อ 1,300 คน